ชยสาโรภิกขุ : วิถีพุทธ วิถีแห่งสากล (๓)
>>บรรดาหนังสือทางปรัชญาที่ได้อ่านก็เป็นปรัชญาตะวันตกทั้งหมดใช่หรือไม่?
เริ่มต้นด้วยปรัชญาตะวันตก แต่ไม่ศรัทธา เพราะอาตมามีความเห็นว่า ปรัชญาที่เชื่อถือใดๆ นั้น ตัวนักปรัชญาเองต้องเป็นตัวอย่าง อาตมาต้องดูประวัติของนักปราชญ์ด้วยว่าวิถีชีวิตเขาเป็นอย่างไร เพราะว่าส่วนมากนักปราชญ์ตะวันตกเขียนเก่ง แต่ชีวิตส่วนตัวนี่ใช้ไม่ได้ ไม่สอดคล้องกับสิ่งที่เขียน ก็เลยไม่ศรัทธา จนกระทั่งวันหนึ่งได้เจอหนังสือทางพุทธศาสนา อ่านแล้วก็รู้สึกตื่นเต้น รู้สึกซาบซึ้งตั้งแต่หน้าแรกว่า นี่คือสิ่งที่เราแสวงหามานาน เป็นหนังสือที่แต่งขึ้นเป็นภาษาอังกฤษ คนตะวันตกเขียน
อาตมาขออธิบายเรื่องฉากหลังเสียก่อนว่า ชาวตะวันตกนั้นให้ความสนใจเรื่องภาษาสันสกฤตมาตั้งแต่สองสามร้อยปีที่แล้ว โดยนักภาษาศาสตร์เชื่อว่า สันสกฤตเป็นแม่ของภาษา ทุกภาษาสืบมาจากภาษาสันสกฤต ตอนหลังก็พิสูจน์ว่าไม่ใช่อย่างนั้น แต่นั่นก็เป็นความเชื่ออยู่ระยะหนึ่ง แล้วมหาวิทยาลัยในตะวันตกเกือบทุกแห่งก็ต้องศึกษาสันสกฤต เมื่อศึกษาสันสกฤตก็ศึกษาบาลีด้วย พอศึกษาบาลีสันสกฤตก็ต้องศึกษาพุทธศาสนาด้วยโดยที่เลือกไม่ได้
นอกจากนั้นอังกฤษก็เป็นมหาอำนาจ เมื่อมาบริหารทั้งอินเดีย ศรีลังกา พม่า แล้วมีพวกข้าราชการที่เกิดสนใจในเรื่องศาสนาพุทธ เพราะฉะนั้นก็มีคนศึกษาในเชิงวิชาการด้านพุทธศาสนามานานแล้ว พระไตรปิฎกถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษก่อนจะเป็นภาษาไทยด้วยซ้ำ พระไตรปิฎกแปลเสร็จเป็นภาษาอังกฤษ ตั้งแต่ร้อยสามสิบร้อยสี่สิบปีที่แล้ว เพราะฉะนั้นนักปราชญ์ทางตะวันตก สามารถเรียนพระไตรปิฎกในภาษาอังกฤษได้มานานแล้ว ซึ่งในช่วงแรกมีความสนใจพุทธศาสนาในทางฝ่ายเถรวาทกันมาก มีศูนย์กลางอยู่สองประเทศคือ อังกฤษ กับ เยอรมนี ตอนหลังเมื่อชาวจีน ชาวญี่ปุ่น อพยพไปอยู่อเมริกากันมาก แล้วก็เป็นช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ก็มีอีกระลอกหนึ่ง โดยมีศูนย์กลางที่อเมริกา ที่สนใจพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน โดยเฉพาะทางเซน เมื่อประมาณห้าสิบปีที่แล้ว ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เป็นแฟชั่นสำหรับนักปราชญ์สมัยใหม่ เป็นเรื่อง cool ที่สุดที่จะศึกษาเรื่องของเซน พวกศิลปิน นักปรัชญา หลายคนหันมาสนใจศาสนาและแนวความคิดของตะวันออก
การที่เป็นเช่นนั้นเพราะก่อนหน้านี้ชาวตะวันตกจะเชื่อมั่นในตัวเองสูงมาก เชื่อว่าเราเป็นพวกศิวิไลซ์ พวกเอเชีย พวกแอฟริกา เป็นพวกต่ำต้อย เรามีหน้าที่ที่จะต้องเผยแผ่วัฒนธรรม เผยแผ่ศาสนาของเราทั่วโลก เพื่อเขาจะได้ยกระดับชีวิต เขาก็เชื่ออย่างนั้น แต่ปรากฏว่าประเทศที่เขาถือว่าสุดยอดทางการพัฒนาทางวัฒนธรรมตะวันตก คือ เยอรมนี ไม่ว่านักเขียน นักดนตรี นักปราชญ์ นักวิทยาศาสตร์ อันดับหนึ่งนี่อยู่ที่เยอรมัน แต่กลายเป็นว่าสุดยอดของวัฒนธรรมกลายเป็นที่เกิดของนาซี นำมาซึ่งความรุนแรง ความโหดร้าย
ซึ่งพวกนักปราชญ์ก็เริ่มคิดว่า เป็นไปได้ไหมว่าวัฒนธรรมที่เราเคยภาคภูมิใจมากมาถึงจุดตันแล้ว มันผิดทางแล้ว ก็เกิดความสนใจที่จะศึกษาหาความรู้จากวัฒนธรรมอื่น โดยเฉพาะทางตะวันออก ฉะนั้นหลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง ก็มีทหารอเมริกันไปอยู่ญี่ปุ่นกันเยอะ อเมริกันไปบริหารญี่ปุ่นอยู่พักหนึ่ง แล้วก็ไปศึกษาพุทธศาสนาฝ่ายเซน แล้วก็ด้วยปัจจัยหลายอย่าง โดยเฉพาะการแปลหนังสือจากภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น เป็นภาษาอังกฤษ ก็ทำให้พุทธศาสนาเป็นที่สนใจของชาวอเมริกันในยุคทศวรรษที่ 1950 และ 1960
แล้วช่วงทศวรรษที่ 1960 เป็นช่วงสงครามเวียดนาม ก็เป็นยุคแรกที่เด็กหนุ่มจากตะวันตกสามารถเดินทางมาเอเชีย คือ การเดินทางมามันจะมีสามกลุ่มใหญ่ๆ กลุ่มหนึ่ง คือ ทหารจีไอ อย่างเช่นที่มาอยู่เมืองไทย สอง คือพวก peace corp หรืออาสาสมัคร แล้วพวกที่สาม คือพวกฮิปปี้ นี่แหละคือชาวตะวันตกที่เป็นรุ่นแรกของการพัฒนาพุทธศาสนา การเผยแผ่พุทธศาสนาถึงปัจจุบันส่วนมากสืบมาจากสามกลุ่มนี้
อ่านย้อนหลัง
ชยสาโรภิกขุ – วิถีพุทธ วิถีแห่งสากล (๑)
ชยสาโรภิกขุ – วิถีพุทธ วิถีแห่งสากล (๒)
คัดลอกจากบทสัมภาษณ์ ชยสาโรภิกขุ
วารสาร ฅ.คน
ปีที่ 3 ฉบับที่ 7 (31) พฤษภาคม พ.ศ. 2551