บันทึกฉบับที่ 2
การสอนแบบสองภาษาสำหรับเด็กหูหนวก
โดยการนำรูปแบบการจัดการศึกษาแนววอลดอร์ฟมาใช้ร่วมกัน
การสอนแบบสองภาษามีหลายรูปแบบ สิ่งสำคัญของการสอนแบบนี้ คือ
- สอนภาษามือไทยเป็นภาษาแรก จนเด็กสามารถใช้ภาษามือไทยได้เป็นอย่างดี
- สอนภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง ในรูปแบบของภาษาเขียน
- สอนโดยครูสองคน คือครูหูหนวกและครูที่มีการได้ยิน (ครูทั้งสองคนต้องรู้ภาษามือและภาษาไทย)
- ใช้ภาษามือไทยเป็นภาษาในการเรียนการสอน
- สอนภาษามือไทย แยก จากภาษาไทย
สาเหตุที่ต้องใช้ครูสอนสองคน
- ครูหูหนวกเป็นต้นแบบของการใช้ภาษามือไทย และเป็นผู้ถ่ายทอดวัฒนธรรมของคนหูหนวก
- ครูที่มีการได้ยิน เป็นต้นแบบของการใช้ภาษาไทย เป็นผู้ถ่ายทอด และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทยกับวัฒนธรรมของคนหูหนวก
การศึกษาวอลดอร์ฟ มุ่งพัฒนาเด็กให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ การเรียนการสอนมุ่งเน้นให้เด็กมีความมุ่งมั่น ตั้งใจกระทำดี การเรียนรู้มีลักษณะที่เรียนรู้ไปพร้อมกันทั้งตัว โดยการลอกเลียนแบบจากแบบอย่างที่ลงลึกไปในจิต วิญญาณ โดยเด็กไม่รู้ตัว ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพกาย สุขภาพจิต กิริยาท่าทาง อารมณ์ ความรู้สึกนึกคิดโดยไม่รู้ตัวและฝังแน่นไปจนโต ช่วยให้เด็กพัฒนาความมุ่งมั่นในสิ่งที่ดีงาม การศึกษาในระดับปฐมวัยตามแนวการศึกษาวอลดอร์ฟ ยึดหลักดังนี้
1. การทำซ้ำ โดยให้เด็กได้มีโอกาสทำสิ่งต่างๆ ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า จนเกิดการซึมซับในกายและจิตจนติดเป็นนิสัย
2. มีจังหวะเวลาที่สม่ำเสมอ การจัดกิจกรรมเป็นไปตามเวลาที่สม่ำเสมอ มีช่วงจังหวะ เกิดความสงบ และผ่อนคลาย
3. รู้จักการเคารพ และน้อมรับคุณค่าของทุกสิ่ง กิจกรรมประจำวันสอดคล้องกับวิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และธรรมชาติ เด็กเกิดการเรียนรู้และเห็นคุณค่าของตนเอง ของผู้อื่นที่เป็นมนุษย์และสิ่งต่างๆ ที่เกื้อหนุนกัน
การจัดการศึกษาระดับปฐมวัยสำหรับเด็กหูหนวกในโครงการโรงเรียนต้นแบบการสอนแบบสองภาษา ได้นำแนวคิดการจัดการศึกษาตามแนวการศึกษาวอลดอร์ฟ โดยยึดหลักการ 3 ประการ คือ การทำซ้ำ จังหวะเวลาที่สม่ำเสมอ และการรู้จักการเคารพ และน้อมรับคุณค่าของทุกสิ่ง และนำมาปรับใช้ให้เกิดความสอดคล้องกับท้องถิ่นดังนี้
1. ครูหูหนวกเป็นแบบอย่างและเป็นต้นแบบที่ดีในการใช้ภาษามือโดยเด็กได้เรียนรู้การใช้ภาษามือจากต้นแบบทางภาษาจากครูหูหนวก
2. เด็กเกิดการเรียนรู้จากต้นแบบ และการปฏิบัติจริงจากวิถีชีวิต วัฒนธรรมท้องถิ่นของตนเอง จากบุคคลและภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนแหล่งเรียนรู้ในชุมชน
3.เด็กเกิดการเรียนรู้และได้รับประสบการณ์ต่างๆ จากกิจกรรมประจำวันโดยผ่านการเล่น และจากครูพาทำ
4. กิจกรรมประจำวันจะสัมพันธ์สอดคล้องกับชีวิตประจำวัน สิ่งแวดล้อม ดินฟ้าอากาศ และฤดูกาล
5. การจัดบรรยากาศในห้องเรียน จัดบรรยากาศเหมือนเด็กอยู่ในบ้าน มีมุมต่างๆ ให้เด็กได้เล่น โดยใช้ของเล่นจากธรรมชาติ
6. สื่อการเรียนรู้ เป็นของเล่นที่อยู่ในมุมต่างๆ และวัสดุที่เป็นของจริง และเป็นวัสดุตามธรรมชาติ
7.การจัดประสบการณ์ต่างๆ อยู่ในรูปแบบของกิจกรรมประจำวัน การเล่นอิสระ การเล่านิทาน การวาดภาพสีน้ำสีเทียน การปั้นดิน การถักเชือก ปักผ้า การจักสานจากวัสดุธรรมชาติ การทำสวนปลูกพืช การทำอาหาร

การเล่นจากวัสดุธรรมชาติ

การประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการทดลองการสอนสองภาษาสำหรับเด็กหูหนวกครั้งที่ 8
ระหว่างวันที่ 17 - 26 มีนาคม 2551 ณ โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครปฐม