อ่านประวัติของอธิการบดีหญิงคนเดียวในประวัติศาสตร์เกือบ ๑๐๐ ปีของจุฬาฯ ได้ที่ http://th.wikipedia.org/wiki/สุชาดา_กีระนันทน์ ท่านเพิ่งพ้นตำแหน่งอธิการบดีจุฬาฯ เมื่อต้นเดือนนี้ ประวัติโดยพิสดารเขียนเล่าโดยตัวท่านเองอยู่ในหนังสือที่แนะนำชื่อข้างล่าง
ผมใกล้ชิดท่านในฐานะที่ผมนั่งในสภามหาวิทยาลัยของจุฬาฯ ร่วมกับท่านอยู่หลายปี ในช่วงที่ท่านเป็นคณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ช่วงที่ท่านเป็นคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย รวมทั้งช่วงที่ท่านเป็นอธิการบดี
ผมชื่นชมในความเก่งงงง ชนิดมหัศจรรย์ของท่าน เวลาประชุมสภาจุฬาฯ ผมนั่งนินทาท่านกับ อ. หมอประเวศอยู่บ่อยๆ ว่าท่านเก่งและขยันจริงๆ ซึ่งผมเองจะไม่ขยันอย่างนั้นโดยจงใจ เพราะผมไม่เก่งพอ และไม่ใช่สไตล์ผม คือท่านจะกล่าวรายงานต่อสภาเอง ชี้แจงหรืออภิปรายโต้แย้งเอง ผมเรียน อ. หมอประเวศว่า สไตล์ผมคือผมจะกล่าวนำประเด็นใหญ่ ภาพใหญ่ และวัตถุประสงค์ของวาระนั้นเพียง ๒ – ๓ นาที แล้วให้รองอธิการบดีหรือเจ้าของเรื่องเป็นผู้นำเสนอรายละเอียด เพื่อผมจะได้นั่งตรวจสอบสถานการณ์ของการประชุม ผมไม่เก่งพอที่จะทำงานหลายๆ ด้านในเวลาเดียวกันได้ แต๋คุณหญิงสุชาดาทำได้ เก่งจริงๆ
มีบางครั้งนายกสภาฯ ไม่อยู่ อธิการบดีซึ่งเป็นอุปนายกทำหน้าที่ประธาน ท่านจะทำหน้าที่ทั้งประธาน ผู้นำเสนอ และผู้ชี้แจงหรืออภิปรายโต้แย้ง เก่งจริงๆ
ตอนนี้จุฬาฯ มีรายได้จากทรัพย์สินที่ดินและอาคารเพิ่มขึ้นอย่างมากมายมหัศจรรย์ เพราะฝีมือการจัดการของท่าน ผมชื่นชมมาก
เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๑ เม.ย. ๕๑ ผมได้รับมอบหนังสือ “บนเส้นทางสายบริหารจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ของ ศ. คุณหญิง สุชาดา กีระนันทน์” เป็นหนังสือที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยทุกคนต้องอ่าน เพราะท่านเขียนเล่าประสบการณ์และวิธีคิดไว้ถึง ๓๗ ประเด็น รวมทั้งเรื่องการเพิ่มรายได้จากที่ดินและอาคารของจุฬาฯ ด้วย หนังสือเล่มนี้มีขายที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ
วิจารณ์ พานิช
๒๕ เม.ย. ๕๑
ความสามารถในการ Identify จุดอ่อนคือความรู้ชั้นยอดเพื่อการปรับปรุง(Improvement)ที่ได้ผลอย่างแท้จริง
จุดอ่อนของจุฬาฯ คือ"คุณภาพการบริหาร" มีหลักฐานคืออันดับโลกที่นิตยสารไทม์จัดไว้ที่ 233 ชี้ให้เห็นการบริหารยังไม่มีคุณภาพ
เมื่อจุฬาฯรู้จุดอ่อนและแก้ให้ตรงจุดคือปรับปรุงให้การบริหารมีคุณภาพ Quality Management
จุฬาฯก็สามารถติดอันดับไม่เกินที่ 50 ของโลกได้ไม่ยากใน 4 ปี
การปรับปรุงการบริหารของจุฬาฯให้มีคุณภาพนั้นไม่ยากหากรู้ Basic ของ Quality Management คือ
1.ให้โครงสร้างเป็นระบบ(Organization as a system)รูป Flat Organization ไม่มีผู้บริหารระดับกลาง(เป็นทีม)
2.ให้การบริหารทุกเรื่องต้องมี"ระบบ"(Quality system)รองรับ ในรูป SOP. หรือ Manual แสดงวิธีปฏิบัติที่ชัดเจน
ผู้ที่มีความสามารถสร้างระบบทั้ง 2 ข้างต้นได้ไม่ยากคือตำแหน่ง Process Owner ซึ่งเป็นของแปลกใหม่สำหรับองค์กรล้าสมัย(Traditional Management)
บุคคลที่สามารถ"เปลี่ยน"ให้การบริหารของจุฬาฯมีคุณภาพได้มีคนเดียวเท่านั้น คือ อธิการบดี
ข้อความข้างต้นเป็น Knowledge และ Know-how ของข้าพเจ้าที่มิใช่คำหวานแต่มีความจริงใจอยากให้จุฬาฯที่ข้าพเจ้ารักในฐานะนิสิตเก่าได้รับการปรับปรุงการบริหารให้มีคุณภาพ