อันงานที่ว่าดีแล้ว ควรหาอุบายทำให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก...
ศักยภาพของมนุษย์นั้นหาขีดจำกัดได้โดยยาก ต้องพยายามหาอุบายดึงตนไม่ให้พอดีแค่ในสิ่งที่ทำได้ ควรทำสิ่งต่าง ๆ ให้ดีที่สุด ขวนขวายในสิ่งที่ดีแล้ว ดีที่สุด ให้ดียิ่งกว่า ดียิ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ
การขวนขวายทำกิจการงานใดให้ดียิ่งกว่า ดียิ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ นั้นเป็นสิ่งที่ประเสริฐ เป็นสิ่งที่ดี ถ้าหากมิได้ทำการงานนั้นที่ผิดศีล ผิดธรรม และผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานนั้นควรเป็นงานที่ทำเพื่อ “ให้” แต่ถ่ายเดียว
การขวนขวาย พยายามทำงานเพื่อ “ให้” นั้น จิตจะเป็นสุข สุขก่อนทำ สุขขณะทำ สุขอย่างยิ่งเมื่อทำเสร็จ และสุขทุกขณะเมื่อนึกถึง
ก่อนทำคิดดี คิดที่จะให้งานออกมาดี คิดที่จะให้บุคคลอื่นนั้นมีความสุขที่จะได้สัมผัสกับงานนั้น
การทำงานดีนั้นมิได้ทำเพื่อโอ้เพื่ออวด ว่าฉันเก่ง ว่าฉันดีกว่าคนอื่น เพราะการคิดแบบนี้รังที่จะนำมาซึ่งทุกข์ ถึงแม้ว่างานนั้นจะดี ดีกว่าคนอื่น แต่ก็มิได้เกิดประโยชน์คือ “สุขแท้” แก่จิตใจ
การงานที่ดีที่ประเสริฐที่สุด คือ การงานที่อยู่บนหนทางของมรรคมีองค์ ๘
อุบายในการสร้างสรรค์งานที่ดีนั้นมีมากมายอเนกอนันต์ ทั้งที่เกิดขึ้นจากภายในตนเองและการที่มีครูบาอาจารย์ที่ประเสริฐชี้ช่อง สร้างหนทาง ให้คติและสติ เพื่อดึงศักยภาพที่ไม่มีขีดจำกัดออกมาสร้างสรรค์ประโยชน์ให้สูงที่สุด
ในยุคที่เรียกว่าความรู้ที่กำลังระเบิด (Knowledge Explosion) เราก็ควรจะเร่งระเบิดศักยภาพของเราเพื่อให้เข้ากับยุคกับสังคมนี้
การงานอันใดพึงมีทำเพื่อสร้างชีพ เพื่อหาปัจจัยสี่ ทำให้ดี ทำให้ยิ่ง
การงานอันใดพึงสร้างความสุขแท้แก่จิตใจ เป็นงานที่จำเป็นต้องทำและทำให้ยิ่ง ๆ ขึ้นด้วยเช่นนั้น
การงานทั้งภายนอกภายในที่ประเสริฐและบริสุทธิ์อันอยู่บนหนทางของอริยมรรคนั้นจะนำความสุขแท้คือ “ความสงบ” แก่จิตใจ...

ตามมารับธรรมมะ ดีดี คะ
อันว่าวิชาในโลกนี้ มิมีวิชาใดประเสริฐกว่าวิชา "สมถะ" และ วิชา "วิปัสสนา"
เมื่อท่านเห็นความประเสริฐจากวิชาทั้งสองนี้แล้ว ขอให้ท่านเจริญปัญญาด้วยทั้งสองวิชานี้เถิด แล้วสังสารวัฏนี้จักมีที่สิ้นสุดเมื่อสิ้นใจ...