อยากจะเล่าแบบนิทานให้ฟังนะครับ แต่ความรู้สึกจากใจจริงนะครับ
วันหนึ่งผมเดินทางไปหาเพื่อนที่อ่าวอุดมก็ผ่านกรุงเทพฯ
ผมมองออกไปจากหน้าต่างก็เห็นอะไรหลายอย่างที่พัฒนาแล้ว
สิ่งที่ผมเห็นผมจะยกตัวอย่างหนึ่งตัวอย่างก็แล้วกันนะครับ คือถนนสายรถ
ซึ่งมีหลายสายซ้อนกันเยอะมาก และกำลังสร้างถนนก็มีอีกมาก
แต่ละสายไม่ใช่ถนนที่เล็กๆ มันใหญ่พอสมควร
และต้องใช้งบประมาณอย่างมากถึงสร้างแบบนั้นได้
ผมจึงคิดในใจว่าประเทศไทยเรานี้บอกว่าเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาหรือพัฒนาไปแล้วอีกขั้นหนึ่ง
ถามตนเองว่าอย่างนี้หรือที่เรียกว่าพัฒนาบ้านเมือง
แต่ผมคิดว่าไม่ใช่เป็นสิ่งที่พัฒนาบ้านเมือง
มันเป็นเพียงหลอกตาให้ประเทศอื่นๆ มันเป็นเพียงเปลือกที่สวย
แต่ข้างในจริงๆมันเน่า มีแต่คนจน การสร้างถนนมากมายนี้เพื่อใคร
ผมคิดว่าสร้างเพื่อคนรวยคนมีเงินเท่านั้น คนจนที่ไหนจะมีรถมาขับ
แค่กินข้าวก็ไม่มีจะกินอยู่แล้ว ได้กินบ้างไม่ได้กินบ้าง
บางคนก็กินมื้ออดมื้อ ผมเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับคนที่นอนไต้สะพาน
ทำไมพวกเขาถึงไม่ไปอยู่ที่บ้านเหมือนคนอื่นๆ
ทำไมพวกเขาถึงไม่ไปทำงานเอาแต่ขอทาน
ก็เพราะพวกเขาไม่มีบ้านและเขาไม่มีเงินเล่าเรียน
ผมคิดว่าเอาเงินที่สร้างถนนนี้ไปสร้างบ้านให้พวกเขาไม่ดีกว่าหรือและหางานให้เขาทำเป็นหลักเป็นแหล่งไม่ดีกว่าหรือ
และอีกอย่างเอาเงินพวกนี้
ให้คนไทยทุกคนได้เล่าเรียนจนถึงปริญญาไม่ดีกว่าหรือ
ถึงแม้ว่าตอนนี้มีทุนให้เยอะมากมีเงินให้กู้ยืม แต่คนที่ได้ทุนคือใคร
คนที่เก่งเท่านั้นไม่ว่าจะจนหรือรวยเขาได้ถ้าเขาเก่ง
แต่คนที่ไม่เก่งนี้สิครับ
เขาก็อยากจะเรียนแต่ทางบ้านก็จนและแข่งขิงทุนกับคนอื่นไม่ได้
ในประเทศไทยมีเยอะมากคนที่อยากจะเรียนแต่สุดท้ายทางบ้านส่งเรียนไม่ได้
ก็เลยต้องออกจากรร.
ไปหางานทำอย่างเดียวไม่รู้จะทำยังไงอยากจะเรียนต่อสูงๆก็เรียนไม่ได้
เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าเงินพวกนี้มาพัฒนาคนก่อนไม่ดีหรือ
ให้คนไทยทุกคนเรียนฟรีจนถึงปริญญา ผมคิดว่าถ้าพัฒนาคนได้แล้ว
คนนี้แหละจะมาพัฒนาบ้านเมืองอย่างแท้จริง
ท่านผู้อ่านมีความรู้สึกอย่างไรบ้างครับ ผมคิดว่าบางคนก็บอกว่าใช่
บางคนก็บอกว่าไม่ถูก
เอาอย่างนี้ก็แล้วกันครับไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็
ช่วยออกความคิดเห็นหน่อยนะครับ
ผมไม่ว่าอะไรครับถ้าไม่ตรงกับความต้องการของผม
และถ้าคิดว่ามันใช่มันถูกอย่างที่ผมว่า
ก็จงช่วยคิดนิดหนึ่งนะครับว่าจะต้องทำอย่างไรถึงจะแก้ใขปันหานี้ได้
ขอบคุณทุกท่านอย่างมากนะครับที่อดทนแล้วอ่านจนจบ
คนด้อยความรู้
อ่านจบแล้ว นิ่งไปสักพักแล้ว
ก็ได้คำตอบว่า "เออ จริงหว่ะ"
ได้ข้อคิดจริงๆครับ สุดยอดครับ
อยากให้ผู้บริหารประเทศเห็นและเข้าใจจังเลย
สะพานลอย 1 สะพาน สามารถส่งคนเรียนให้จบได้ 1 คน แต่ทำไมเลือกสร้างสะพานมากกว่าคน
ผมจน แต่โชคดีที่มีพระพุทธศาสนา เป็นที่พึ่ง จึงทำให้ได้มีโอกาสได้เรียน
แวะมาอ่านค่ะ
เห็นด้วยทุกประการ แล้วผู้บริหารประเทศหล่ะ เค้าจะเห็นด้วยกับ
พวกเราหรือเปล่าก็ไม่รู้ (แต่คงเดาเหตุการณ์ได้ไม่ยากหรอก ว่ามะ)
"ช่วยคิดนิดหนึ่งนะครับว่าจะต้องทำอย่างไรถึงจะแก้ใขปัญหานี้ได้"
แค่คุณ Joshep คิดได้อย่างที่เขียน ๑ คน พี่ว่าก็ถือว่าแก้ไขปัญหาได้เปลาะหนึ่งแล้วแหละ เพราะปัญหาของปัญหา ก็คือคนไม่มีเวลาที่จะหยุดคิด !!
และพี่ว่า การแก้ไขปัญหาที่สำคัญที่สุดต้องเริ่มจากตัวเรา เมื่อได้คิด ได้เริ่มต้นจากตัวเรา ก็ค่อยๆ ขยายไปสังคมเล็กๆ รอบตัว และกว้างขึ้นเท่าที่เป็นไปได้
อ่านบันทึกนี้แล้ว ก็มั่นใจขึ้นว่า การศึกษาช่วยพัฒนาคนจริงๆ อย่างน้อยก็มีความหวังมากขึ้นสำหรับที่นี่ จริงไหมคะคุณ Joshep ??
การพัฒนาในประเทศไทยเรามุ่งไปที่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (น้ำไหล-ประปาและชลประทาน ไฟสว่าง-ไฟฟ้าและเขื่อน ทางดี-ถนนและสะพานลอยต่างๆ ของคุณ joshep) พัฒนามา 50 ปีแล้วค่ะ (ตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1) ผลก็เลยทำให้เราเห็นภาพแบบที่คุณ joshep ว่ามา และเห็นช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจน เห็นช่องว่างระหว่างเมืองกับชนบท ซึ่งทำอย่างไรก็ไม่สามาถ "ลด" ชองว่างนี้ได้
สิ่งที่ดูจะเป็นทางออกตามที่คุณ pilgrim บอกมานั้น ว่าการศึกษาช่วยพัฒนาคน ก็ต้องทำความเข้าใจอย่างมีสติด้วยนะ เพราะการศึกษา "ไม่ทั้งหมด" ทีทำอย่างนั้นได้ (เพราะประเทศเราพัฒนาการศึกษาก่อนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และคนที่ประเทศเราพัฒนามานั่นแหละ เป็นคนวางแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เป็นคนบริหารประเทศ เป็นคนออกแบบระบบการศึกษา เป็นคนทำอะไรต่ออะไรอีกมากมาย)
ต้องตั้งคำถามกับ "การพัฒนาคน" ก่อนค่ะ เพราะสาเหตุมาจากตรงนั้น และอย่า!!! เพียงแค่ "เล่านิทาน" นะคะ ลอง "คิด" ทางออกด้วยว่า ในฐานะที่เป็นคนที่มีการศึกษาระดับหนึ่ง มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่าคนอื่นๆ มีวิธีคิดที่เข้าท่าทีเดียว "เราจะทำอะไรได้บ้าง???"