(ฟ้องด้วยภาพ เกิดมาเพื่อเขียนBlog ยามกินไม่ได้นอน ยามนอนไม่ได้กิน)

นิด แซ่เฮ แห่ง มน. เมือง2แคว ส่งข่าวเล่าว่า

“แดดจ้าเลยพ่อ เพิ่งไปรับน้าอึ่งอ๊อบเข้าที่พัก”

“ช่วยดูแลของรักของหวงตระกูลเฮให้ดีนะนิด”

    

ป้าจุ๋ม แซ่เฮ โทรมาบอกว่า

“กลับจากกระบี่ นั่ง one to Go

“เจอจุ๊บแจง เป็นแอร์เที่ยวนี้ มายกมือไหว้”

“อ้าว! ดีใจตรงเข้ากอด หอมแก้มบริการพิเศษ ผู้โดยสารอิจฉาทั้งลำ อิ อิ “

เฮ้อ! โรคนี้ระบาดไปกระทั้งสายการบิน

  

สิงห์ป่าสัก เล่าในบล็อก..ช่วงรายการการเดินทางไปภูเก็ต

    หลงเส้นทางในเมืองสุราษฏร์ฯ พักใหญ่ๆ ต้องอาศัยโทรศัพท์สอบถามพี่ชัยพรตลอดเวลา  แต่ก็เจอกันกับพี่ชัยพรและแม่บ้านจนได้   จากนั้นทั้งสองก็พาคณะของเรา (ซึ่งกำลังหิวเต็มที่) ไปเลี้ยงอาหารเย็นกันที่ร้านอาหารติดกับแม่น้ำตาปี บรรยากาศน่าจะดีมากแต่เรามาถึงค่ำเกินไปเลยอดได้ดูบรรยากาศริมน้ำ

   

 พี่ชัยพรและแม่บ้านเลี้ยงอาหารเย็นเราด้วยอาหารอันขึ้นชื่อของสุราษฏร์แล้ว ก็พาเราเข้าพักที่โรงแรมในเมืองสุราษฏร์ (แถมยังแอบจ่ายค่าที่พักให้เราอีก...ซึ้งน้ำใจชาว G2Kจริงๆ) นี่แหละครับมิตรภาพของชาว G2K คนแซ่เฮ  พี่ชัยพรยังบอกว่าเสียดายที่ไปเฮฮาศาสตร์ 4 ไม่ได้ เพราะติดงานทุกวัน

  

ผมได้รับทราบข่าวปลื้มใจลักษณะนี้เสมอ คนนอกอาจจะฟังดูเฉยๆ แต่ถ้าเป็นชาวแซ่เฮด้วยกัน จะรู้ว่านี้คือวิธีส่งพวงมาลัยน้ำใจเอื้ออาทร คนอยู่ในพื้นที่ญาติไปเยือนจะปรึกษากัน ใครว่างตอนไหน มารับช่วงช่วยเหลือกัน จุดนี้เป็นความอบอุ่นทางใจพิเศษกว่าการต้อนรับอย่างเป็นทางการหรือตามธรรมเนียมปกติ  เรื่องนี้ดูง่ายอธิบายให้เข้าใจยาก

 

อาจารย์แป๋ว บอกว่า 

ยากกว่าเรื่องไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้

บางทีคนที่เป็นแฟนไม่เข้าใจก็ทำไม่ได้ 

ถ้าไม่มาสัมผัสวัฒนธรรมองค์กรด้วยตัวเอง 

เหมือนกับจุ๊บแจงลูกสาวครูสุ ได้มาร่วมงานที่ภูเก็ต จึงเข้าใจว่ามันเป็นเช่นนี้เอง และดีใจที่เห็นคุณแม่มีความสุข อยู่ในกลุ่มเครือญาติแซ่เฮอย่างเบิกบานใจ ผมได้รับประสบการณ์

 

กระบวนการแซ่เฮ  พัฒนาจากใจหนึ่งไปสู่ใจหนึ่ง เห็นได้จากการไปทัวร์เฮฮาศาสตร์ที่ภูเก็ตครั้งนี้ เราได้ประจักษ์ด้วยตัวเอง ว่ามันเป็นเรื่องของใจล้วนๆ ดังจะเห็นได้จากการบัญญัติศัพท์เป็นที่รู้กัน เช่น ใจสั่งมา, เทใจ, ให้ใจ, ใจเบิกนำ, โดนใจ, หัวใจเสริมใยเหล็ก, สรุปแล้วเป็นเรื่องอนุภาพใจล้วนๆ

 

ในสภาพสังคมที่มะรุมมะตุ้มอย่างทุกวันนี้ ถึงเราจะอยู่ท่ามกลางคนหมู่มากในองค์กร ก็ใช่ว่าจะคบใครสนิทไว้วางใจได้ทั้งหมด บางคนแทบไม่มีเพื่อน ไม่ทราบว่าเป็นเพราะคุณภาพของสังคม หรือความซับซ้อนในองค์กร การหลุดออกมาเจอโลกเสรีที่เรากำหนดใจได้เอง ทำให้เกิดฐานสังคมใหม่เล็กๆ แต่พัฒนาการตลอดเวลา เราอยากเห็นสังคมที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน เชื่อมโยงถึงคนทุกวัยในครอบครัว เป็นเป้าหมายที่ปักธงไว้แต่แรก ค่อยๆปรับตัวปรับใจไปตามธรรมชาติ ไม่ได้เร่งรัดอะไร แค่ไหน? พอดีพอได้พอเหมาะพอใจ สมาชิกเป็นผู้กำหนดเอง

ยิ่งนานวัน ก็เห็นวิถีทางกลุ่มคนที่มีใจใกล้เคียงกัน คำว่าสุนทรีสนทนา ถึงเราจะไม่เคยจัด แต่ทุกครั้งที่เจอหน้า เรื่องบอกเล่าล้วนเป็นกุศลระคนสุขออกมาท่วมท้น แถมยังกระโดดกอดกันอีกต่างหาก  แสดงว่าสไตล์แซ่เฮน่าจะพอไปได้กระมัง

 K001

คนในสกุลเฮ ต่างได้รับอานิสงส์ด้วยตนเอง  เราไม่มีเงื่อนไขอะไรมาผูกมัด แต่ผูกพันใจกันมาก ช่วยกันปลูกต้นไมตรีให้งอกงามแผ่กิ่งก้านโยงไปทุกทิศทุกทาง  เราได้เพื่อนได้ญาติเพิ่มทุกปี อาจารย์เอื้องแซะ หมอเจ๊  คุณอร คุณเอก ท่านอัยการ ฯลฯ ล้วนเป็นทรัพยากรสกุลเฮที่น่าทะนุถนอมยิ่งกว่าไข่ในหิน

อยากให้ตามไปอ่านตอนที่หมอเจ๊เขียน

ตัดสินใจยังไงกับการไปเฮฮาศาสตร์ที่ภูเก็ต

ประทับใจในขั้นตอนที่หมอเจ๊เล่า

เข้าไปอ่านดูนะครับ เดี๋ยวจะว่าหล่อไม่แนะนำ อิ อิ