การสอบโอเน็ต ม.6 พบว่านักเรียนมีความรู้เพียง 1 ใน 3 ของความรู้ทั้งหมด




รายงานสถานการณ์ภาวะสังคมไทย" ในไตรมาสที่ 1 ปี 2551 ของคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ดังมีในบทนำของมติชน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา ยืนยันว่า

ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ซึ่งเป็นการทดสอบความรู้รวบยอดปลายช่วงชั้นตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2551 สะท้อนให้เห็นภาพผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียนไทยที่อยู่ในระดับต่ำ

ทั้งนี้ คะแนนเฉลี่ยของผู้สอบเข้าโอเน็ต ป.6 ทุกวิชาไม่ถึง 50% ส่วนการสอบโอเน็ต ม.6 พบว่านักเรียนมีความรู้เพียง 1 ใน 3 ของความรู้ทั้งหมดตามมาตรฐานหลักสูตร แม้คะแนนเฉลี่ยในรอบ 3 ปีจะดีขึ้น แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ไม่น่าพอใจ ซึ่งสภาพัฒน์ได้แสดงความกังวลว่าคุณภาพของเด็กนักเรียนในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานจะมีประสิทธิภาพในการทำงานหรือไม่

กลุ่มเด็กและเยาวชนมีแนวโน้มของการกระทำความผิดในคดียาเสพติดเพิ่มขึ้น คดีเกี่ยวกับทรัพย์ก็เพิ่มขึ้น ปัญหาความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมาจากคนในสังคมขาดคุณธรรม จริยธรรม ความเอื้ออาทร ขาดวินัย ไม่เคารพกฎ ระเบียบ สะท้อนให้เห็นว่าสภาพสังคมเปลี่ยนแปลงไปเป็นสังคมบริโภคนิยมและวัตถุนิยมมากขึ้น การกระจายเจริญเติบโตไม่ทั่วถึง เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคม

บทนำมติชนบอกอีกว่า คุณภาพของคนมีความสำคัญเหนืออื่นใด การสร้างชาติจะต้องเริ่มกันที่การศึกษา มีรัฐบาลใดบ้างที่ทุ่มเทสติปัญญา งบประมาณ บุคลากรไปพัฒนาการศึกษา เด็กและเยาวชนเคยถูกกล่าวถึงจนปัจจุบันเติบโตเป็นผู้ใหญ่มีครอบครัวก็ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านการศึกษาที่รัฐบาลจะเอาจริงเอาจัง ในการนำเสนอรายงานของสภาพัฒน์ครั้งนี้ได้กล่าวว่า สภาพัฒน์ได้หารือกับกระทรวงศึกษาธิการหลายครั้งแล้วว่าควรจะต้องเร่งพัฒนาคุณภาพของคนในประเทศโดยจะต้องดูตั้งแต่คุณภาพของครู ครอบครัว สิ่งแวดล้อม

ควรส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนรู้จักเรียนรู้ตลอดชีวิตและทำในระยะยาว

นอกจากนี้ รัฐจะต้องดูแลให้ชัดเจนและขอเสนอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำโครงการส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชนตั้งแต่ก่อนวัยเรียน


คอลัมน์ สยามประเทศไทย

โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ