ย้อนคิดกลับไปถึงเมื่อคราก่อนเมื่อครั้งตอนเรียนอยู่ชั้น ป.๔ ชีวิตช่วงปิดเทอมนี้เป็นชีวิตที่สุดแสนจะอบอุ่น

ครั้งนั้นพ่อต้องเดินทางมาทำงาน ณ ที่ห่างไกล อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งแม่นั้นก็ได้ติดตามมาด้วย
ส่วนตัวฉันเองต้องเรียนอยู่ที่กรุงเทพฯ อยู่กับปู่กับย่า ปิดเทอมคราหนึ่งถึงได้กลับ “บ้าน”

ตอนปิดเทอมเป็นเวลาที่แสนวิเศษ อบอุ่นไอรักจากอ้อมอกแม่ ปลอดภัยด้วยแรงใจอันคุ้มภัยจากพ่อ

จำได้ว่าครั้งหนึ่งเมื่อถึงคราเปิดเทอม โยมพี่สาวมารับกลับกรุงเทพฯ ฉันร้องไห้ ร้องไห้ และร้องไห้
ร้องไห้อยู่นานนับชั่วโมง
ร้องไห้จนลั่นตลาด
ร้องไห้อย่างไม่กลัวใครจะว่าฉันบ้า
ฉันร้องไห้ไปปากก็พูดไปว่า “ไม่ไป ไม่ไป จะอยู่กับแม่ จะอยู่แม่ ฮื้อ ๆ ๆ ๆ”

หนึ่งชั่วโมงผ่านไปฉันก็ยังร้องไห้อยู่
สองชั่วโมงผ่านไปฉันก็ยังไม่หยุดร้องไห้
ใจของฉันตอนนั้นแทบจะขาดรอน ๆ เสียให้ได้ “จะอยู่กับแม่ จะอยู่กับแม่”

ไม่รู้สินะ ฉันไม่เข้าใจนิยามของคำว่า “ความรัก” แต่วันนั้นสิ่งที่บอกกับฉันได้อย่างหนึ่งว่า ไออุ่นรักจากพ่อและแม่นั้น “สุขเกินใคร”

ชีวิตฉันตั้งแต่เด็กต้องระหกระเหเร่ร่อนไปเรียนอยู่กับลุงบ้าง อยู่กับปู่บ้าง อยู่กับย่าบ้าง โดยเฉพาะบางครั้งต้องไปอยู่หอพักแต่ลำพังคนเดียว
ถึงแม้มีเพื่อนมากมายสักร้อยคนก็มิสุขสมอิ่มอุ่นเท่าอกแม่
คำพูดที่เพื่อนพูดหยอกล้อ ก็มิสามารถถักทอสายใยรักที่ปลูกปักจากตักแม่
รั้วอันสูงใหญ่ กำแพงที่หนาทึบ ก็มิสามารถกลั้นความหวาดกลัว ประหวั่น พรั่นพรึงอันตราย เท่ากับสองมือ “พ่อ” ที่คอยป้องปกคุ้มภัยให้ลูกยา

เวลานี้เมื่อหลายปีก่อน จึงเป็นเวลาที่แสนสุข
ฤดูร้อน ทำได้เพียงแค่ร้อนกาย แต่ใจนั้นหนอเย็นด้วยไอรัก
ความเมตตา กรุณา ปราณี อันล้ำค่าปกปักลูกยาทั่วสกล
เวลานี้ จิตนี้ขอกราบลงตรงเบื้องตัก “พ่อและแม่” แนบใจเอย...