จิตของมนุษย์ในสังคมทุกวันนี้ถูกฟอกด้วยสิ่งใดนัก จึงได้จักขุ่นมัว เศร้าหมอง แร้งแค้นได้ถึงปานนี้...?

อันว่าจิตเดิมของมนุษย์นั้น “ประภัสสร” บริสุทธิ์ประดุจดวงแก้วดวงใหญ่ที่ส่องแสงอำไพ เจิดจ้า ทั่วท้องธาร

กิเลสนั้นเล่าของบุคคลในสังคมที่แฝงอยู่ใต้อาจมแห่งเศรษฐกิจในระบอบทุนนิยม เป็นเครื่องฟอกจิตที่ใส่สะอาดนั้นให้กลับขุ่นเศร้าและมัวหมอง

จิตขาว ๆ บริสุทธิ์ ต้องสะดุดด้วยแปรงที่ชุ่มไปด้วยสีดำ จนจิตนั้นกลายเป็นมีหมอก พร้อมกลับกลอกด้วยเล่ห์เพทุบาย

อันจิตนี้ “เด็ก” เป็นผู้ที่ได้ชื่อว่ามีจิตอันผ่องแผ้วไร้ซึ่งมารยาสาไถยใด ๆ หิวก็ร้องไห้ ปวดก็ร้องไห้ เจ็บก็ร้องไห้ มีความสุขก็หัวเราะ จิตของเด็กนั้นนำสุขมาให้อย่างจริงใจและเที่ยงตรง

เมื่อเติบโตขึ้น จิตนั้นเริ่มรับ เริ่มรู้ กับความรู้เครื่องฉาบทาที่ส่งสารผ่านมาตามสื่อต่าง ๆ มากมาย

สารเหล่านั้นแฝงมาด้วยมฤตยูอันว่าเป็นเครื่องนำภัย ความสิ่งชั่ว สิ่งร้ายมาสู่ตน

ความรู้ที่เขายัดเยียดให้เรารู้นั้นเป็นเครื่องฟอกจิตให้ขุ่นมัวได้อย่างดีนัก นักการตลาด นักธุรกิจ นักการเมือง นักเศรษฐศาสตร์ นักวิชาการ นักอะไร “นักต่อนัก” ขวนขวายส่องต่อความรู้มาให้เราเพื่อเขาแทบทั้งจิต

จิตนี้จึงได้วุ่นวายนัก คนนี้ว่ากันอย่างนี้ คนนั้นว่ากันอย่างนั้น มิสามารถรู้ได้เลยว่าความรู้ใด “จริง” หรือ “จริงแท้”

ถ้ามิสามารถหาความรู้ใดที่จะปลดเปลื้องสีขุ่นมัวออกจากจิตใจ ขอให้ยึดความรู้ใน “ศีล สมาธิ และปัญญา”
หนทางแห่งอริยมรรคเล่าเป็นทางเดินอันประเสริฐ
ศีล สมาธิ และปัญญาเป็นเครื่องฟอกจิตให้ขาวสะอาด ผ่องแผ้ว ดังเดิม

จิตที่มีศีลจะช่วยปลดเปลื้องพันธนาการที่ร้อยรัด มัดเกี่ยว ความโลภ ความโกรธ ความหลง ตัดและถอนซึ่งอวิชชาเสียซึ่งจากนิสัย

ศีลนี้จักเป็นพื้นฐานทำให้จิตใจสะอาด กวาดออกเสียได้ซึ่งฝุ่นละอองแห่งความโหดร้าย ทารุร ในการพรากสัตว์ให้ได้เจ็บปวดและแม้กระทั่งพรากชีวิตของสัตว์อื่น
อันมนุษย์ซึ่งประเมินตนผู้เป็นสัตว์ประเสริฐ ประเมินค่าตนเองให้สูงกว่าสัตว์ใด การประเมินค่านั้นทำให้มนุษย์มีสิทธิ “ฆ่า” และ “เบียดเบียน” สัตว์เหล่าอื่นได้อย่างอยู่ใจ แต่สิ่งนั้นหาไซร้ซึ่ง “ถูกต้อง” ไปตามธรรม

ในชีวิตอันต้องจมและเปื้อนอยู่ในสังคมที่เราสร้างขึ้นมาเป็นดั่ง “ห้องขัง” อันเป็นเครื่องพันธนาการชีวิตของเราเองนี้
ขอให้เราใช้ “ศีล สมาธิ และปัญญา” เป็นเครื่องฟอกจิตที่ขุ่นมัวดั่งมีหมึกนี้ให้สะอาดขึ้น จางคลายซึ่งความขุ่นมัว

สมาธิที่มีศีลเป็นพื้นฐานย่อมเป็นสมาธิที่มีผลมาก มีอานิสงส์มาก
ผลและอานิสงส์นั้น จักให้เป็นบุคคลที่เจริญด้วยสมาธิอันมีศีลเป็นพื้นฐานสามารถเดินตามทางไขว่ขว้า เก็บเกี่ยวกับความรู้ที่ถูกต้อง ความรู้อันเป็นสัมมาทิฐิ เก็บใส่จิต ใส่ใจ พัฒนากาย ใช้ตัวตนเครื่องอาศัยนี้อย่างมีประโยชน์แท้

ศีล สมาธิ และปัญญา เป็นเครื่องฟอกจิตอันจะนำพาจิตนั้นให้สะอาด ผ่องแผ้ว ประเสริฐ และบริสุทธิ์
บุคคลที่วิ่งหาความสุขจากสิ่งภายนอก จากทรัพย์สิน และครอบครัว ย่อมจะหาความสุขแท้มิได้เลยฉันใด
บุคคลที่ตั้งมั่นอยู่ด้วย ศีล สมาธิ และปัญญา จักนำพาดวงจิตนี้พบความสุขแท้แห่งจิตใจ...