คนที่จะประสบพบความสุขในชีวิตนั้นหาใช่คนที่ได้เป็นใหญ่ เป็นโต มียศ มีเกียรติ มีเงิน มีทองมากองไว้อย่างมากมายมหาศาล
คนที่จะประสบพบความสุขในชีวิตนั้นคือคนที่รู้สึกว่าชีวิตตนเองนั้น “สงบ” ชีวิตตนเองนั้น “มีความสุข” สงบ ร่มเย็น เยือกเย็น ปราศจากความเร่าร้อนกระวนกระวายที่เปรียบได้กับไฟที่รุมเร้าเผาเราดั่งกับตกนรกทั้งเป็น
คนรวย คนมั่ง คนมี ดื่มน้ำด้วยภาชนะทองคำ กับ คนจน ๆ ดื่มน้ำด้วยจากกะลามะพร้าว แต่ถ้าหากเขามีความพอใจเขาทั้งสองย่อมมีความสุขเท่ากัน
เพราะความสุขนั้นอยู่ที่ “ความรู้สึกทางใจ” เป็นสำคัญ
คนที่มีความรู้สึกทางใจดี คือคนที่มีความพอใจ “สันโดษ” ยินดีกับของที่มีอยู่ ชีวิตเขาย่อมพบกับความสุข
คนที่ไม่รู้จักพอ มุ่งแต่แสวงหาสิ่งของก็ดี ทรัพย์สินก็ดี เงินทองต่าง ๆ ก็ดีเพื่อให้ได้มาเป็นของตน “ของกู ของกู” ชีวิตของเขาเหล่านั้นย่อมมิสามารถประสบความพบความสุขได้เลย เพราะชีวิตเขาต้องประสบกับความเร่าร้อน กระวนกระวายอยู่ตลอดเวลา
ความไม่อิ่ม ไม่พอพอนั้นทำให้ชีวิตร้อนดั่งไฟ ยิ่งหาได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งร้อน ยิ่งทุกข์มากเท่านั้น ทุกข์เพราะการหาและอีกนั้นหนาต้องทุกข์เพราะก็เก็บ หาก็ทุกข์ เก็บก็ทุกข์ ใช้ก็ทุกข์
ทุกข์เพราะความตระหนี่ถี่เหนียว
ทุกข์เพราะชีวิตขาดซึ่งการให้ อันเป็นพื้นฐานที่ทำให้ใจนั้นยิ้มอย่างมีความสุข
คนที่ขาดซึ่งการให้แม้ซึ่งพ่อ ซึ่งแม่ สงเคราะห์ญาติ บุตร และภรรยาตนเขาเหล่านั้นขึ้นชื่อได้ว่าเป็นคนซึ่งหาความสุขของชีวิตได้ยากนัก
เพราะชีวิตเขาต้องพบทุกข์ซึ่งเกิดจากความกระวนกระวาย อยากได้ อยากมี อยากเก็บ ความทะยานอยากอันไม่รู้จากพอนั้นนำความทุกข์ โทมนัสมาให้ชีวิตอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น
คนที่ต้องแสวงหา นำพาชีวิตตนให้หมกมุ่นอยู่บนตึกระฟ้า ดิ้นรนให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินเงินทองในเมืองเมืองใหญ่ ชีวิตของเขาเหล่านั้นจะพบความสุขจากความสงบเย็นเท่ากับคนที่มีชีวิตอยู่ใต้โคนไม้ในธรรมชาติได้อย่างไร...!
คนที่จะมีความสุขได้ ต้องเป็นคนที่รู้สึกว่าชีวิตตนเองนั้น “สงบ”
สงบจากความอยากซึ่งจะนำมาซึ่งทุกข์ ความเร่าร้อน กระวนวายอย่างมหาศาล
คนที่จะมีความรู้สึกสงบได้จักต้องเป็นคนที่มีลมหายใจเข้าสบาย มีลมหายใจออกสบาย
ลมหายใจที่สบายนั้นจักปราศจากความทะยานอยากให้มูลเหตุแห่งความเร่าร้อนกระวนกระวาย
ตัดความเร่าร้อนด้วยลมหายใจที่สบายเสียได้ ชีวิตนั้นย่อมสุขจริง...

การณุ้จักตนเอง มีความพอใจ พอเพียง เกิดสุข
ความสงบ มีสติ เกิดปัญญา
คนที่จะมีความสุขได้ ต้องเป็นคนที่รู้สึกว่าชีวิตตนเองนั้น “สงบ”
สงบจากความอยากซึ่งจะนำมาซึ่งทุกข์ ความเร่าร้อน กระวนวายอย่างมหาศาล
ดิฉันก็รู้สึกเช่นนั้นค่ะ จริงๆ
กิจการงานภายนอกนั้นยุ่งได้ แต่กิจการงานภายในนั้นควร "สงบ"
สงบจากสิ่งที่มากระทบทั้งทางตา หู จมูก ลิ้น จาก และจากใจที่ก่อให้เกิดขึ้นเอง
สงบแล้วกายก็สบาย ใจก็สบาย
ใจดี ใจสบาย...
เคยไปฟังบรรยายที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อาจารย์ท่านหนึ่งพูดไว้อย่างน่าฟังว่า
"เราจะไม่จน ถ้าเราไม่รู้สึกจน"
"ชีวิตเราไม่ได้จนหรอก แค่เรารู้สึกจนเท่านั้น"
"เราจะไม่ทุกข์ ถ้าเราไม่รู้สึกทุกข์"
"ความพอเพียงทำให้เราไม่จน"
"ความไว้วางใจ เป็นมิตรอย่างยิ่ง"
"พระนิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง"
ขอบคุณอาจารย์มากคะ สำหรับบทความเกี่ยวกับความสุขในชีวิต
ท่านพูดถูกที่สุด
กิจการงานภายนอกนั้นยุ่งได้ แต่กิจการงานภายในนั้นควร "สงบ"