การมองเห็นอะไร แม้จะมีอะไรบอกให้เห็นๆ อย่าเพิ่งตัดสิน ให้สนใจฟังต่อ ฟังมันให้รู้ทั้งหมดที่มันมีทั้งที่เคยรู้แล้วและไม่เคยรู้ ทั้งที่ได้ยินและที่เงียบอยู่ ฟังจนจบกระบวนความแล้ว จะพบว่าความรู้ในตัวจะยิ่งเพิ่มพูน

วันที่ 26 เมษายน 2551   ฉันได้ไปเที่ยวชมป่าชายเลนร่วมกับชาวแซ่เฮ    วันนี้ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ของชีวิตวันหนึ่ง   ก็มันเป็นวันแรกที่ได้มีโอกาสเรียนรู้ร่วมกัน  แลกเปลี่ยนเรียนรู้จากกัน   เรียนรู้นิสัยใจคอของกันและกันมากขึ้นอีกวันหนึ่ง   

 

การไปเยี่ยมชมป่าชายเลน นอกจากไปเพื่อสัมผัสธรรมชาติแล้ว   ยังไปเพื่อรับรู้ว่า  สิ่งมีค่าของคนไทยยังคงเหลืออยู่เท่าไรในจังหวัดท่องเที่ยวแห่งนี้     เพราะเท่ากับที่นี้คือ ตัวอย่างที่สุ่มได้ว่า   แหล่งอาหารที่มีคุณค่าของคนไทย จะมีเหลือไว้สำหรับเป็นทุนของอนาคต  เพื่อลูกหลานไทยรุ่นหลังได้ใช้กินอยู่มากน้อยแค่ไหน    โชคดีที่กลุ่มชาวเฮมีเยาวชนร่วมขบวนอยู่หลายรุ่น   ด้วยความเป็นวัยดรุณการได้เรียนรู้และเก็บเกี่ยวเพื่อจดจำไว้ในใจอันจะส่งผลให้ช่วยกันรักษาผืนแผ่นดินที่มีค่าไว้สำหรับส่งต่อรุ่นต่อรุ่น    คงไม่ยากเกินไป    หากได้ปลูกฝังโดยผู้ใหญ่ที่รู้คุณ   การทำเรื่องยากจะง่ายได้ในพริบตาเดียวถ้าให้วัยดรุณได้เรียนรู้ด้วยความสุขและสนุก 

เมื่อหวนถึงวัยเยาว์ที่ผันผ่านแล้ว การเติบโตด้วยความสุขผนวกกับความสนุกของการได้สัมผัสสิ่งแปลกใหม่ที่ชวนฉงนทำให้ฉันจดจำหลายสิ่งที่คลิก ปิ๊ง  มาได้จนบัดนี้    เดินไปตามป่าโกงกางร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่คอยให้ข้อมูล   ก็รู้สึกว่ามุมการให้ข้อมูลจะเป็นแบบราชการ คือ อยากให้ทำอะไรสิ่งนั้นๆจะบอกออกมา แล้วก็บอกว่านี่คือความรู้     เหมือนกับครูสอนนักเรียน  ที่คาดหวังว่า นักเรียนจะจำสิ่งที่บอกนั้นดังใจ ครูจึงต้องสอบ   สอบความจำว่าผ่านไหม   เด็กก็เลยท่องจำ แล้วลืมเมื่อการสอบผ่านไป   การสร้างสำนึกในรูปแบบนี้ไม่มีทางยั่งยืน เพราะการเรียนรู้ไม่ได้มาจากใจที่อยากรู้

 

ในบันทึกก่อนหน้าที่ฉันตั้งคำถามภาพจากป่าโกงกางในหลายๆเรื่อง  มีที่มาจากความรู้สึกสนุกกับสิ่งที่ได้เห็น   อย่างเรื่องรากต้นไม้    ใครจะคิดบ้างไหม   ว่ารากกับต้นมันจะเหมือนกันได้ขนาดนี้    สำหรับเด็กที่มีจินตนาการฉันว่า  เขาคงรู้สึกว่ามันน่าอัศจรรย์มากนะ ที่รากโกงกางมันใหญ่ได้ถึงขนาดนี้  

 

ในมุมมองของปรัชญาการใช้ชีวิต  ภาพของรากที่โชว์ มันสอนฉันว่า  ชีวิตมีความหลากหลายนัก  ในความหลากหลายมีทั้งมุมดีและไม่ดี  สิ่งที่ไม่ดีหากไม่ไปสัมผัส ก็ไม่ก่อโทษ  สิ่งที่ดีๆนั้นถ้าไม่เรียนรู้จักมัน ดีมันก็ช่วยอะไรไม่ได้    ภาพที่เห็นบอกว่า  การมองเห็นอะไร แม้จะมีอะไรบอกให้เห็นๆ  อย่าเพิ่งตัดสิน  ให้สนใจฟังต่อ    ฟังมันให้รู้ทั้งหมดที่มันมี  ทั้งที่เคยรู้แล้วและไม่เคยรู้  ทั้งที่ได้ยินและที่เงียบอยู่ ฟังจนจบกระบวนความแล้วจะพบว่าความรู้ในตัวจะยิ่งเพิ่มพูน

root

 ระหว่างเดินชมป่า จะได้ยินเสียงตลอดเวลา มันดังเสียงเป๊าะแป๊ะๆๆ   ตอนแรกฉันก็คิดเหมือนอาจารย์เอื้องแซะว่าเป็นเสียงแตกของเมล็ดพืช    เมื่อคนเฉลยเขาบอก กลับเป็นว่าไม่ใช่ค่ะ   มันเป็นเสียงของเจ้าตัวนี้ค่ะ    ชื่อมันคือ กุ้งดีด    มันชอบอยู่ในซอกของหินริมฝั่งน้ำ  ตอนได้ยินคำบอก ฉันวาดภาพว่ามันคงตัวโตนะ   ตามประสาคนตะกละ ฟังเสียงแล้วเลยนึกไปโน่นว่า ตัวมันน่าจะโต เนื้อของมันน่าจะมีเยอะ ให้กินได้อิ่ม  

ในความทรงจำของเด็กเกาะคนหนึ่ง   ฉันว่าฉันไม่เคยได้ยินว่า กุ้งนี้เป็นอาหาร และไม่คุ้นหูเลย จึงไปค้นดูว่า หน้าตามันเป็นอย่างไร  เลยได้ภาพมาให้ดูอย่างที่โชว์นี่แหละค่ะ   ขอเอามาฝากเด็กๆให้ได้เห็นหน้าตา   เพราะของจริง    ถ้าไม่ลงไปลุยเล่นในป่าโกงกางเพื่อหาดูตัวมัน    ก็คงยากที่จะได้เห็น

 

และที่ทึ่งอีกอย่างจนเอามาตั้งคำถามก็เป็นเรื่องความช่างสร้างสรรค์ของธรรมชาติ   ในเรื่องของรากที่บอกกล่าวกันแล้วจะเป็นเรื่องราวของรากตามหลักรักษาสิ่งแวดล้อมที่อยากให้รู้  รู้กันละว่ามันให้อะไร  อย่างที่เขียนบอกไว้นี้   

ป่าชายเลน  ( ถ่ายภาพโดยอ.เอื้องแซะ)

แต่ที่อยากขยายให้ได้รู้เพิ่ม ก็ในแง่ปัจจัย4   ที่จำเป็นของคน   มันเป็นความรู้ที่น่าสน   สำหรับคนไม่รู้    ในเรื่องของรากแต่ละประเภท   ที่บอกได้ว่า  ต้นไหนกินได้ ต้นไหนกินไม่ได้ นั่นแหละนะค่ะ    ยกตัวอย่างเช่นตัวอย่างรากนี้  หากหาเจอแล้ว คลำหาต้นเจอ  ก็จะเจอแหล่งอาหาร ให้คลายหิวได้   ไม่มีเงินซื้อหา   รู้จักมันละก้อไม่อดตายค่ะ

root