... หมู่เกาะสิมิลัน เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเล ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดพังงา ประกอบด้วยเกาะจำนวน 9 เกาะ เป็นจุดดำน้ำที่มีชื่อเสียง และติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก ...
มาถึง ท่าเรือทับละมุ จ.พังงา ในตอนเช้าเพื่อลงเรือไปยังหมู่เกาะสิมิลัน เรากินของว่างและอาหารเช้ากัน

เรือ เหมือนฝัน 2
<p style="text-align: center;">
</p>
<p style="text-align: center;">การท่องเที่ยวที่ดีจะต้องศึกษาหาข้อมูลสถานที่ที่เราจะไปก่อน ไม่ควรใช้เวลาไปในการเล่นไพ่</p>
<p style="text-align: center;">
</p>
จุดแรกที่ไปถึง คือ ด้านหลังของเกาะ 8 พวก Scuba Dive จะต้องทดสอบความสามารถก่อนไปดำที่จุดอื่น พวกเรา Skin Dive ก็เลยถือโอกาสว่ายขึ้นฝั่ง ปะการังบริเวณนี้ส่วนใหญ่ตายหมดแล้ว แต่ก็มีปลาให้ดูเยอะโดยเฉพาะปลานกแก้วตัวโตๆ ทรายบนหาดขาว ละเอียดมาก ตามโขดหินมีปูอยู่เพียบ

หลังจากว่ายน้ำอยู่นานก็ได้เวลาเดินทางต่อไปยังเกาะ 4 (หรือ เกาะเมี่ยง) เพื่อกางเต็นท์และขนของเข้าที่พัก เกาะ 4 ไม่ใช่เกาะที่ใหญ่ที่สุด แต่เนื่องจากมีแหล่งน้ำจืดจึงสามารถตั้งถิ่นฐานได้
ตอนเย็นผมกับเพื่อนๆตัดสินใจจะไปดูพระอาทิตย์ตก แต่ต้องเดินข้ามเขาไปยังอีกด้านของเกาะ ทางค่อนข้างรกโชคดีไม่เจองู ก่อนถึงจุดที่คาดว่าเป็นจุดที่เห็นพระอาทิตย์ตกจะมีต้นไม้ประเภทปาล์มซึ่งมีหนามเราต้องเดินอย่างระมัดระวัง มีเพียงผมกับเพื่อนเท่านั้นที่อยู่ตรงนั้น ทำไม่ไม่มีคนสนใจดูพระอาทิตย์ตกบ้างหรือ? ...ในที่สุดเราก็ตัดสินใจกลับก่อนที่จะไร้แสงตะวัน เพราะเมื่อถึงตอนนั้นขากลับเราคงเจอกับดงหนาม และกองทับหนู (บนเกาะมีหนูเยอะมาก) อีกทั้งความหิวที่มาเยือน
วันนี้โปรแกรมของเราช่วงเช้าจะไปดำน้ำที่เกาะ 1 หรือ เกาะหูยง ซึ่งอยู่ใต้สุดของหมู่เกาะสิมิลัน เรือเหมือนฝัน 2 ไปส่งพวก Scuba ตรงกำแพงเมืองจีน พวกเรา Skin ต้องนั้งเรือหางยาวไปที่หน้าหาดเกาะ 1 บริเวณนี้มีปะการังเขากวางหลากสี โดยเฉพาะที่ชอบมากคือสีฟ้าเรืองแสง ว่ายๆอยู่เห็นงูทะเลทำให้เกิดอาการเสียวขา เพราะงูทะเลมีพิษและไม่มีเซรุ่มรักษา เมื่อว่ายเต็มอิ่มแล้วก็มุ่งหน้าสู่เกาะ เห็นใกล้ๆว่ายอยู่ตั้งนานกว่าจะถึงหาด เกาะ 1 มีชายหาดที่ยาวที่สุด มีสถานีดูแลการวางไข่ของเต่าทะเล พวกเรามานั้งที่หาดให้คลื่นซัดทรายเข้ามาในการเกงเล่นสะใจดี ใกล้ๆกันมีปลาจะละเม็ด (มีจุดข้างลำดัว) เกาะ 1 เป็นจุดที่ผมชอบที่สุดในทริปนี้เลย เสียดายไม่มีโอกาสถ่ายภาพบนเกาะ

(ซ้ายบน เกาะ 1 มีหาดที่ยาวที่สุด , ซ้ายล่าง เกาะ 1 ทิศใต้น้ำเชี่ยวมาก , ขวา เรือหางยาวพาหนะของชาว Skin Diving)
หลังจากกินมือเที่ยงบนเรือ เราก็ให้อาหารแก่ปลา โดยปลาเหล่านี้จะไม่ลังเลเลยที่จะกระโจนเข้ามากินกระดูกไก่ทอด และเปลือกแตงโมที่เราโยนให้ ต่อจากนั้นเราไปต่อที่ หลังเกาะ 4 (หน้าหาดเล็ก) จุดนี้ความหนาแน่นของปะการัง และปลาน้อย แต่ยังมีโอกาสได้เห็นหอยเบี้ย ได้ว่ายตามปลาหมึก เผ้าดูปลาไหลมอเร่ย์ว่าเมื่อไหร่จะออกมาจากรู
จากนั้นเราไป เกาะ 6 พวก Skin ไปกันก่อนโดยเรือหางยาว ผมกับเหมือนฝัน 2 รอตี๋น้อยซึ่งว่ายขึ้นฝั่งตามไปทีหลัง จุดที่ Skin ลง กับ เหมือนฝัน 2 จอดอยู่คนละที่ (หัวกับท้ายเกาะ) ได้ยิน staff บอกว่าน้ำเชี่ยวมาก ผมให้ตี๋น้อยลงไปทดสอบว่ายรอบเกาะดูก่อนปรากฏว่าเชี่ยวจริงๆ ผมจึงไม่ลง สักพักพวก Skin ก็ย้ายมาที่หัวเกาะ(เพราะน้ำพัดไปท้ายเกาะ) จุดนี้มีประการังอ่อน กัลปังหา อยู่บนหินที่เกือบจะพ้นน้ำ นับเป็นบุญของพวก Skin ที่ไม่ต้องดำน้ำลึกก็ได้สัมผัส(ชม)ประการังอ่อนอย่างใกล้ชิด งามจริงๆ คุ้มค่ากับแรงที่เสียไปในการสู้กับกระแสน้ำ
สรุปวันนี้ลง 3 จุด เต็มอิ่มเลย กลับมาเกาะ 4 อาบน้ำกินข้าว ตกดึกเราเดินไปดู ปูไก่ ซึ่งอยู่ระหว่างทางไปหาดเล็ก แต่ไม่เจอสักตัว มีคนบอกว่าต้องหน้าฝนถึงจะเห็น เราเลยมาดูงูหลามแทนซึ่งอยู่ในโพรงไม้บริเวณที่พัก คืนนี้เราต้องออกมานอนที่ชายหาดเพราะมีลูกหนูบุกเข้าเต็นท์ หาตัวไม่เจอ ไม่รู้หลบเข้าไปอยู่ในกระเป๋าเสื้อผ้าใคร
ตอนสายเรามุ่งหน้าสู่เกาะเก้า ซึ่งอยู่เหนือสุดของหมู่เกาะฯ เพื่อดำน้ำ ณ จุดนี้มีแพลงตอนจำนวนมากทำให้ปลาเยอะมากๆ ว่ายกันมาเป็นฝูงใหญ่ๆ สีสรรสวยงาม สะท้อนกับแสงอาทิตย์เป็นประกาย แต่มีสิ่งคล้ายแมงกระพรุน ใสๆ เล็กๆ ทำให้ระคายผิวบ้าง ได้เห็นปลาไหลมอเร่ย์ ว่ายดามฝูงปลาหมึก หนีปลานกแก้วยักษ์

ผมอยู่หลังนู่น
จากนั้นไป เกาะ 8 ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานฯ ที่เกาะ 8 นี้ จะมีหินรูปเรือใบซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสิมิลัน และตรงหินรูปเรือใบนี้จะเป็นจุดชมวิวซึ่งสามารถเห็นหาดหน้าเกาะ 8 ได้ เราได้ถ่ายรูปหมู่กันบนจุดชมวิว และลงมากินข้าวกลางวันที่อุทยานฯ

ถึงคราวที่จะต้องอำลาสิมิลันแล้ว เหมือนฝัน 2 ออกจากเกาะ 4 ตอน 8.30 น. มุ่งหน้าสู่ท่าเรือทับละมุ เพื่อขึ้นรถกลับกรุงเทพฯ ผมมองไปยังหมู่เกาะทั้ง 9 คิดในใจว่าครั้งหน้าผมจะมาแก้มือใหม่ บางสิ่งที่ผมไม่ได้เจอ และทำในทริปนี้ -- ปูไก่ , เกาะ 1, ว่ายข้ามไปยังเกาะ 5, ฉลามวาฬ , กระเบนราหู , เต่าทะเล , หนูตัวที่บุกเข้ามาในเต็นท์...
ถึงบ้าน ตี 5 โดยสวัสดิภาพ
โลกกว้างมาก มีอีกหลายที่หลายมุมที่เรายังไม่มีโอกาสได้พบ