|
เคล็ดลับการปลูกเลี้ยงต้นไม้ให้งอกงาม
|
||
|
การปลูกต้นไม้ให้สมบูรณ์งอกงามนั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจในธรรมชาติของต้นไม้ และมีประสบการณ์ ต้นไม้แต่ละชนิดมีวิธีการปลูกเลี้ยงและดูแลรักษาแตกต่างกันไป ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจปลูกเลี้ยงต้นไม้ชนิดใด ผู้ปลูกเลี้ยงจึงควรที่จะหาข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับต้นไม้ชนิดนั้นเสียก่อน เนื่องจากมีเคล็ดลับกับวิธีการอยู่มากมายสำหรับการปลูกเลี้ยงต้นไม้ให้งอกงามโดยเฉพาะอย่างยิ่งธรรมชาติแห่งสรรพชีวิตรวมถึงต้นไม้ชนิดต่างๆนั้น มีความซับซ้อนในตัวเองเกินกว่าที่จะหาหลักวิชาการแบบสรุปสั้นๆแล้วครอบคลุมด้วยประการทั้งปวงได้ ดังนั้นจึงใคร่ขอนำเสนอเคล็ดลับเพิ่มเติมเพียงเล็กน้อย ซึ่งรวบรวมมาจากการถ่ายทอดประสบการณ์ของมิตรสหาย ศึกษาจากตำรา และจากประสบการณ์ของตัวเอง เผื่อว่าท่านผู้อ่านจะนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ได้บ้างตามสมควร 1.รู้จักธรรมชาติของต้นไม้ที่ปลูกเลี้ยง ต้นไม้แต่ละชนิดชอบอยู่ในสภาพแวดล้อมต่างๆกัน และไม้ดอกไม้ประดับทั้งหมดก็มีที่มาดั้งเดิมจากธรรมชาตินั่นเอง ถึงแม้จะมีการปรับปรุงสายพันธุ์ หรือเป็นลูกผสมแล้วก็ตาม ยังไงก็จะยังคงมีพื้นฐานพันธุกรรมจากบรรพบุรุษติดมาอยู่เสมอ ดังนั้นหากเราทราบว่าในธรรมชาติดั้งเดิมต้นไม้เขามีความเป็นอยู่อย่างไร ชอบขึ้นอยู่บนวัสดุปลูกประเภทใด มีธาตุอาหารตัวไหนสูง ความชื้นสัมพัทธ์เท่าไหร่ ความแตกต่างระหว่างกลางวันกลางคืนมีอะไรบ้าง ชอบขึ้นอยู่ใต้เงาไม้ครึ้ม หรือว่าอยู่กลางแจ้ง ข้อมูลเหล่านี้ยิ่งรู้มาก ก็จะเข้าใจต้นไม้ชนิดนั้นมากขึ้น เมื่อเข้าใจก็จะสามารถนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานที่ปลูกเลี้ยงได้ ถึงจุดนี้จะเห็นได้ว่าจะต้องใช้ความชำนาญและความเก๋าเกมส์พอควรในการตีความหมายจากข้อมูล เพื่อนำมาปรับใช้ ซึ่งอาจต้องอาศัยการฝึกฝนในด้านการสังเกต และการประยุกต์ใช้สิ่งรอบตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์อันถือได้ว่าเป็นที่สุดแห่งเคล็ดลับการปลูกเลี้ยงต้นไม้เลยทีเดียว อย่างไรก็ตามอย่างน้อยก็จะทำให้ผู้ปลูกเลี้ยงได้รู้จักกับต้นไม้ที่ดูแลอยู่มากขึ้นว่าเขามีที่มาอย่างไร ซึ่งในแง่ความสุขก็ถือได้ว่าคุ้มค่าแล้ว 2.วัสดุปลูก โดยทั่วไปวัสดุปลูกจะประกอบจากวัสดุหลายๆชนิดผสมกัน เนื่องมาจากเหตุผลที่ว่าวัสดุปลูกเพียงแบบใดแบบหนึ่งเพียงชนิดเดียว มักจะมีคุณสมบัติทางด้านเดียว กล่าวคือวัสดุประเภทที่ดูดซับและรักษาความชื้นได้ดีมักจะระบายอากาศได้ไม่ดี ส่วนวัสดุที่ระบายอากาศได้ดีก็มักจะดูดซับและรักษาความชื้นได้ไม่ดีนัก บางชนิดมีธาตุอาหาร ในขณะที่บางวัสดุปลูกก็ไม่มีธาตุอาหารเลย วัสดุปลูกที่เหลือใช้และหาได้ง่ายในบ้านเรามีอยู่มากมาย เช่น เปลือกมะพร้าว ทรายหยาบ แกลบดิบ ขี้เถ้าแกลบ เปลือกไม้แห้ง ใบไม้ผุ ขี้วัวแห้ง ถ่านไม้ หินชนิดต่างๆ โฟมหักเป็นชิ้นขนาดต่างๆ ฯลฯ เคล็ดลับของวัสดุปลูกคือหลีกเลี่ยงการใช้ดินเปล่าๆโดยไม่ผสมอะไรเลย เนื่องจากดินเปล่าๆ มีความแน่นตัวสูง และเต็มไปด้วยเชื้อก่อโรคพืชมากมาย ความโปร่งช่วยให้มีการหมุนเวียนของอากาศและน้ำ จะช่วยให้เกิดการถ่ายเทที่สมดุล และควบคุมเชื้อก่อโรคได้ ควรให้ความสำคัญกับความโปร่งและระบายอากาศดี แต่ก็ไม่สูญเสียความชื้นง่ายจนเกินไป ส่วนเรื่องธาตุอาหารผู้ที่ยังไม่ชำนาญในการคิดสูตรเครื่องปลูกขอแนะนำให้ไปป รับที่ปุ๋ย ถ้าธาตุอาหารในตัววัสดุปลูกเยอะก็ไม่ต้องให้ปุ๋ยมาก ถ้าธาตุอาหารในตัวน้อยก็ให้ปุ๋ยเสริมเข้าไป ปัจจุบันปุ๋ยละลายช้าเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ประหยัดและลดความยุ่งยากได้ ต้นไม้บางชนิดสามารถปลูกให้งอกงามได้ดีแม้จะใช้วัสดุปลูกที่ไม่มีธาตุอาหารใ ดๆเลยก็ตามเมื่อใช้ปุ๋ยละลายช้านี้ 3.ความเหมาะสมของขนาดกระถาง สิ่งสำคัญอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ปลูกเลี้ยงมักเข้าใจผิดเสมอคือการปลูกต้นไม้ลงกระถางขนาดใหญกว่าที่ควรจะเป็น ด้วยความหวังดีว่าต้นไม้จะได้อยู่อย่างสุขสบาย ซึ่งข้อนี้เป็นการเข้าใจผิด เนื่องจากว่าโดยปกติแล้วรากกับใบมักจะต้องมีสัดส่วนที่พอดีเหมาะสมกัน เพราะใบเอาไว้คายน้ำ ส่วนรากเอาไว้ดูดน้ำโดยทั่วไปรากพืชจะถูกสร้างให้เหมาะสมกับสัดส่วนของใบ หากกระถางเล็กหรือใหญ่เกินไป จะส่งผลเสียได้ โดยรากพืชจะทำหน้าที่รักษาสมดุลกรด-เบส สภาพทางเคมี และรักษาโครงสร้างของดินได้โดยอัตโนมัติ อันเป็นปฏิสัมพันธ์ทางธรรมชาติที่น่ามหัศจรรย์ 4.วางไว้ให้ถูกที่ พิจารณาว่าพืชที่ปลูกชอบสภาพแวดล้อมแบบใด ปัญหาส่วนมากจะพบในต้นไม้ที่ต้องการความชื้นเช่นพวกไม้อวบน้ำและเฟิร์น หากชอบที่ชื้นก็ต้องทำพื้นที่ให้เอื้อต่อการเกิดความชื้น เช่น หาวัตถุบังลมเช่นต้นไม้ใหญ่หรือซาแลนมาขึงบังลมไว้ ปูด้วยทรายหยาบ หรืออิฐมอญ หาอ่างน้ำมาตั้งใกล้ๆ ตั้งชิดรวมกันเป็นกลุ่มๆ หรือใช้เครื่องควบคุมเช่นน้ำหยดหรือพ่นหมอก วิธีการเหล่านี้ใช้ร่วมกันหรืออย่างใดอย่างหนึ่งตามความเหมาะสม จะช่วยเพิ่มความชื้นได้ อีกปัญหาหนึ่งคือปัญหาความสกปรกควรหลีกเลี่ยงการวางบนพื้นดินโดยตรง หรือในช่วงระยะที่เวลารดน้ำแล้วดินกระเด็นมาโดนใบ-ซอกใบ ควรวางต้นไม้บนที่รองหรือวางบนพื้นที่ปูด้วยอิฐหรือทรายหยาบ ควรหาวัสดุคลุมวัสดุปลูกไม่ให้เกิดการกระเด็นเวลาให้น้ำ เช่นหินเล็กๆ หรือจะใช้ประโยชน์จากวัชพืชเล็กๆซึ่งเหลือไว้บ้างก็ได้ เหล่านี้เนื่องจากดินเป็นแหล่งของเชื้อโรคนั่นเอง ปัญหาจุกจิกเรื่องใบเป็นโรคจากเชื้อราจะลดลงได้อย่างชัดเจนหากจัดการเรื่องเ หล่านี้ได้ 5.รดน้ำต้นไม้ให้ถูกเวลาและถูกวิธี ควรรดน้ำแต่เช้าตรู่เพราะน้ำจะถูกใช้ประโยชน์จริงๆในตอนกลางวันเท่านั้น ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง ( photosynthesis ) เคล็ดลับก็คือทำยังไงก็ได้ให้เครื่องปลูกมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอในเวลากลางว ัน แต่ต้องแห้งหมาดๆในเวลากลางคืน พืชบางชนิดรดน้ำตอนเช้าครั้งเดียวก็พอแล้ว บางชนิดที่ชอบชื้นมากก็รดอีกทีตอนเที่ยงหรือบ่ายๆ (การรดน้ำตอนแดดจัดนี้แนะนำภายใต้โรงเรือนเพาะชำเท่านั้น เพราะในสภาพกลางแจ้งบางครั้งหยดน้ำที่ค้างที่ใบทำให้เกิดภาวะคล้ายเลนส์รวมแ สง ทำให้ใบเป็นจุดไหม้และเชื้อก่อโรคแทรกได้) หลีกเลี่ยงการรดน้ำตอนหัวค่ำอย่างเด็ดขาด เพราะหยดน้ำที่ค้างตามซอกใบและวัสดุปลูกในเวลากลางคืนจะเอื้อต่อการเจริญของ เชื้อก่อโรคได้เป็นอย่างดี นี่เป็นประเด็นสำคัญอันหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม การรดน้ำไม่ควรฉีดแรงควรทำให้เป็นฝอยๆเบาสบายคล้ายเม็ดฝนเม็ดเล็กๆ ต้นไม้ชอบมาก การฉีดน้ำแรงเกินจะทำให้เกิดบาดแผลโดยไม่ตั้งใจและเชื้อก่อโรคได้ใช้เป็นช่อ งทางในการเข้าทำลาย 6.ใส่ใจในความสะอาด ต้นไม้ที่เน่าง่ายเช่นพวกใบนิ่มอวบน้ำหรือต้นที่มีที่มาจากแหล่งหนาวเย็น จำเป็นจะต้องใส่ใจกับความสะอาดเป็นพิเศษ จริงๆแล้วไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ต้นไหนหากควบคุมให้สะอาดได้ที่สุดก็จะดี แนวทางก็คือเวลารดน้ำรดให้เป็นฝอย รดไปที่ใบแล้วให้ใบทำหน้าที่ในการรวบรวมหยดน้ำไหลลงสู่โคนต้น คล้ายกับธรรมชาติของฝนตก ตรงนี้ไม่ควรมองข้ามเพราะได้แฝงไว้ด้วยกลเม็ดอันแยบยลคือการรดน้ำเป็นฝอย 7.ตารางเวลา การให้ปุ๋ย การฉีดยาป้องกันโรคพืชและแมลง และการรดน้ำ ควรทำให้เป็นเวลาและมีความสม่ำเสมอ ยกตัวอย่างเช่นรดน้ำทุกวันตอน 6 โมงเช้า เดินดูแมลงกลางคืนอย่างน้อยทุกๆ 3 วัน และฉีดยาป้องกันโรคทุกๆวันอาทิตย์ตอนเย็น ฯลฯ ตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญมากแต่จะไม่ขอเน้นเนื่องจากตารางเวลาเหล่านี้ควรจะมีควา มเหมาะสมในแต่ละพื้นที่แตกต่างกันไป โดยส่วนมากหากไม่ได้ทำเชิงธุรกิจแค่รดน้ำทุกๆเช้า กับใส่ปุ๋ยก็เพียงพอแล้ว 8.หัดรู้จักสังเกตุและหาเคล็ดลับ ทำไมต้นไม้พวกพลูด่างเวลาเกาะหลักสูงขึ้นใบก็ใหญ่มากขึ้นหลายเท่าจนน่าอัศจร รย์ ทำไมบางทีต้นไม้เกิดลักษณะใบด่างแต่พอปล่อยไว้คาต้นใบต่อๆมาก็กลับมาเขียวเหมือนเดิม แต่ทำไมหากตัดส่วนด่างมาชำบางครั้งพบว่ามันก็ด่างต่อไปได้ ทำไมเลี้ยงในร่มแล้วข้อยืดยาว ทำไมเลี้ยงออกแดดแล้วข้อถี่ต้นได้ทรง ทำไมบางอย่างออกดอกแล้วต้นโทรม แต่ทำไมบางอย่างต้นโทรมแล้วถึงจะออกดอกได้ ทำไมวางบางต้นไม้เป็นกลุ่มแล้วมันโตได้ดีกว่าวางไว้เดี่ยวๆ ทำไมผ่านฤดูหนาวแล้วจึงมีดอก ทำไมดอกไม้ที่ผสมติดยากแต่เวลามีมดมาเดินเล่นกลับติดผลได้ง่ายดาย ทำไมไม้ด่างเจอที่ญี่ปุ่นเยอะ.......ทำไม....ทำไม....ฯลฯ มากมายข้อสังเกตุที่สามารถนำมาปรับใช้ให้เกิดภูมิปัญญาได้ไม่จบสิ้น ปุ๋ยที่ดีที่สุดในโลกคือจำนวนครั้งของเงาที่พาดผ่านต้นไม้ของผู้ปลูกเลี้ยง การดูแลเอาใจใส่ที่ดีย่อมทำให้เกิดการเรียนรู้ที่ดี หากท่านคุยกับต้นไม้ต้นไม้ก็จะงอกงามมากขึ้น เนื่องจากคำพูดและลมหายใจของท่านอุดมไปด้วยคาร์บอนไดออกไซด์อันเป็นประโยชน์ของต้นไม้ เรื่องโดย ทับทิมอ่อน |
||
boonpa
เคล็ดลับการปลูกเลี้ยงต้นไม้ให้งอกงาม
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
คนบ้านโต้น · 19 มิ.ย. 2551
Joseph · 19 มิ.ย. 2551
นางสาว มลฤดี ก้อย งามวงษ์วาน · 19 มิ.ย. 2551
บุญพา · 19 มิ.ย. 2551
นางสาว มลฤดี ก้อย งามวงษ์วาน · 19 มิ.ย. 2551
เรียน ท่านอาจารย์