กรมบัญชีกลางมีหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (เรื่องเสร็จที่ 365/2551) ความว่า มีปัญหา ข้อกฎหมายเกี่ยวกับการใช้และการตีความ พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 และแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2551 กับหลักเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือดำรงชีพผู้พิการทุพพลภาพ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย บำเหน็จความชอบ ค่าทดแทน และการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้ปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือช่วยเหลือราชการ เนื่องในการป้องกันอธิปไตยและรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ พ.ศ. 2521 (ระเบียบ บ.ท.ช.) ดังนี้
1. กรณีผู้ที่ได้รับเงินช่วยเหลือดำรงชีพผู้พิการทุพพลภาพตามระเบียบ บ.ท.ช. อยู่ก่อนแล้ว ต่อมาภายหลัง ได้ยื่นขอรับสิทธิบำนาญพิเศษเหตุทุพพลภาพฯตาม พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการจะต้องดำเนินการอย่างไร
2. กรณีผู้มีสิทธิได้รับบำนาญพิเศษเหตุทุพพลภาพและเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือดำรงชีพผู้พิการฯ ต่อมา พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2551 บัญญัติให้ผู้มีสิทธิได้รับบำนาญพิเศษเหตุทุพพลภาพที่ได้รับ รวมกับบำนาญปกติ ถ้ามีจำนวนเงินรวมกันไม่ถึงเดือนละ 15,000 บาท ให้ได้รับบำนาญพิเศษเพิ่มขึ้นอีกจนครบ 15,000 บาท ซึ่งส่งผลให้ผู้มีสิทธิดังกล่าวข้างต้นได้รับเงินบำนาญพิเศษเหตุทุพพลภาพ และเงินเพิ่มรายเดือนต่าง ๆ เกินกว่า 2 เท่าของอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือนขั้นต่ำ
ดังนั้น จะถือว่า บุคคลดังกล่าวไม่มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือดำรงชีพผู้พิการฯและต้องตัดเงินช่วยเหลือฯตามระเบียบ บ.ท.ช. หรือไม่ อย่างไร
คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 2) เห็นว่า สิทธิในการรับบำนาญพิเศษเหตุทุพพลภาพเป็นไปตาม พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ ส่วนสิทธิการได้รับเงินช่วยเหลือดำรงชีพผู้พิการฯเป็นไปตามระเบียบ บ.ท.ช.)การพิจารณาเงื่อนไขแห่งการได้รับสิทธิดังกล่าวจึงต้องพิจารณาแยกต่างหากจากกัน
สิทธิในการได้รับบำนาญพิเศษเหตุทุพพลภาพเป็นสิทธิที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ เมื่อเป็นสิทธิที่กฎหมายรับรองไว้โดยมิได้มีเงื่อนไขในการตัดสิทธินี้แล้ว จึงไม่อาจนำเรื่องการได้รับเงินช่วยเหลือ ดำรงชีพผู้พิการฯตามระเบียบ บ.ท.ช. มาเป็นเหตุตัดสิทธิการได้รับบำนาญพิเศษฯ ได้
สำหรับการได้รับเงินช่วยเหลือดำรงชีพผู้พิการฯ เป็นนโยบายการบริหารราชการ การพิจารณาว่า บุคคลใด ควรจะได้รับการช่วยเหลืออย่างไร ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในระเบียบ บ.ท.ช. และต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นภายใต้ระเบียบ บ.ท.ช. ถ้าเห็นว่า หลักเกณฑ์นั้นยังไม่เหมาะสม ก็สามารถเสนอแนะต่อ ครม.เพื่อแก้ไขปรับปรุงต่อไปได้
ปัญหาข้อหารือเป็นปัญหาการพิจารณาข้อเท็จจริง ซึ่งอาจแตกต่างกันในแต่ละราย และอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการพิจารณาบำเหน็จความชอบ ค่าทดแทน และการช่วยเหลือ (ก.บ.ท.ช.) ที่จะเป็นผู้พิจารณา
มติชน (คอลัมน์ ข้าราษฎร) 27 พ.ค. 2551