ระบบส่งเสริมการเกษตรเหมือนแผนที่เดินทางที่มีเกษตรอำเภอเป็นผู้ขับรถยนต์เข้าสู่จุดหมายปลายทาง

        เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้ารับการสัมมนา การสร้างความรู้ความเข้าใจในการดำเนินงานตามระบบส่งเสริมการเกษตร  ที่กรมส่งเสริมการเกษตรจัดขึ้น โดยสรุปเนื้อหาสาระของระบบส่งเสริมการเกษตรใหม่ ก็คือการนำของเก่ามาปัดฝุ่น แต่ให้อิสระในการบริหารจัดการแก่เกษตรอำเภอตามความเหมาะสมของพื้นที่ โดยมีแนวทางในการดำเนินการ ดังนี้

  • ใช้กระบวนการบริหารจัดการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลเป็นกลไกหลักในการปฏิบัติงานในพื้นที่
  • ใช้ระบบ IT , การบริหาร/พัฒนาบุคลากร, K.M., แผนงาน/งบประมาณ, การติดตาม, การประชุม M.M., D.M., D.W. ฯลฯ เป็นระบบสนับสนุนการปฏิบัติงาน

        นั่นคือแนวทางปฏิบัติ ที่ผู้เขียนได้รับฟังมาในวันนั้น ซึ่งจะเน้นที่ระบบมากกว่าผู้ปฏิบัติ แต่ในมุมมองของผู้เขียนคิดว่า กรมฯ ควรให้ความสำคัญกับผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ให้มาก ทั้งในด้านขวัญ กำลังใจ ความก้าวหน้า ตลอดจนการพัฒนาเพื่อเพิ่มสมรรถนะการทำงาน ผู้เขียนจะเปรียบแนวทางนี้เหมือนแผนที่เดินทางสู่เส้นชัย (เส้นชัยในที่นี่คือเกษตรกรได้รับการพัฒนา มีศักยภาพในการผลิตและมีคุณภาพชีวิตที่ดี) ที่กรมส่งมาให้ 

        ที่นี้มาถึงผู้ปฏิบัติบ้าง

  • เกษตรอำเภอ เป็นพระเอก เพราะต้องเป็นผู้บริหารจัดการ ซึ่งกรมฯ ให้อิสระในการบริหารจัดการได้ตามความเหมาะสมกับพื้นที่ งานนี้พระเอกของเราต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ที่จะต้องนำพาทีมงานดำเนินการไปสู่จุดหมายปลายทาง  ผู้เขียนขอเปรียบเกษตรอำเภอเป็นคนขับรถยนต์ที่จะเดินทางไปสู้เส้นชัย
  • เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร คือผู้ที่มีหน้าที่ขับเคลื่อนการปฏิบัติงานไปสู่เส้นชัย ผู้เขียนขอเปรียบเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเป็นรถยนต์ของเกษตรอำเภอ

        ที่นี้มาดูกันว่าพระเอกของเราจะสามารถขับรถยนต์ไปสู่เส้นชัยได้อย่างไร

  • เริ่มจากแผนที่เดินทาง ถ้าลายแทงดี ดูง่ายไม่สลับซับซ้อน หรือมีเส้นทางลัด/รายละเอียดแนะนำการเดินทางที่ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ขับได้ ก็จะช่วยให้ผู้ขับไม่ยากลำบากในการเดินทาง
  • แล้วคนขับล่ะ สายตากว้างไกลหรือไม่ อ่านลายแทงออกหรือปล่าว มีการเช็คสภาพรถยนต์ดีหรือยัง ตรวจสอบเส้นทางและสภาพแวดล้อมการเดินทางหรือไม่ และที่สำคัญคุณเป็นคนขับรถประเภทไหน พร้อมลุยหรือยัง
  • และก็มาถึงรถยนต์ในการเดินทาง เจ้าหน้าที่ส่งเสริมของคุณเป็นเป็นรถยนต์ประเภทใด อายุการใช้งานนานเท่าไหร่แล้ว มีการบำรุงรักษาตัวถังและเครื่องยนต์อย่างสมำเสมอหรือไม่ คุณใช้งานหนักเกินไปหรือเปล่า หรือไม่ค่อยได้นำมาใช้งาน พอต้องการใช้ทีก็สตาร์ทไม่ติด อย่างนี้เป็นต้น

        พอมาถึงตรงนี้แล้วลองนึกย้อนดูว่าการเดินทางสู้เส้นชัยหรือการทำงานให้บรรลุเป้าหมายนั้น สิ่งสำคัญที่จะนำสู่เป้าหมายได้ดี ต้องคำนึงถึงทั้ง 3 ส่วนข้างต้น โดยเฉพาะคนขับกับรถยนต์มีสมรรถนะพร้อมที่จะลุยแค่ไหน