เกษตรอินทรีย์

เทคนิคการปลูกข้าวอินทรีย์

 

            จากกระแสการต่อต้านสินค้าเกษตรที่ปนเปื้อนสารเคมีในกระบวนการผลิต  ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม  ดังนั้น  จึงมีการรณรงค์ส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยจากสารเคมีมากขึ้น  เพื่อเพิ่มความมั่นใจต่อผู้บริโภคและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  ซึ่งการผลิตข้าวอินทรีย์เป็นการผลิตข้าวโดยไม่ใช้สารเคมีใด ๆ ทำให้ตลาดมีความต้องการมาก แต่การผลิตยังมีน้อยไม่เพียงพอต่อความต้องการ มีเทคนิคการปลูกพอสรุปได้ดังนี้

            พันธุ์ข้าวที่ใช้ต้องผลิตด้วยระบบอินทรีย์  เป็นพันธุ์ที่ตลาดมีความต้องการการใส่ปุ๋ยคอก  ไถกลบตอซังข้าว และหว่านพันธุ์พืชปุ๋ยสด ได้แก่ โสนอัฟริกัน  ถั่วพุ่ม  ถั่วเขียว เป็นต้น ในอัตรา 5-7 กก./ไร่ ในช่วงที่ดินมีความชื้นพอเหมาะแล้วไถกลบในช่วงออกดอกเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดิน  เป็นการทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี  ในช่วงหลังปักดำเกษตรกรควรควบคุมระดับน้ำให้มีความลึก 5-20 ซม. หากมีวัชพืชควรทำการถอนด้วยมือ หลังปักดำ 25 30  วัน  มีการตรวจแปลงนาเพื่อสำรวจแมลงศัตรูพืชเป็นประจำทุกสัปดาห์  หากพบว่ามีการระบาดมากให้ป้องกันกำจัดโดยชีววิธี คือการใช้สารสกัดจากธรรมชาติหรือสารชีวภัณฑ์ ได้แก่ สารสะเดา  เชื้อราไตรโคเดอร์ม่า เป็นต้น 

            การจัดการก่อนและหลังการเก็บเกี่ยว  เกษตรกรควรทำการระบายน้ำออกจากแปลงนา 10 วัน ก่อนการเก็บเกี่ยว  เพื่อเร่งการสุกแก่ของข้าวให้มีความสม่ำเสมอ  และเพิ่มความสะดวกสบายในการเก็บเกี่ยวข้าว  ตลอดจนทำให้ข้าวเปลือกมีความชื้นไม่สูงมากเกินไป

            หากเกษตรกร สามารถปฏิบัติตามคำแนะนำดังกล่าวข้างต้นได้  ก็จะทำให้ได้ผลผลิตข้าวที่ปลอดสารพิษ  ปราศจากการปนเปื้อนสารเคมี  สิ่งแวดล้อมเกิดการฟื้นฟูทำให้เกิดความสมดุลย์ทางธรรมชาติ  ไม่มีปัญหาด้านการตลาดและสามารถลดต้นทุนการผลิตข้าวลงได้เป็นอันมาก

 

                                   

                                                            อาคม  จงอริยตระกูล

                                    สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 4 จ.ขอนแก่น