นิทานเรื่อง “คนขี่ลา”

การพูดคุย  เล่าเรื่องราว  ผู้เขียนถือว่าเป็นการแบ่งปันความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ หรือปรึกษาเรื่องราวต่าง ๆ  แต่ก็น่ะ .........   ผู้เขียนจึงมีนิทานมาฝากครับ

 

         มีพ่อลูกสองคนพักอาศัยอยู่ในชนบท วันหนึ่งจะเอาลาไปขายในเมือง สองคนพ่อลูกจึงได้ขี่ลาไปด้วยกัน เดินทางไปได้ระยะหนึ่งได้ยินคนข้างทางผ่านมาพูดว่า  ดูดู๋ มนุษย์สองคนนั้นช่างมีน้ำใจอำมหิตเสียจริง ลาตัวนิดเดียวดันขึ้นไปขี่ตั้งสองคน ”  ช่างไม่มีน้ำใจสงสารสัตว์บ้างเลย  สองพ่อลูกเมื่อได้ยินเช่นนั้น  จึงให้ลูกขี่คนเดียวส่วนพ่อเดินจูงไป   เมื่อเดินไปได้อีกระยะหนึ่ง ก็ได้ยินคนข้างทางผ่านมาพูดว่า  เด็กอะไรช่างใจดำเหลือเกินปล่อยให้คนแก่จูงอยู่ได้  เด็กควรเป็นคนจูงและให้คนแก่ขี่ถึงจะถูก ”  สองพ่อลูกเมื่อได้ยินเช่นนั้น จึงให้ลูกลงเดินจูง  ส่วนพ่อขึ้นไปขี่เองเมื่อเดินไปอีกพักหนึ่ง ก็ได้ยินคนที่ผ่านมาพูดว่า  ผู้ใหญ่หัวหงอกเสียเปล่า ช่างเอาเปรียบเด็กได้ ช่างไม่ละอายใจ ปล่อยให้เด็กเดินจูงอยู่ได้ ”  ทั้งสองคนพ่อลูกคิดไม่ตกว่าจะเอาอย่างไรดี  พ่อขี่ลูกจูงเขาก็ว่า ลูกขี่พ่อจูงเขาก็ว่า เจ็บใจนักอย่าขี่มันเลย  สองพ่อลูกจึงเดินจูงลาไปด้วยกัน เดินทางไปได้พักหนึ่ง  ก็ได้ยินคนข้างทางที่ผ่านมาพูดขึ้นอีกว่า สองคนนี่ช่างโง่จริง ๆ มีลาทั้งตัวไม่รู้จักขึ้นขี่มัน  อย่างนี้แล้วสู้ช่วยแบกลาไปไม่ดีกว่า หรือ ผลที่สุดคือพ่อลูกสองคนช่วยกันแบกลาเข้าเมือง

 

          นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า บุคคลที่ทำอะไรไม่กล้าตัดสินใจด้วยตนเอง เที่ยวฟังคนโน้นที คนนี้พูดที มีลาทั้งตัวก็ไม่มีปัญญาขี่ต้องแบกลาเข้าเมือง

 

บทวิเคราะห์

  1. อย่าให้การวิพากษ์วิจารณ์ของคนอื่นมาทำให้เราขาดความมั่นใจ ในสิ่งที่เราทำ
  2. ถ้าคิดว่าเราทำสิ่งที่ถูกและทุ่มเทให้งานดีแล้ว  ก็น่าจะทำต่อไป
  3. แต่ถ้าสิ่งที่เราทำมันไม่ดี ก็ควรหาแนวทางปรับปรุง  แก้ไข  เปลี่ยนแปลงให้งานนั้นดีขึ้น
  4. อย่าท้อแท้เพียงแค่คำพูดที่ไม่ดีบางคำ

      " ถ้าเรามีใจ   ใส่ใจ       มีน้ำใจ   เข้าใจ   แบ่งใจ   ใจดี   ใจกว้าง   ใจจดจ่อ   ทุกอย่างจะออกมาดี "

 

 

 

 

นัทธี  สติปัญญาเข-ลา

16/6/51