*คำเตือนและคำขออภัย* บันทึกนี้ผู้ไม่เห็นด้วย ไม่ควรอ่าน

ดึกแล้ว ทบทวนงานที่ยังค้าง  1 2 3 4...มากจัง

ตลกมาก ๆตรงที่มันไม่ใช่งานสายวิชาชีพหลักของเรา  มันไม่ใช่งานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตตามหลักปัจจัยสี่พื้นฐาน

มันทำให้เราต้องปวดหัว ยุ่งยาก หงุดหงิด เวลาไปรอ "คิว"

มันเป็นสิ่งค่อนข้างมีสาระน้อย (หรือไร้สาระ)

สิ่งที่กำลังกล่าวถึง  ว่า..เป็นงานที่ค้างไว้กลับกลายเป็นสิ่งที่เกี่ยวกับการโอนเงิน การจ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จิปาถะ  ด้วยบัตรเครดิต

 ซึ่งเราเองนั่นแหละ(หลง)เชื่อตามแฟชั่นนิยม? ตามคำโฆษณาของนักการตลาด  (การเงินด้วยหรือเปล่า) ว่าเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกให้ชีวิต เพิ่มภาพพจน์ ทำให้มีการซื้อจ่ายขายคล่อง

ลำบากสำหรับคนที่ไม่ได้มีอิสระทางการเงิน  และอาจทำให้คนที่เคยมีอิสระทางการเงิน กลายเป็นไม่มีอิสระไปได้

*คำเตือนและคำขออภัย*

บันทึกนี้ผู้ไม่เห็นด้วย   ไม่ควรอ่าน

เราเผลอไปได้อย่างไรไม่ทราบ  ทั้งที่รู้ตัวว่าไม่ชอบอยู่ภายใต้เงื่อนไข

ไม่ชอบเดินทางขับรถจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งนอกเส้นทางโดยไม่จำเป็น (เป็นคนประหยัดค่าน้ำมันมาแต่ไหนแล้ว..ผลพลอยได้จากการขับรถไม่เชี่ยวชาญน่ะค่ะ)

ไม่ค่อยชอบทำบัญชี(อันนี้กำลังเปลี่ยนตัวเองมาเป็นชอบ..ทำ)

เราไม่เคยเช็คคะแนนสะสม แล้วมาแลกของ สินค้าสมนาคุณ..ซึ่งแน่นอนคุณต้องจ่ายเพิ่มนิดหน่อย

หลายค่าเลย ที่เผลอเซ็นบัตรเครดิตไป

เมื่อใบเรียกเก็บเงินมา  เราเป็นโรคจิตด้วยนะคะ..คือไม่ชอบเปิดอ่าน  เมื่อไม่เปิดอ่าน  บางเดือนก็ข้ามไปเลย...ตลกร้ายมั้ยคะ

ทุกวันนี้ที่เปิดอ่านประจำก็มีเพียง จดหมายของแฟนคลับ คุณลุงเจ้าเสน่ห์  ที่ส่งจดหมายมาสม่ำเสมอเป็นเวลาสองสามปีเข้าแล้ว

*ไว้เล่าให้ฟังค่ะ  คุณลุงน่ารักมาก*

เราไม่ชอบทำสิ่งเหล่านี้  ขับรถไปกดเอทีเอ็ม ขับรถไปจ่ายเงิน เลยผัดผ่อนไปเรื่อย  จนถึงวันสุดท้าย "ครบ due" ถ้าช้ากว่านี้ ดอกเบี้ยแสนแพง

 

เมื่อสิ้นdue ที่ผ่านมา  ระหว่างรอคิว "ปิงแว้บ" ขึ้นมา  เราทำอะไรของเราอยู่

ว่าแล้วจึงหักบัตรเครดิต ให้งอ  ทั้งสองใบ

โอ้โฮ  เรามีสองใบ  ทั้งที่ผัด หลบเลี่ยงไม่ทำบัตรมานาน  ครองตัวบริสุทธิ์มาได้ตั้งนาน  เสียท่าเจ้าบัตรนี่เมื่อไหร่ นะ

อ้อ  เมื่อตอนที่ยังรับเป็นวิทยากร เป็นนักจัดรายการวิทยุ  เป็นคนเขียนคอลัมน์สุขภาพประจำหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นใหม่ ๆ

เปล่าหรอกนะคะ  ไม่ได้มีเงินสะพัด  แต่เป็นเพราะรู้จักคนมากขึ้น

มีสองคนที่ถูกอัธยาศัยกัน  มาพูดคุย  ชักชวน

แรกเริ่มท่องไว้ว่า  ช่วยเขาทำยอดให้ถึงกำหนดเท่านั้น  ไม่ได้หยิบไปใช้

 

เริ่มใช้เมื่อไรนะ  จำไม่ได้ เอาเถิด ต่อไปนี้ 

คิดใหม่ ต่อไปจะเลิกใช้บัตรเครดิตเด็ดขาด

ตัดสิ่งไม่จำเป็นต่อชีวิตออกไป

อยู่ให้ได้ด้วยวิธีง่าย ๆ  ธรรมดาสามัญที่สุด

 

จะธรรมดาสามัญแค่ไหน..คิดไว้แล้ว  มีมาต่อค่ะ

 

สบายใจจังเลยที่ ไม่มีภาพพจน์"คนมีบัตร"แล้ว...