ครูไทยต้องรับภาระหนักเมื่อเปรียบเทียบกับนานาชาติ สำหรับประเทศไทย ปัญหาครูอยู่ที่การกระจายครูไปตามโรงเรียน และท้องถิ่นต่างๆ ให้ได้ครูที่ดี มีคุณวุฒิ คุณภาพ และประสบการณ์"....ครั้นมาย้อนดูตัวเอง ก็เช่นกัน จึงถามตัวเองว่า " วันนี้ เราใช้หนี้แผ่นดินให้คุ้มกับเงินเดือนที่ได้รับหรือยัง และจะต้องไม่ย่อท้อต่อสภาวะสมดุลย์ของวิกฤตทางการเงิน "

ไปพบรายงานสภาวะการศึกษาไทยในเวทีโลก พ.ศ.2549  โดย ดร.อำรุง จันทวานิช เลขาธิการสภาการศึกษา  เห็นว่ามีประโยชน์ น่าสนใจจึงนำมาพิมพ์สู่กันอ่าน สรุปว่า

          "สภาวการณ์ของครูไทยต้องรับภาระหนักเมื่อเปรียบเทียบกับนานาชาติ ทั้งขนาดของชั้นเรียน จำนวนชั่วโมงการสอน ที่มากกว่านานาประเทศ อัตราเงินเดือนครูค่อนข้างต่ำ ปริมาณและคุณภาพครูที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ ซึ่งจาก ผลการวิจัยพบว่า มีหลายประเทศต้องการเพิ่มจำนวนครู ในระดับประถมศึกษา แต่อีกหลายประเทศต้องการเน้นการพัฒนาคุณวุฒิครูมากกว่า สำหรับประเทศไทย ปัญหาครูอยู่ที่การกระจายครูไปตามโรงเรียน และท้องถิ่นต่างๆ ให้ได้ครูที่ดี มีคุณวุฒิ คุณภาพ และประสบการณ์"

            กว่าสิบปีมาแล้วเราปฏิรูปการศึกษาเพื่อหวังผลไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน  ครูหลายท่านแม้ว่าจะไม่ได้ทำผลงานทางวิชาการ ท่านก็ไม่ละทิ้งเด็กและมีอุดมการณ์  มีวิญญาณครูเต็มเปี่ยมสมเป็นปูชนียบุคคล ในขณะที่หลายโรงเรียนมีทั้งครูชำนาญการ , ครูชำนาญการพิเศษ , ผู้บริหารเชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษ  มีวุฒิ ป.ตรี และโท เอก กันมากมาย  เมื่อเอา ๓๐ วัน หารเงินเดือนที่ได้หลายท่านเหล่านั้น  นั่งๆ นอน ๆ มีรายได้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐ บาท ต่อวัน

              ผู้ใหญ่และครูหลายท่านยังเป็นผู้นำการพัฒนาอย่างปฏิรูปต่อเนื่อง ก็ต้องขอกราบ บุญกุศลต้องเสริมส่งให้ท่านมีความสุขยิ่งๆขึ้น    ในทางตรงกันข้ามไปพบครูและผู้บริหารที่วิ่งโหยห่า  นั่งๆ นอน ๆ ไปๆ มา ๆ แล้วรับเงิน มากกว่า ๑,๐๐๐ บาท ต่อวัน โดยไม่ทำอะไรให้คุ้มกับเงินเดือน  วันหนึ่งก็อาจจะได้นั่งๆนอนๆดูเงินเดือนตัวเองสมใจ 

             ครั้นมาย้อนดูตัวเอง ก็เช่นกัน  จึงถามตัวเองว่า " วันนี้ เราใช้หนี้แผ่นดินให้คุ้มกับเงินเดือนที่ได้รับหรือยัง  และจะต้องไม่ย่อท้อต่อสภาวะสมดุลย์ของวิกฤตทางการเงิน "