...วิจัย..เป็นไง เฮาบ่ฮุ้จัก..เป็นจะไดก๋า
ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งยังงง เมื่อเราและทีมงานพี่เลี้ยงนักวิจัยท้องถิ่นก้าวสู่ชุมชนผาแตกในวันแรก หลังจากที่ได้คุยเรื่องราวของหมู่บ้านแม่กำปองที่มีการจัดการท่องเที่ยวมายาวนานและส่วนหนึ่งก็คงหนีงานวิจัยไม่พ้น
ชุมชนสนใจแต่นั่นก็แค่ครั้งแรก ชุมชนที่นี่ทุกคนไม่ได้ไว้วางใจกับหน่วยงานอื่นที่เข้ามาในหมู่บ้านบ้างก็ต่อต้านหลังจากเราพูดเรื่องราวของการท่องเที่ยว ทุกคนเข้าใจถึงการท่องเที่ยวกระแสหลักที่เคยผ่านเข้ามาให้ชุมชนได้สัมผัสและผ่านไปหลังจากที่ชุมชนล้มเหลวไม่เป็นท่า
เราเริ่มต้นที่จะเรียนรู้ด้วยกันใหม่ในบริบทเดิม ๆ ทรัพยากรไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนักโดยเฉพาะป่าไม้ แม่น้ำแม่ริม ที่ยังคงอยู่กับวิถีชีวิตของปกาเก่อญอบ้านผาแตก เราเริ่มต้นจากศูนย์ในด้านของคำว่าการท่องเที่ยวโดยชุมชน ชาวบ้านไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่า การท่องเที่ยวโดยชุมชนคืออะไร เป็นยังไง
วิจัย เราเปลี่ยนใหม่ ใช้คำว่า "ค้นหา" ...แล้วเฮาจะค้นหาอะหยัง...เสียง พะตี่ (ลุง) คนหนึ่งแว่วเข้ามา คำตอบจากพี่เลี้ยง เราก็ค้นหาตัวเราก่อนซิ รู้หรือว่าว่าบ้านเรา เผ่าเรา มาจากที่ไหน ใครเป็นคนมาอยู่ก่อนแล้วก็อยู่มากี่ปี่กันล่ะ โอ๊ยเรื่องยังงี้ต้องไปถามปู่ย่าตายายซิมาถามเฮาทำไม แล้วเฮาจะฮู้ไปยะหยัง(ทำไม) นั่นคือครั้งแรกที่เราเริ่มที่มีการแลกเปลี่ยนกัน
เหตุผลต่าง ๆ นานา เริ่มเข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนในวงเสวนาท้องถิ่นของเรา เราเริ่มรู้จัก และคุ้นเคยกัน หลักการง่าย ๆ ของการทำงานก็คือมวลชนสัมพันธ์ และความจริงใจ ทุกคนที่นี่เริ่มที่จะเรียนรู้กันและกันก่อนที่จะเปิดเผยความในใจให้เราได้รู้
พะตี่สุคำ สุเต็ง บุคคลผู้ซึ่งเป็นผู้ต่อต้านการท่องเที่ยว คนแรก ในวงเสวนาครั้งแรกของเรา แต่กลับกลายเป็นคนของชุมชนที่ต้องการให้งานวิจัยชิ้นนี้เกิดขึ้นกับชุมชน เค้าเห็นประโยชน์อย่างไรต่อชุมชน แล้วทำไมเค้าไม่ต่อต้านเราเช่นเคยล่ะ สุดท้ายเค้าคือวีรบุรุษของชุมชนทีเดียว ไว้บันทึกหน้ามาติดตามกันค่ะ
น่าสนใจครับ คอยอ่านต่อ