คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนจังหวัดสำคัญอย่างไร
จากการประกาศใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2548 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน กรมส่งเสริมการเกษตรในฐานะสำนักงานเลขานุการวิสาหกิจชุมชน ได้ขับเคลื่อนกระบวนการทั้งภารกิจและนโยบายเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน โดยการนำบทบัญญัติและการประสานความร่วมมือหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดทิศทางได้แก่วิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ ROAD MAP ในการใช้เป็นเข็มทิศในการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน
ในช่วงระยะที่ 1 นับจากปี 2548 - 2549 ได้กำหนดให้มีการประชาสัมพันธ์ การสร้างความเข้าใจ แก่ผู้ประกอบการให้เข้าถึงการจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน ตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่ผ่านมา ได้รับการ ตอบรับเป็นอย่างดี มีการรับจดทะเบียนทั่วประเทศไม่น้อยกว่าสามหมื่นแห่ง
ในช่วงระยะที่ 2 นับจากปี 2550 - 2551 เป็นช่วงขยายผลการส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพ การเรียนรู้ เพื่อเปิดโอกาสให้วิสาหกิจชุมชนได้มีโอกาสเข้าถึงการส่งเสริมสนับสนุนเพื่อให้สามารถพัฒนาตนเองได้ หรือเสนอขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง โดยพิจารณาจาก ผลการประเมินศักยภาพ ซึ่งจะบ่งชี้จุดอ่อนจุดแข็งและแนวทางแก้ไข
การขับเคลื่อนสำคัญที่เป็นกลไกในการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน คือ คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนจังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการเป็นประธาน มีเกษตรจังหวัดเป็นกรรมการและเลขานุการ ประกอบด้วยหัวหน้าหน่วยงานระดับจังหวัดตามพระราชบัญญัติกำหนด จำนวน 11 คน และผู้แทนวิสาหกิจชุมชน จำนวน 6 คน ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 3 คน รวม 20 คน เป็นคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนจังหวัด ทำหน้าที่ในการส่งเสริมสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดของตน โดยประสานความร่วมมือทั้งนโยบายหน่วยงาน ภารกิจและบทบาทในฐานะคณะกรรมการฯ
ความสำเร็จของการใช้กลไกคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนจังหวัดให้มีบทบาทหน้าที่ภารกิจ สามารถขับเคลื่อนการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนได้สำเร็จนั้น หัวใจสำคัญอยู่ที่ฝ่ายเลขานุการ คือสำนักงานเกษตรจังหวัด ต้องทำหน้าที่ประสานงาน เข้าถึง เข้าใจ ทั้งในสาระสำคัญการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติและการนำเข้าสู่บรรยากาศแห่งความร่วมมือจากความจริงใจและเปิดใจที่ว่า “วิสาหกิจชุมชนนั้น เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกหน่วยงาน โดยมีสำนักงานเลขานุการ เป็นผู้ประสานงาน อำนวยความสะดวกในการส่งเสริมเพื่อประโยชน์ของชุมชน โดยคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนจังหวัด จะมีความสำคัญในการเป็นกลไกสำคัญ กำหนดบทบาทหน่วยงานภาคีในระดับพื้นที่จังหวัด
และอำเภอ ตลอดทั้งการวางนโยบายให้สอดรับกับการพัฒนาประเทศ จังหวัด ตามแผนงานนโยบาย ทั้งระยะสั้นและระยะยาว มีความต่อเนื่องชัดเจน จะทำให้การส่งเสริมสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนประสบความสำเร็จตามเป้าหมายได้ต่อไป
บทความโดย นายพิสิฐศักดิ์ ทัศศิริ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร 7ว สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่
หวัดดีครับ