ว่ากันว่าการตลาด เกิดขึ้นเพราะความต้องการของมนุษย์...

       และความต้องการของมนุษย์...ก็ไม่มีที่สิ้นสุดเสียด้วย...

      ซึ่งการตลาดคงต้องขอบคุณความไม่รู้จักพอของมนุษย์นี่เองที่ทำให้เรามีสินค้ามากมายอย่างในปัจจุบัน เพราะหากรู้จักคำว่า "พอใจ" คงไม่มีสินค้ามากมายที่พัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการที่มากขึ้นของมนุษย์อย่างทุกวันนี้ 

      หากเราพอใจในการฟังเพลงจากวิทยุทรานซิสเตอร์  ก็คงไม่เกิดเครื่องเล่นเอ็มพี3 ไอพอด และตอนนี้หากอยากฟังเพลงก็ยังสามารถฟังได้ตามเว็บไซต์ และโทรศัพท์มือถือได้อีกด้วย  หากพอใจในพัดลม ก็คงไม่เกิดแอร์คอนดิชั่น และหากพอใจแค่มีแอร์คอนดิชั่นก็คงไม่มีการพัฒนาให้มีระบบฟอกอากาศในตัวเครื่อง นี่ยังไม่นับการออกแบบดีไซน์ให้สวยงาม หรือความเงียบ ซึ่งเป็นคุณสมบัติเสริมเข้ามาเพื่อแข่งขันกับคู่แข่งที่นับวันจะเพิ่มมากขึ้นในตลาด  

    นี่เป็นเพียงตัวอย่างของสินค้า ที่ "แปลงโฉม" เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่นับวันยิ่งต้องการความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น อีกทั้งยังต้องปรับให้ทันกับคู่แข่ง ซึ่งตอนนี้เรียกได้ว่าการแข่งขันไม่ใช่เพียงตลาดในประเทศ แต่ยังมีคู่แข่งอีกมากมายในโลกธุรกิจที่มาจากต่างชาติ เพราะการย่อโลกของการสื่อสารข้ามประเทศทำได้ง่ายขึ้น ลูกค้าจึงมีความคาดหวังกับสินค้ามากขึ้น จะอะไรก็ได้ ง่ายๆ คงขายไม่ได้แน่นอน

    ดังนั้นการฝึกฝนง่ายๆในการเป็นนักการตลาดจึงควรเริ่มจากการ  "ไม่พอใจ"  ท่านลองพิจารณาสิ่งใกล้ตัวของท่าน  หรือของที่ท่านใช้เป็นประจำ แล้วลองบอกซิว่า หากจะแปลงโฉมเจ้าสิ่งนี้เพื่อให้มันดีขึ้น ทันสมัยขึ้น หรือตอบสนองความต้องการได้มากขึ้น ควรทำอย่างไรและเป็นอย่างไร 

     วิธีการก็คือ 

    1. ดูซิว่าปัญหาจากการใช้สินค้าตัวนี้คืออะไรบ้าง ประเด็นไหนที่ทำให้สินค้ามันไม่น่าใช้คืออะไรบ้าง

เช่น สินค้านมข้นหวาน  สินค้าตัวนี้มีปัญหาหลายอย่าง  ไม่ว่าจะเปิดยาก (ต้องบู๊กับมันพอสมควร)  เก็บรักษายาก (โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีตู้กับข้าวหรือตู้เย็น ต้องใช้ถ้วยใส่น้ำแล้ววางกระป๋องนมข้นหวานในนั้น) หรือแม้กระทั่งผู้ที่มีตู้เย็น พอเก็บไว้นานๆ หากใครไม่ได้เปิดกระป๋องทั้งหมด หรือเจาะรูเล็กๆไว้ นมข้นจะค่อนค้างเกาะตัว ไม่ยอมไหลออกมาง่ายๆ (ต้องเจาะ 2 รูเพื่อใช้เป่า 1 รู) 

    2.  ปัญหานั้นแก้ไขได้อย่างไร 

   นั่นคือขั้นตอนการ "แปลงโฉม" คือจะทำยังไงให้สินค้านี้น่าใช้ขึ้น จะปรับปรุงอย่างไร  เช่น จากการวิเคราะห์แล้วพบว่าปัญหาอยู่ที่แพ็คเกจ ซึ่งเราอาจจะปรับปรุงโดยใช้แพ็คเกจที่ง่ายต่อการเปิด ใช้งานง่าย และเก็บรักษาได้ง่าย มดไม่ขึ้น และเมื่อเก็บในตู้เย็นก็สามารถนำมาใช้ได้อย่างง่ายดาย (ซึ่งนี่ก็เป็นที่มาของการทำ "นมตราหมี บีบ บีบ" นั่นเอง)

    3.  ออกไอเดียใหม่ๆ พิศดาร 

   อย่าลืมนะคะว่าพิศดารเป็นสเน่ห์อย่างหนึ่งของสินค้าสมัยใหม่ คือคิดในสิ่งที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน สินค้าแปลกๆ(แต่ต้องใช้งานได้จริง) เป็นสิ่งที่ลูกค้าในปัจจุบันต้องการเพราะลูกค้าสมัยนี้(โดยเฉพาะวัยรุ่น) ต้องการแสดงเอกลักษณ์ของตนเอง หรือต้องการความแหวกแนว เช่น นมข้นของเราจะมีหลากสี  หรือ นมข้นของเราจะมีเมนูอาหารพิเศษแนบไปกับฉลากด้วย เป็นต้น

     เป็นอย่างไรคะ วันนี้นึกอยากแปลงโฉมผลิตภัณฑ์อะไรบ้างหรือยังเอ่ย?