พฤติกรรมระหว่างประเทศมี 2 ลักษณะ คือ
1. พฤติกรรมระหว่างประเทศในลักษณะความร่วมมือ
ความร่วมมือในด้านสังคม
องค์การระหว่างประเทศทั้งในระดับโลกและภูมิภาคพยายามที่จะขจัดปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับสังคม โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ องค์กรเหล่านี้จะทำหน้าที่โดยปฏิบัติในด้านอนามัย การศึกษาและการวิจัย การขนส่งและการคมนาคม สวัสดิการทางสังคม การให้คำปรึกษาในด้านกฎหมายและการบังคับตามกฎหมาย
ความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจ
องค์กรระหว่างประเทศพยายามส่งเสริมการพัฒนาทางเศรษฐกิจ นอกจากนั้นยังทำหน้าที่เกี่ยวกับการค้า กำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับตลาดสินค้า รักษาสถานะทางการเงินระหว่างประเทศ ตลอดจนส่งเสริมให้มีการรวมตัวในด้านเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน เช่น การรวมตัวของกลุ่มประเทศอาเซียน และกลุ่มสหภาพยุโรป
ความร่วมมือทางด้านการเมือง
ประเทศทั้งหลายจะต้องไม่ยุ่งเกี่ยวในเรื่องการจัดการบริหารปกครองของรัฐอื่น หรือไม่เข้าไปแทรกแซงในรัฐอื่นเมื่อเกิดปัญหา เพราะเป็นเรื่องภายในรัฐ
แต่การให้ความร่วมมือในทางการเมืองที่สำคัญคือ การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในระดับปฏิญญาสากล ได้ประกาศว่าในการคุ้มครองจะเกิดขึ้นหรือไม่ขึ้นอยู่กับความสมัครใจที่จะปฏิบัติตาม
ความร่วมมือทางทหาร
การให้ความร่วมมือเมื่อมีการขอร้องในการจัดส่งกำลังทหารเพื่อช่วยปกป้องอำนาจอธิปไตย
เมื่อถูกคุกคาม
สหรัฐฯ เม็กซิโก และแคนาดา ร่วมหารือด้านการค้าและความมั่นคงระหว่างกัน
ดร. Condoleezza Rice รมว. กต. สหรัฐฯ นาง Patricia Espinosa รมว. กต. เม็กซิโก และนาย Maxime Bernier รมว.กต. แคนดา หารือร่วมกันในประเด็นการค้าเสรี ทั้งในกรอบการเจรจาการค้ารอบโดฮา และเขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) ซึ่งทั้ง 3 ฝ่าย เห็นพ้องว่าการทำความตกลงทางการค้าเสรีว่าเป็นปัจจัยหลักต่อความมั่นคงในภูมิภาค ทั้งนี้ นาย Bernier ได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ในขณะนี้ แคนาดาอยู่ระหว่างการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีกับรัฐบาลโคลอมเบีย และคาดว่าจะสามารถบรรลุความตกลงร่วมกันในเร็วๆ นี้ ขณะที่ความพยายามผลักดันข้อตกลงการค้ากับโคลอมเบียของปธน. บุชยังคงถูกคัดค้านจากรัฐสภาสหรัฐฯ นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือร่วมกันในประเด็นความมั่นคง โดยเฉพาะการให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเสียหายจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งทั้ง 3 ฝ่าย ได้เสนอ แผนความช่วยเหลือร่วมกันในกรณีภัยธรรมชาติในภูมิภาคลาตินอเมริกา และแคริบเบียน ทั้งนี้ จุดประสงค์ในการหารือส่วนหนึ่ง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนการประชุมร่วม 3 ประเทศที่จะมีขึ้น ณ เมืองนิวออรีนส์ ระหว่างวันที่ 21- 22 เมษายน เพื่อติดตามความก้าวหน้าและร่วมกันกำหนดทิศทางการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ความเป็นหุ้นส่วนด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2548 โดยมีวัตุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการต่อต้านการก่อการร้ายและภัยคุกคามในรูปแบบอื่นๆ และเพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างกัน
2. พฤติกรรมระหว่างประเทศในลักษณะความขัดแย้ง
ปัญหาเวียดนามเหนือ และเวียดนามใต้ตามข้อตกลงกรุงเจนีวา ปี ค.ศ.1954 เวียดนามถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน โดยแบ่งตามเส้นขนานที่ 17 และห้ามมิให้ใช้กำลังทหารรุกรานซึ่งกันและกัน แต่ปรากฏว่าเวียดนามเหนือซึ่งปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์ใช้กำลังทางทหารรุกรานเวียดนามใต้ ทำให้เวียดนามใต้ต้องขอให้นานาประเทศที่ต่อต้านระบอบคอมมิวนิสต์ ส่งกำลังทหารมาช่วยรวมถึงประเทศไทยด้วย โดยการส่งกองกำลังทหารไปช่วยนี้ ไม่ถือว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของเวียดนามใต้ แต่เป็นการช่วยเหลือที่ถูกต้องตามกฏหมายระหว่างประเทศ
พฤติกรรมระหว่างประเทศคือการแทรกแซง ซึ่งกฏหมายระหว่างประเทศที่มีปัญหาคือการแทรกแซงกิจการภายในของอีกรัฐหนึ่ง ฉะนั้นการที่รัฐ ฯ หนึ่งจะเข้าไปตั้งฐานทัพอีกรัฐหนึ่งนั้นจะต้องมีการทำสนธิสัญญาไว้ชัดเจนว่าระหว่างที่กองกำลังปฎิบัติหน้าที่อยู่นั้น ถ้ากระทำความผิดจะต้องไม่ขึ้นศาลของประเทศนั้น
การแทรกแซงกิจการภายในระหว่างรัฐนั้น มักปรากฏอยู่บ่อย ฯ ในอดีตที่ผ่านมาการแทรกแซงที่กลายมาเป็นคดีระหว่างประเทศจนมีการฟ้องร้องถึงศาลโลก เช่น คดีช่องแคบคอร์ฟู (Corfu channl case) กลายเป็นข้อพิพาทระหว่าง Albania andEngland ประเด็นที่เป็นปัญหาคือ เรือพิฆาตของอังกฤษสองลำ ลาดตระเวนอยู่ในน่านน้ำของ อัลบาเนีย และถูกทุ่นระเบิดของอัลบาเนีย ได้รับความเสียหาย ทางอังกฤษต้องการให้ อัลบาเนีย เก็บกวาดทุ่นระเบิด แต่ทางอัลบาเนียไม่ยอมทำตามคำขอของอังกฤษ ทางอังกฤษจึงดำเนินการเอง อัลบาเนียจึงฟ้องศาลโลกว่าอังกฤษแทรกแซง ซึ่งอังกฤษอ้างว่ากระทำการเพื่อปกป้องตนเอง ศาลโลกตัดสินว่า อังกฤษละเมิดอำนาจอธิปไตยของอัลบาเนีย ฝ่าฝืนกฏหมายระหว่างประเทศ ฉะนั้น การแสดงออกของรัฐที่มีพฤติกรรมแทรกแซงนั้น ควรเป็นการแทรกแซงเพื่อให้ความคุ้มครองเท่านั้น
พฤติกรรมของรัฐเกิดจากพฤติกรรมของผู้นำ ที่จะนำประเทศไปสู่นโยบาย หรือเป้าหมายที่ตั้งไว้ จึงอาจนำไปสู่ทางใด ทางหนึ่ง ดังนี้
1. สายที่หนึ่ง แสดงพฤติกรรมเพื่อการสันติ ขจัดความขัดแย้งด้วยสันติวิธี มีการเจรจาต่อรองเพื่อมิให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเสียเปรียบมากเกินไป
2. สายที่สอง พฤติกรรมลักษณะขอความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หรือขอความร่วมมือระหว่างกัน เพื่อการพัฒนาด้าน สังคม การเมือง การทหาร และด้านวัฒนธรรม เพื่อชีวิตที่ดีของประชาชน และความมั่นคงของประเทศตนเอง
3. สายที่สาม พฤติกรรมแสดงออกให้คนอื่นกลัว ว่าประเทศของตนมีอำนาจเหนือประเทศอื่น เมื่อไม่ได้บรรลุผลตามที่ค้างเอาไว้ ก็จะใช้กำลังทหารเข้ารุกราน
การรวมชาติเยอรมนี
เจ้าชายวิลเลี่ยม (ค.ศ. 1861 - 1862) กษัตริย์ปรัชเซีย ได้ตรา พ.ร.บ.การเกณฑ์ทหารฉบับใหม่ขึ้น คือชาวเยอรมนีต้องรับราชการทหารเป็นเวลา 3 ปี
ต่อมาได้ตั้งบิสมาร์ค (ค.ศ. 1862) เป็นอัครมหาเสนาบดี ความคิดของบิสมาร์ค ที่จะรวมเยอรมนีเป็นผลสำเร็จคือจะต้องทำสงครามกับประเทศที่เป็นศัตรูกับเยอรมนี
บิสมาร์ค เสนอของบประมาณสำหรับบำรุงกองทัพ แต่รัฐสภาไม่เห็นชอบด้วย บิสมาร์คจึงสั่งปิดรัฐสภา และเสนอให้พระเจ้าวิลเลี่ยมที่ 1 ทรงอนุมัติงบประมาณ จนเป็นผลสำเร็จ ทำให้เยอรมนีมีกองทัพที่เข้มแง
ในปี ค.ศ. 1864 ได้ลงนามในกติกาสัมพันธมิตรกับออสเตรีย เพื่อการรวมกันของเยอรมนี จึงเรียกร้องให้เดนมาร์ก สละแคว้นเลสวิก และโฮล์สไตน์ เมื่อเดนมาร์กปฏิเสธ จึงได้ประกาศสงครามกับเดนมาร์คในปี ค.ศ. 1864 จะเห็นได้ว่าเยอรมนีมีพฤติกรรม ก่อให้กเกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศ