(ชมเจ้าบ้านยิ้มสิขอรับ อิ อิ)

บทที่1 เตรียมความเช้าใจ

พรุ่งนี้จะออกเดินอาบแดดชมน้ำค้าง ก้าวย่างไปดูโน่นดูนี้ ตามแต่จะเดินไปเจออะไร หรือธรรมชาติมมีให้ดู จะดูแบบไหน ดูไปทำไม คำถามพวกนี้ถามเองใช่ไหม ทำไมไม่หาคำตอบเองละ เป็นง่อยใช่ไหม หูตาบอดใบ้หรือเปล่า ก็อาการปกตินี่ เขียนหนังสือก็ได้ ถ่ายภาพได้ ปากก็พูดถามใครได้ ทำไมไม่ใช้สิ่งที่ตัวตนมีเป็นเครื่องมือเรียนรู้ละ นักการศึกษาบอกว่า

“เปิดห้องเรียนสู่โลกกว้าง ให้ทุกอย่างเป็นครู”

  

(เรียนอย่างสนุกความคิดเบิกบาน)

เข้าใจไหม ลองทำบ้างไหม มีกุญแจเปิดกะโหลกแล้วยัง ใจคิดอะไร ตัวตนเป็นอย่างไร ยังสนิมสร้อย ไอ้โน่นก็ไม่ได้ ไอ้นี่ก็ไม่ไหว เยาะแยะนุ่มนิ่มเหมือนขี้ไก่แล้วจะอยู่ในโลกแข่งขันนี้ได้อย่างไร ถ้าทำตนเป็นผู้เรียนไม่ได้ ไม่เข้าใจวิธีเรียน จะเป็นผู้รู้ได้รึ เรื่องนี้โมเมชั่นไม่ได้หรอก มันเป็นทุกข์นะตัวเอง

“ความไม่รู้เป็นทุกข์ในโลก”

“ทุกข์ที่สุดก็คือตอบตัวเองไม่ได้ว่า เจ้าเป็นไปไผ”

“เกิดมาทำไม?”

“กำลังทำอะไรอยู่”

“จะอยู่เพื่อทำอะไร ให้ได้อะไร ทำได้จริงไหม”

“มีความรู้ที่จะทำแล้วยัง”

“เล่าเรื่องดีๆที่ทำมาให้ฟังหน่อยสิ”

   

(สมาชิกมาช้า ต้องซ้อมกอดต้นสัก ในธรรมชาติก็มีการกอด)

บทที่2 เตรียมความตั้งใจ

น้าสร้อย ครูอึ่ง ครูอาราม อาบน้ำแต่งตัวทะมัดทะแมงลงมา ชิมชากาแฟคุยกัน ฉวยตะกร้าน้อย มีด กรรไก หยิบกล้อง สวมรองเท้าแล้วก้าวเดิน เราแวะไปชมบ้านแม่อุ๊ยจันตาก่อน กรีดกราดถ่ายภาพเป็นที่ระลึก แล้วก็แปลงความฝันให้เป็นความคิดในบ้านนี้ จะมาทำเรื่องปูสะลีที่หมอสุธีกำชับมา จะปลูกต้นไม้ที่เอามาจากเหนือรอบๆบ้านอุ๊ย  ภายในปีหน้านี้บ้านอุ๊ยก็จะเป็นดั่งสวรรค์น้อยๆ อยู่ในวงฟ้อนรำ..

  

(ลูกตำลึงขยายพันธุ์ด้วยนก ครูอารามไปดูพื้นที่ผูกชิงช้าให้หนูนินา หนูไผ่)

 

บทที่3 เข้าไปหาตัวความรู้

ออกจากหมู่บ้านอุ๊ย เราก็แว๊บไปแปลงหญ้าและมะม่วง ทะลุออกไปยังแปลงสมุนไพรป้าจุ๋ม จะเป็นแปลงขมิ้นชัน ไพล  ต้นกราวเครือขาวกำลังแตกใบเขียว แล้งนี้อายุครบ2ปีจะขุดหัวออกมาผลิตเป็นครีมหน้าเด้งได้แล้ว แต่ชาวเฮฮาศาสตร์คงไม่จำเป็นกระมังครับ มีแต่จะหาสารมาลดความเด้ง

เราแวะไปแปลงป่าไม้ เรียนวิชาการออกหลักสูตรเนื้อหาธรรมมะชีวิต สะกิดใจดูรอบๆตัวเรามีรหัสธรรมชาติ มองให้ออกว่าวิธีในธรรมชาติมีชุดความรู้ที่ยิ่งใหญ่และสำคัญมาก ดูวิชาปีนต้นไม้สิ วิชาทิ้งใบสิ วิชาขยายพันธุ์สิ เทียบให้ดูต้นพริกที่เราปลูกกับเทวดาปลูก แปลก แตกต่างกันอย่างไร

ไปดูไผ่พันธุ์Conductor

ไปดูลูกหมูเหมยซาน

ไปเก็บมะม่วงอกร่องหล่น

ไปเก็บมะเขือพวง มะเขือเปราะ

กลับมาเหนื่อยและหิวข้าว

ช่วยกันจัดผักจิ้มน้ำพริก จัดโต๊ะ

ครูอารามเอามีดจักมะเขือเป็นรูปดาว5แฉก

มีสะตอ ถั่วฝักยาว ผักพื้นบ้าน ปลาทอด แคบหมู ลาบสุกร

ความหิวเป็นสารกระตุ้นดีกว่าอายิโน๊ะโม๊ะโต๊ะล้านเท่า

หลังจากนั้นก็แบ่งกันทำการบ้าน

ครูอึ่งสอนวิชากวาดพื้นจังหวะแอร์โรบิค

ภาคบ่ายจะกลับมาเล่าให้ฟังอีกดีไหมครับ

-      ยังติดค้างวิชาปูสะลีของอุ๊ยจันตา

-      ปลูกต้นไม้

-      เตรียมชากาแฟน้ำท่าไว้ที่หมู่บ้านอุ๊ย

บ่าย-ค่ำ-กลางคืน-ที่รักและคิดถึงก็จะทยอยกันมาแล้ว

เราต้องเตรียมต้อนรับ

เตรียมข้าวต้มใส่หัวใจคนชอบวิ่งไว้รอหม้อใหญ่

ชาวแซ่เฮควรทานเยอะๆ จะได้มีแรงกอด

 

Key Word:

“มาก่อนเรียนก่อน ไม่มีคลื่นลูกไหน ชะลอคอยคลื่นลูกหลัง”