เป็นที่ทราบกันดีว่า การเลิกบุหรี่มีผลช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บที่คุ้มทุนที่สุดวิธีหนึ่ง เนื่องจากช่วยลดความเสี่ยง (โอกาสเป็นโรค) ทั้งโรคมะเร็ง โรคภูมิแพ้ โรคถุงลมโป่งพอง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน เส้นเลือดสมองแตก-ตีบตัน อัมพฤกษ์ อัมพาต และโรคอื่นๆ อีกมากมาย

...

เป็นที่ทราบกันดีว่า การเลิกบุหรี่มีผลช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บที่คุ้มทุนที่สุดวิธีหนึ่ง เนื่องจากช่วยลดความเสี่ยง (โอกาสเป็นโรค) ทั้งโรคมะเร็ง โรคภูมิแพ้ โรคถุงลมโป่งพอง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน เส้นเลือดสมองแตก-ตีบตัน อัมพฤกษ์ อัมพาต และโรคอื่นๆ อีกมากมาย

วันนี้มีผลการศึกษาที่พบว่า การเลิกบุหรี่จะสำเร็จหรือไม่ อยู่ที่คบใครหรืออยู่กับใครมาฝากครับ

...

ท่านศาสตราจารย์นิโคลาส คริสทาคิส (Professor Nicholas Christakis) และคณะ แห่งวิทยาลัยแพทย์ฮาร์วาร์ด สหรัฐฯ ทำการศึกษาข้อมูลจากคนที่สูบบุหรี่ตั้งแต่วันละ 1 มวนขึ้นไป อายุ 21-70 ปี จำนวน 12,067 คน ในช่วงปี 1971-2003 หรือ พ.ศ. 2514-2546 หรือเกือบ 30 ปี

ผลการศึกษาพบว่า สังคมยุคใหม่มีค่านิยมแห่งยุคหรือ "ไซต์ไกส์ (zeitgeist)" ว่า การสูบบุหรี่เป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจ ทำให้คนสูบบุหรี่เป็นคน "ชายขอบ" หรือถูกผลักให้ห่างไกลจากสังคมของคนส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

...

การจะเลิกบุหรี่ได้สำเร็จหรือไม่มีแนวโน้มจะเป็นพฤติกรรมกลุ่ม และความสำเร็จนี้จะขึ้นอยู่กับว่า คนรอบข้างเลิกบุหรี่ได้หรือไม่...

ถ้ามีใครคนใดคนหนึ่งเลิกสูบบุหรี่ได้สำเร็จจะเกิด "กระแสแห่งการทำดี" แผ่ไปยังคนรอบๆ ข้าง ทำให้คนอื่นพลอยเลิกบุหรี่สำเร็จไปด้วยดังตาราง

...

บุคคลรอบข้างที่เลิกบุหรี่ โอกาสที่คนรอบข้างจะสูบบุหรี่ลดลง (%)
สามีหรือภรรยา คู่ครองสูบบุหรี่ลดลง 67%
พี่น้อง พี่หรือน้องสูบบุหรี่ลดลง 25%
เพื่อน เพื่อนสูบบุหรี่ลดลง 36%

...

ผลของการเลิกบุหรี่นี้พบว่า ขึ้นอยู่กับระดับการศึกษาด้วย คือ ยิ่งมีการศึกษาสูงขึ้น อิทธิพลจากคนรอบข้างจะมากขึ้น

อาจารย์ดอกเตอร์มาร์ทิน แฮคเคอร์ นักจิตวิทยาสุขภาพ แห่งมหาวิทยาลัยนอททิงแฮม สหราชอาณาจักร (หมู่เกาะอังกฤษ) กล่าวว่า การสนับสนุนจากสังคม (social support) เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การเลิกบุหรี่ประสบความสำเร็จ

...

อาจารย์แฮคเคอร์กล่าวว่า ถ้าจะทำอะไรดีๆ เช่น เลิกบุหรี่ ฯลฯ ... อย่าทำเงียบๆ หรือเก็บไว้เป็นความลับคนเดียว ให้บอกคนรอบข้าง ทั้งญาติสนิทและมิตรสหาย ขอความช่วยเหลือและการสนับสนุนจากคนรอบข้าง

ปรากฏการณ์เลิกบุหรี่เป็นปรากฏการณ์สังคมอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า การทำอะไรดีๆ "ติดต่อกันได้ (contagious)" คล้ายกับโรคระบาด

...

ถ้าเราทำอะไรดีๆ คนเดียว... ความดีนั้นจะมีอานุภาพไม่มาก ครูบาอาจารย์ท่านเปรียบว่า การทำดีตคนเดียวคล้ายกับการจุดเทียนเล่มเดียว แสงสว่างเกิดขึ้นก็จริง ทว่า... ไม่มากมาย ไม่ไพบูลย์

ถ้าทำอะไรดีๆ หลายๆ คน... ความดีนั้นจะมีอานุภาพมาก เปรียบคล้ายการต่อเทียนจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง แสงสว่างจะเกิดขึ้นมากมาย ไพบูลย์... เมื่อความดีนั้นมีการสืบต่อไปเรื่อยๆ จะเกิดกระแสแห่งคุณงามความดีที่สืบต่อไปได้เรื่อยๆ

...

ถึงตรงนี้... ขอเชียร์พวกเราที่ไม่สูบบุหรี่ หรือคิดจะเลิกบุหรี่ และขอให้การทำดีของพวกเราทุกคนเกิดการถ่ายทอดจากคนหนึ่งไปยังคนอื่นๆ จนเกิดเป็นกระแสแห่งการทำดีที่ไม่มีที่สิ้นสุดครับ

...

หมายเหตุ                                                            

  • ถ้าตัวอักษรเล็กเกินไป > เรียนเสนอให้ปรับขนาดตัวอักษรที่ view > text size > เลือก larger หรือ largest
  • หรือเลือกอ่านบล็อก "บ้านสุขภาพ" ที่ OKnation > [ Click - Click ]

...

ข่าวประกาศ                                                                                 

  • ถ้าไม่มีเหตุผิดพลาดทางเทคนิค...
  • ผู้เขียนขอลาไปทำบุญที่พม่าในช่วงวันที่ 28 พฤษภาคม 2551 - 8 มิถุนายน 2551.
  • ช่วงนั้นคงจะเข้ามาเขียนบล็อก หรือตอบข้อคิดเห็นของพวกเราไม่ได้ครับ ขออภัย
  • ขอกราบอนุโมทนาในกุศลเจตนาของชาวไทย และชาวโลกที่มีส่วนช่วยชาวพม่ายามยากครับ... สาธุ สาธุ สาธุ

ที่มา                                                                                         

  • Thank BBC > Smokers tend to give up in groups > [ Click ] > May 22, 2008.

  • Thank Merriam-Webster > Zeitgeist definition > [ Click ] > May 23, 2008.

  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก "บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่รักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัว หรือมีความเสี่ยงต่อโรคสูง... ควรปรึกษาหมอ พยาบาล เภสัชกร หรืออนามัยที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบคุณอาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี + อาจารย์เบนซ์ iT ศูนย์มะเร็งลำปาง > สนับสนุนเทคนิค iT.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 24 พฤษภาคม 2551.