โครงการความร่วมมือระหว่างประเทศ

นิสิตจีน โครงการ  2 + 2/2551….Series 7

                                วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน 2551……วันนี้มีนัดกันกับน้องๆ ประมาณ 80 คน เนื่องจากว่ามีทริปจะพาไปทัศนศึกษา (อันนี้ไม่ฟรีจ๊ะ เก็บตังค์คนละ 500 บาท แต่เที่ยวได้คุ้มมาก) หัวหน้าแกงค์ในครั้งนี้ก็คือพี่เก๋(อาจารยุชุติมา เรืองอุตมานันท์ ดีกรีนางสงกรานต์ มมส. ปี2550 อาจารย์คณะการบัญชีและการจัดการ หรืออีกนามหนึ่งคือ เก๋เพี่ยวเลี่ยง (สวย) เหล่าชือ (อาจารย์))

ทีแรกเราก็ตัดสินใจยึกยักไปมาว่าจะไปดีไม่ดีเนื่องจากต้องตื่นตั้งกะตีห้าครึ่ง และจะได้กลับบ้านประมาณ 3 – 4 ทุ่ม แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจไป

ทีมงานก็จะมี พี่เก๋ อ.เดียว เรา แพร ยี่สิบ เจ๋เค่อร์ (แจ็ค) และน้องๆ นิสิตจีนรุ่น

แรกเอกภาษาไทยในฐานะภาษาต่างประเทศ ประมาณเกือบเจ็ดโมงเราก็ไปรอที่นิวพัฒนาไปเจออาจารย์เดียวพอดี ก็เลยช่วยกันต้อนน้องๆ ให้ออกมาจากห้อง โทรไปเช็ครถก็ออกมาเลยสะพานข้ามแม่น้ำชีแล้ว จากนั้นก็โทรหายี่สิบถามว่าจะขึ้นรถที่ไหนยี่สิบบอกว่าเด๋วจะมาที่โรงแรมก็เลยบอกให้รีบมาเพราะรถออกมาแล้ว ระหว่างรอรถก็คุยกะน้องๆ ไปพลาง เจอฮ่องเต้มันก็ดูนาฬิกาแล้วบอกว่า 7 โมงแล้ว เราเลยบอกให้รอสักครู่รถออกมาแล้ว (หัวหมอจริงๆ)

                                เมื่อรถมาถึง ก็ให้ทยอยกันขึ้นรถ แล้วให้พี่เอาของว่าง (นม ขนมและฮอลล์) แบ่งแจกน้องๆ นับจำนวนและก็เคลื่อนขบวนหุย เล่ หุย!!!!!

                                ที่หมายแรกอุทยานโกสัมพีพาเด็กๆ มาดูลิงซน เราเองก็ไม่เคยเข้าไปนานมากแล้วตั้งแต่อยู่ชั้นประถมศึกษา แล้วครั้งนี้ก็เป็นโอกาสดีที่ได้มา แถมยังได้เดินไปจนรอบอุทยานด้วย (ต้องขอบคุณคุณลุงเจ้าหน้าที่ที่พาเราเดินดูจนรอบ) กะจะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงแต่เอาเข้าจริงก็เกือบชั่วโมง

                                ที่หมายที่สอง วัดพระธาตุขามแก่นดีจังที่ได้มีโอกาสมาสักการะพระธาตุสีทองอร่าม อ่อ! เสี่ยงเซียมซีด้วยนะ (ออกมาดีทีเดียว) น้องๆ ก็เดินรอบๆ ถ่ายรูป บางคนก็เข้าไปไหว้พระธาตุแล้วก็ตีคล้องให้ดังไปถึงสวรรค์

ที่หมายที่สามหมู่บ้านงูจงอางตื่นเต้นจังที่จะได้ดูการแสดง เพราะเคยเห็นแต่ใน TV ทีแรกน้าอภินันท์ (Driver) แกก็ขับรถวนออกจากที่แรกที่จะจอดไปที่วัดเพราะคิดว่าเป็นที่นั่น แต่หลังจากคุยและเคลียร์กันแล้วก็ขับกลับมาที่เดิม (ทำเอาทุกคนงงกันไปหมดว่าตกลงมันที่ไหนกันแน่) แต่สุดท้ายเราก็ได้ดูการแสดง..... ตื่นเต้นเร้าใจมาก คิดดู งูจงอางตัวใหญ่ๆ แผ่แม่เบี้ย อึ๊ยยยย!!! น้องๆ ก็กรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ ผู้ชายก็ทำหน้าแหย๋ๆ หลังจากการแสดงเสร็จก็มีการให้ถ่ายรูปกับงู ทีแรกก็ไม่มีใครกล้าถ่ายด้วย แต่พอมีคนเริ่มเท่านั้นแหละทุกคนก็มารอต่อคิวขอถ่ายรูปกันใหญ่ จนไล่ให้ไปขึ้นรถก็ยังไม่ยอมไป รวมถึงรุ่นพี่ด้วย เลยต้องบอกว่าให้รีบไปขึ้นรถนะเพราะเดี๋ยวเราจะชื่อฟ้าน (กินข้าว/ชื่อ = กิน /ฟ้าน = ข้าว……ชื่อฟ้านมา = กินข้าวไหม / มา = ไหม) กัน ถึงได้ยอม (ก็หิวนี่นะ)

ที่หมายที่สี่เขื่อนอุบลรัตน์  ใช้เวลาเดินทางจากที่แรกประมาณ 1 ชั่วโมง พอถึงเราก็รีบวิ่งลงไปถ่ายรูป ปรากฏว่ามีน้องบางส่วนตามเราไป พี่เก๋เลยบอกว่าให้ไปกินข้าวกันก่อนเดี๋ยวเราจะให้เวลาในการถ่ายรูปที่นี่นาน จึงได้ทยอยไปกินข้าวกัน....การกินข้าวก็เป็นไปด้วยความชุลมุนเนื่องจากน้องๆ ก็ตักกันเยอะ (เหมือนเคย) คือเต็มจานไปหมดทั้งข้าวและกับ อาหารเป็นแบบบัฟเฟต์ ทุกคนจึงไปออและเบียดกันตักต้องบอกให้เข้าแถวให้เป็นระเบียบ กับข้าวมีพอ ถ้าหมดเค้าจะเอามาเติมให้ ถึงได้ยอมกัน (ตอนที่ทานข้าว ก็มีคณะจาก มข. ไปทานด้วยเหมือนกัน เค้าก็มองอย่างสงสัยว่ามาจากไหนและมาทำอะไรกัน 55)..............กินข้าวกันเสร็จแล้วก็แยกย้ายไปถ่ายรูปกัน วิวที่นี่สวยนะคะ มองดูน้ำในเขื่อนแล้วมันนิ่งๆ สงบดี พวกพี่ๆ ก็คอยดูว่าน้องเป็นยังไงบ้าง จะเป็นอันตรายกันไหม (เพราะต้องปีนถ่ายรูปตามโขดหิน) แล้วก็ไปรวมตัวกันด้านข้างหน้าร้านอาหาร ริมเขื่อน คุยกับน้องบางส่วน น้องๆ น่ารักมาก โดยเฉพาะน้องตุ๊กตา หล่อนเป็นคนน่ารักแต่ดูเอ๋อๆ พูดก็จะเสียงใหญ่ๆ ห้าวห้าว ช่างซักช่างถาม............ ถ่ายรูปและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความรู้ทางด้านภาษากันจนเหนื่อยเพราะว่าใช้ทั้งภาษาไทย อังกฤษและจีน ปนกัน น้องๆ ก็ขำกันใหญ่ อย่างคำว่า Let’s ช่างเฌอ = ไปขึ้นรถกันเถอะ อากาศร้อนมากทุกคนจึงไม่ค่อยเคลื่อนย้ายไปไหนนั่งคุยกันแทน  ได้เวลาก็มุ่งหน้าไปยังที่หมายถัดไป

ที่หมายที่ห้า(ไม่ได้ลง) หาดบางแสน (อีสาน)อยู่ไม่ไกลจากเขื่อนอุบลรัตน์มากนัก แต่เนื่องจากว่าอากาศร้อนมากๆ (ประมาณบ่าย 2 – บ่าย 3) ทุกคน (โดยเฉพาะเด็กๆ) เลยมีประชามติว่า ไม่ลงดีกว่า(Tips: คนจีนไม่ชอบแดดเอามากๆ สังเกตได้จากการที่เมื่อมีการเดินทางทุกคนจะเตรียมพร้อมทั้งร่ม หมวก แว่นตากันแดด และครีมกันแดด) เลยแค่ขี่รถไปดูและเลี้ยวรถกลับ มุ่งตรงไปยังที่หมายต่อไป

ที่หมายที่หกวัดหนองแวง (ริมบึงแก่นนคร) ใช้เวลาประมาณชั่วโมงนิดๆ

(1 ตื่นพอดี) เราก็มาถึงวัดบ้านหนองแวงกัน วัดนี้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยมาก จากที่เห็น (อาจจะเป็นเพราะกุฏิสร้างเป็นหลังๆ เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ) เพราะรถจอดนอกวัด และเพราะไม่เคยมามาก่อนจึงทำให้ไม่รู้ทิศรู้ทาง เราและยี่สิบเดินนำน้องๆ เข้าวัดไปแบบสุ่มๆ แต่ก็ไปถึงเจดีย์ชั้นที่ 9 ได้แบบงงๆ เข้าไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุ และเดินขึ้นชั้นต่างๆ (มีทั้งหมด 9 ชั้น) กว่าจะถึง เหนื่อยไม่ใช่เล่น แต่วิวด้านบนสวยมาก ลมก็เย็นสบาย พอสูดอากาสบริสุทธิ์ได้สักครู่ก็เดินลง (เนื่องจากชั้นสุดท้ายแคบมากและน้องๆ ก็ทยอยกันเดินขึ้น) เจอพี่เก๋กับอ.เดียวกลางทาง เลยบอกให้ช่วยต้อนเด็กๆ ลงมาด้วยขาลง เดี๋ยวเราจะลงไปรอข้างล่าง

ลงไปถึงด้านล้างพวกแพร ยี่สิบ แจ็คและน้องๆ บางคน กำลังรุมรถขายน้ำกันอยู่ เราเลยเดินไปบอกยี่สิบว่าเลี้ยงหน่อยไม่ได้เอาเงินมา (ยี่สิบก็ใจดีอย่างที่ไม่ค่อยจะเป็น.....เราเลยได้กินชาเย็นฟรี) ระหว่างพักเหนื่อยก็เจอน้องคนนึงนั่งมอไซต์มากับแม่ มาซื้อไอติม น้องน่ารักมากเลยตัวปุ๊กๆ แล้วก็ทาแป้งซะหน้าขาวเหมือนจะไปเล่นละครหน้าขาวอ่ะ พอเราเดินไปถ่ายรูปน้องก็ชูสองนิ้ว ตาจิกกล้อง (น่ารักมากๆ) พักใหญ่ๆ น้องๆ ก็ทยอยกันเดินลงมา มารวมกันอยู่แถวๆ ที่พวกเราอยู่ รวมตัวกันครบก็เดินไปขึ้นรถกัน.............เดินทางไปยังที่หมายสุดท้าย.........ที่หมายแห่งการรอคอย

ที่หมายที่เจ็ด ตึกคอม......... ดีใจอย่างบอกไม่ถูกเนื่องจากจะได้เจอความเย็นของ air conditioner ถึงตึกคอมประมาณ สี่โมงเย็นครี่งกว่าๆ ก็เลยตกลงกันว่าจะใช้เวลาที่นี่จนถึง 2 ทุ่ม (คือให้เดินเล่น ซื้อของ และหาข้าวกินไปเลย) .......... เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เราได้มาที่นี่ (ตื่นเต้นอยู่เด๊) มีร้านค้ามากมายให้ได้เลือกช็อบ ที่นี่มีช็อบที่ไม่คิดว่าจะมีอย่าง The Body Shop, Esprit หรือ ร้านกาแฟ StarBuck etc. เดินไปเดินมาก็เจอแต่น้องๆ แล้วเค้าก็พอกันไหว้ทุกครั้งที่เจอ เลยต้องบอกว่าไหว้วันละครั้งก็พอจ๊ะ  ถึงได้เพลาๆ ลงบ้าง

เดินไปเดินมาหิวซิ่ ซัก 6 โมงกว่าๆ ก็เลยพากันไปนั่งกินบะหมี่ ที่ร้านอาหารญี่ปุ่น (จำชื่อร้านและชื่ออาหารไม่ได้ค่ะ...แต่คงจะมีร้านเดียวหละที่ตึกคอม) นั่งๆ ไปก็จะมีน้องๆ กลุ่มนั้นกลุ่มนั้นเข้ามากินกิน บางคนก็จะถามก่อนว่า เห่าชื่อมา (=อร่อยไหม) แล้วน้องเล็ก (นิสิตจีนที่ไปช่วยงาน) ก็จะตอบว่า เห่าชื่อ (= อร่อย) เราก็บอกด้วยว่าเห่าชื่อๆ พอกินเสร็จก็เดินไปทักน้องๆ ตามโต๊ะ (ก็เป็นโต๊ะที่อยู่ติดๆ กันนี่แหละ มีประมาณ 4 – 5 โต๊ะที่เป็นกรุ๊ปเรา) น้องๆ ก็เลยถามเราว่า อาจารย์อิ่มไหมเราก็เลยตอบว่า ป่าวล่ะ(=อิ่ม)(เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เร็วจริงๆ ทั้งเด็กที่ได้ภาษาไทยเพิ่ม และพวกเราที่ได้ภาษาจีนเพิ่มเหมือนกัน) กินเสร็จเราเลยเดินไปดูรองเท้าที่แผนกกีฬา ฆ่าเวลา แล้วก็ลงไปดูผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ Boots .........น้องๆ เริ่มมารอกันที่จุดนัดหมาย (หน้าร้าน StarBuck แถวบันไดเลื่อน) จากนั้นก็แยกย้ายกันโทรถามรถ และโทรหาพี่เก๋.......พี่เก๋เลยบอกเดินไปขึ้นรถที่หน้า Sofitel ได้เลย รถจอดอยู่ที่นั่นแล้ว...เราเลยพาน้องบางส่วนที่มากันแล้วเดินไปช่างเฌอ (ขึ้นรถ) ส่วนแจ็คกะแพรรอน้องๆ ส่วนที่เหลือ

มีน้อง 2 คนซื้อ Laptop เลยทำให้ช้าไปนิดหน่อย ออกจากขอนแก่นประมาณ สองทุ่มครึ่ง ขึ้นรถได้ก็แยกย้ายกันพักผ่อนค่ะ บางคนก็หลับ บางกลุ่มก็คุยกัน ส่วนเราก็นั่งร้องเก่ะไปตลอดทาง (รถเราเปิดเก่ะของแกรมมี่) ถึงสารคามก็ประมาณ 4 ทุ่ม ส่งน้องๆ เข้าห้อง แล้วก็นั่งรอพ่อกับยี่สิบ หลังจากยี่สิบกลับไปแล้วเราก็ขี่มอไซต์กลับบ้านบ้าง ..................ถึงบ้านก็ดูโทรทัศน์ อ่านหนังสือ สักพักแล้วก็หลับไป (ทีแรกยังไม่รู้สึกเหนื่อยนะแต่วันอาทิตย์นอนทั้งวันเลยยย)

.................................Series 8 น่าจะเป็นการสู่ขวัญน้องๆ ค่ะ แต่คงต้องรอให้เด็กๆ ย้ายไปอยู่หอกันเสียก่อน

ภาพเพิ่มเติม 1

ภาพเพิ่มเติม 2