บทวิเคราะห์ แนวทางการศึกษาพัฒนาการศึกษาเพื่อสร้างสรรค์สังคมไทย
สู่ “สังคมแห่งปัญญา”
บทวิเคราะห์ แนวคิดของความเปลี่ยนแปลงในสังคมสถานการณ์ในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ในความคิดเห็นแล้ว มีความเห็นแตกต่างไปจากนักเขียนเดิม อัลวิน ทอฟฟเลอร์ ที่เขียนไว้ โดยได้ยกตัวอย่างสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปเปรียบเสมือนคลื่นที่มากระทบสังคม เฉกเช่นกัน ลองอ่านกันดูว่าความเห็นนี้ตรงกับความคิดของท่านหรือไม่ มากน้อยเพียงใด
คลื่นลูกที่ ๑ ยุคโบราณ เป็นยุคสังคมที่อยู่ร่วมกันอย่างเรียบง่าย อาศัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต ขาดการติดต่อสื่อสารกัน ระหว่างกลุ่มชนต่อกลุ่มชน
คลื่นลูกที่ ๒ ยุคสังคมเมือง ความเปลี่ยนแปลงของกลุ่มชน เริ่มขยายตัวมากขึ้น ประกอบกับความเจริญทางด้านวัตถุวิวัฒนาการของสังคมความเปลี่ยนแปลง เป็นแรงผลักดันที่จะให้มนุษย์มีการติดต่อสื่อสารกันมากขึ้น เป็นการเตรียมความพร้อมให้สังคมเมืองเกิดความสับสนวุ่นวายมากขึ้น ผู้คนในสังคมเกิด
การแก่งแย่ง แข่งขันเพื่อความอยู่รอด
คลื่นลูกที่ ๓ ยุคโลกาภิวัตน์ เป็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งระบบ นับตั้งแต่สังคมที่เปลี่ยนไปจากเดิม การสื่อสารของคนในสังคมง่ายสะดวกสบาย ทำให้กลุ่มคนลุ่มหลงในการบริโภคในข้อมูลข่าวสาร และนำไปใช้ประโยชน์ในทางที่ไม่ถูกต้องและความไม่ชาญฉลาดในการคิดไตร่ตรอง ใคร่ครวญ แยกแยะ ทำให้ตกเป็นเหยื่อของการเป็นผู้บริโภคมากกว่าเป็นผู้ผลิต และตกเป็นเหยื่อทำให้เกิดความเดือนร้อนในสังคมขึ้น ในด้านการเมืองความขัดแย้งทางการเมือง ที่มาจากความคิดเห็นที่ขัดแย้งกัน ด้วยความเจริญทางด้านวัตถุ ทำให้ความอยากได้ อยากมี อย่างเป็นเป็นกิเลสที่เข้าครอบงำ กลุ่มชนที่มุ่งความเป็นใหญ่เพื่อประโยชน์ส่วนตนและเครือญาติ ส่งผลให้สังคมเปลี่ยนไป ระบบเศรษฐกิจที่ความเป็นผู้บริโภคนิยม มีค่านิยมของการฟุ้งเฟ้อและฟุ่มเฟือยที่ส่งผลให้สังคมเปลี่ยนไปในเชิงลบ ปัจจุบันทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่และใกล้จะหมดไป และจะทวีความรุนแรงไปสู่ทุกภูมิภาคของโลก ภาวะของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป จะทำให้เกิดข้าวยาก หมากแพงมาสู่สังคมโลก อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อีกทั้งความเจริญทางด้านข้อมูลข่าวสาร ที่สามารถย่อโลกแห่งการสื่อสารให้เล็กลงได้ หรือราบเรียบอย่างไม่น่าเชื่อว่าโลกที่เราอาศัยอยู่กลมจริงหรือเท็จประการใด ซึ่งต่างจากสมัยโบราณ อย่างสิ้นเชิง ด้วยเหตุนี้ สังคมไทยที่ไม่สามารถปรับเข้ากับความเปลี่ยนแปลงของสังคมยุคโลกาภิวัตน์ นี้ได้ เราควรต้องมีคลื่นลูกต่อไปเพื่อแก้ปัญหา
คลื่นลูกที่ ๔ ยุคปฏิรูประบบ เพื่อรองรับและเป็นแนวทางให้สังคมไทย สามารถเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงและปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงนี้ให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
คลื่นลูกที่ ๕ ยุคจริยธรรมเพื่อสังคม เพื่อเป็นการสร้างสังคม ให้คนในสังคมยึดมั่นในหลักศีลธรรม เสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมที่ดีงาม เพื่อจรรโลงสังคมให้อยู่ได้อย่างสงบสุข มุ่งให้ทุกคนดำเนินชีวิตอยู่อย่างพอเพียงภายใต้การดำรงชีวิตที่ชาญฉลาด ใช้สิ่งของที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า ลดความขัดแย้งในกลุ่มชน
สร้างความสมัครสมานสามัคคีแก่คนในชาติ เกิดความสมานฉันท์ และอยู่อย่างพอเพียง เพื่อสังคมที่มีความสุขเป็นหนทางการแก้ไขของปัญหาสังคม การเมืองและเศรษฐกิจในโลกปัจจุบัน
ยุคปฏิรูประบบ มีองค์ประกอบที่ต้องปฏิรูป ๔ ด้าน ดังนี้
๑. ปฏิรูปการศึกษา จัดการศึกษาที่มุ่งส่งเสริมให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงในสังคมโลก
ปัจจุบัน มุ่งการศึกษาต่อเนื่องตลอดชีวิต หลักสูตรสำหรับจัดการศึกษาต้องคำนึงถึงความเปลี่ยนแปลงทางสังคม ยึดหลักปรัชญา จิตวิทยา สังคมวิทยา ศึกษาปัญหาที่ทำให้การศึกษาไทยล้มเหลวมาในอดีต เพื่อขจัดจุดอ่อนในการจัดการศึกษาเชิงระบบ มุ่งพัฒนาทุกองค์กรและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา
ทุกระดับ เพื่อสร้างชุมชนสังคมให้เข็มแข็ง ก้าวสู่สังคมโลกในเศรษฐกิจฐานความรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพ
๒. ปฏิรูปสังคม เพื่อสร้างสังคมใหม่ที่ดีงาม ให้คนในสังคมอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
๒.๑ ปลูกฝังค่านิยม ค่านิยมที่ดีงาม เช่น การเคารพผู้อาวุโส ไม่บริโภคสินค้าที่มีราคาแพง
ความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ การรู้จักรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิม ฯลฯ
๒.๒ ถ่ายทอดวัฒนธรรม วัฒนธรรมที่ดีงามที่แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ของชาติ
เพื่อความเป็นชาติตน ส่งเสริมและเลือกรับวัฒนธรรมที่ดี เป็นต้น
๒.๓ ครอบครัวและสภาพแวดล้อม มีความสำคัญที่จะอบรมบ่มนิสัยให้เด็กเป็นคนดี
ปลูกฝังให้มีความรู้ เกิดความรู้ ความคิดอย่างใคร่ครวญ มุ่งสอนให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงทางสังคม
ในยุคข่าวสาร คิดอย่างรอบรู้ รอบด้าน นอกเหนือจากโรงเรียนที่อบรมสั่งสอนทั้งด้านความรู้และคุณธรรมจริยธรรม
๓. ปฏิรูปการเมือง ความขัดแย้งทางการเมืองของกลุ่มนักการเมือง ส่งผลต่อสังคมไทย ทั้ง
ทางตรงและทางอ้อม สืบเนื่องจากการศึกษาที่ต้องสร้างบุคคลที่ต้องปลูกฝังแนวคิดให้เกิดความรักชาติ รักแผ่นดินผลประโยชน์ของสังคมส่วนรวม ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ สร้างความเจริญรุ่งเรืองในการบริหารประเทศชาติ มากกว่ารักตนเองและผลประโยชน์ส่วนตน เพื่อลดความขัดแย้งของคนในสังคม
๔. ปฏิรูปเศรษฐกิจ มุ่งเน้นการเป็นผู้ผลิตมากกว่าผู้บริโภค ใช้ประโยชน์จาก ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มุ่งดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง ตามทฤษฎีพอเพียงในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ของไทย ส่งเสริมภูมิปัญญาไทย ลดภาวะเงินเฟ้อ
ส่งเสริมอาชีพอิสระมากขึ้น ขยายแรงงานที่มีคุณภาพที่เป็นแรงงานที่มีทักษะและมีความรู้เฉพาะด้าน
มากขึ้น เตรียมคนให้มุ่งสู่การเป็นชาติอุตสาหกรรมให้พร้อม เพื่อลดปัญหาการว่างงานและปัญหาสังคมในปัจจุบัน
จากบทวิเคราะห์แนวทางการศึกษา พัฒนาการศึกษา เพื่อสร้างสรรค์สังคมไทยสู่ “สังคมแห่งปัญญา” ตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น จะช่วยให้สังคมไทย รอดพ้นและอยู่รอดในสังคมสามารถปรับตัวให้ทันกับโลกความเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัตน์ ด้วยการสร้างสังคมแห่งปัญญาในการดำเนินชีวิตเพื่อความสงบสุขของชาติบ้านเมืองและความเจริญรุ่งเรืองให้ทันต่อโลกในยุคโลกาภิวัตน์ของคนในชาติต่อไป.
บทวิเคราะห์ของ.... อ. อุ๋ม ครูภาษาไทย
แวะมาอ่าน สิ่งที่น่าจะต้องทบทวนคือการสร้างคนเป็นครู ให้เหมาะสม ให้มีศักยภาพพร้อมรับการเปลี่ยนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เป็นบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจครับอยากอ่านบทวิเคราะห์เรื่องครูสมพรคนสอนลิงด้วยครับ ยังไงถ้ามีเวลาก็เขียนให้อ่านบ้างนะครับ ขอบคุณล่วงหน้า
กำลังหาพอดีเลยค่ะ ขอบคุณมากนะค่ะ
อ่านบทความแล้ว เห็นด้วย แต่สงสัยว่า ทำไมระยะหลังเราส่งเสริมคุณธรรม และเน้นกันมาก แต่ยิ่งเน้นมาก ก็ยิ่งแย่ลง และรู้สึกว่าในสภาพปัจจุบัน การศึกษาในโรงเรียน เราก็แค่ทำตามนโยบายของเขาต่อกันมาจนถึงหางแถว เราก็วิ่งตามเขาไปโดยทิ้งปัญหาจริง ๆไว้ให้เด็ก ๆ