ในสมัยปัจจุบันชาวไซเบอร์สเปซทุกคน คงจะไม่มีใครที่ไม่เคยสัผัสกับสิ่งที่เรียกว่า weblog หรือ blog
ซึ่งมันก็คือคำศัพท์ใหม่ที่ใช้เรียก ออนไลน์ไดอารี่ และดูเหมือนหลายคนกำลังหาคำนิยามใหม่ๆให้กับมัน
เสมอๆ แต่มันจะต่างอะไรกับออนไลน์ไดอารี่นอกจากคำเรียกขาน อันนี้คุณก็คงต้องหาคำตอบกันเอง
แต่สำหรับผมแล้วแม้หลายคนจะพยายามเขียนคำอธิบายให้ตายยังมันก็ไม่ได้ฉีกออกจากคำว่าออนไลน์ไดอารี่เลย
และมันคงไม่ใช่ประเด็นสำคัญในการจะมานั่งถกเถียงนิยามซึ่งก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้น ยังไงซะมันก็แค่คำศัพท์คำนึงที่มนุษย์กำหนดขึ้นมาใช้เรียกอะไรซักอย่าง ก็แค่นั้น
แต่ประเด็นที่สำคัญในวันนี้เราจะมาพูดถึงความพยายามอะไรบางอย่างของผู้บริการเว็บไซต์ blog ชั้นนำเหล่านี้ว่ากำลังพยายามจะทำอะไร
จริงๆแล้วตั้งแต่โลกเรามี wiki , youtube ก็แทบจะไม่มีนวัตกรรมอันเกี่ยวกับเว็บใหม่ๆเกิดขึ้น อีกแล้ว
นั่นหมายรวมถึง google ด้วย ไม่ใช่นวัตกรรมใหม่เป็นแค่เพียงแต่การการคิดเทคนิคใหม่มาเสริม
เทคโนโลยีเก่าก็แค่นั้น (search engine) แต่ด้วยความที่ใช้อะไรเรียบๆโหลดไว ฐานข้อมูลเยอะ
และระบบสไปเดอร์ที่ไต่ไปตามใยและรวบรวมข้อมูลทั้งลับและไม่ลับ จึงทำให้ google ดังเป็นพลุแตก
ในเวลาอันสั้น และการพัฒนาและไอเดียที่ไม่หยุดยั้ง google จึงพยายามทำตัวเป็น platform
หรือระบบปฏิบัติการ (operating system) บนอินเตอร์เนต!! โดยไล่เทคโอเวอร์เว็บไซต์บริการคอนเทนท์
ชื่อดังทั้งหลายแหล่เข้ามาในมือ ซึ่งที่โฉ่งฉ่างที่สุดก็คือ youtube นั่นเอง
blog ก็เช่นกันจริงๆแล้วมันก็มีหน้าที่เหมือนกันเพียงแค่ใช้เป็นสมุดบันทึกออนไลน์ และเชื่อมโยงเครือข่าย ในเว็บของมันเองเข้าด้วยกัน!! จึงไม่เรียก blog ว่า นวัตกรรมใหม่และไม่ใช่เทคนิคใหม่ เพียงแต่กำหนดนิยามให้กับ ออนไลน์ไดอารี่ใหม่แค่นั้นเท่านั้น
แต่ที่ได้รับความนิยมจากประชากร บนอินเตอร์เนตจำนวนมากน่าจะเป็นสิ่งที่เรียกว่า กระแสนิยม!!
อันได้แรงกระตุ้นจากสื่อต่างๆ มากกว่า และเนื่องจากกระแสนิยมและการใช้คำเรียกให้เก๋ไก๋ออกไป
จึงทำให้ผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก ถ้าคุณแค่เขียนสมุดบันทึกมันจะตื่นเต้นหรือแปลกใหม่ยังไง
ในชีวิตประจำวันเราก็ใช้สมุดบันทึกได้อยู่แล้ว การใช้คำเรียกขานว่า blog จึงทำให้ดูน่าสนใจมากขึ้น
ผู้คนจึงกลับมานิยม ออนไลน์ไดอารี่ในนามใหม่ว่า blog มากยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน
เมื่อมีผู้ใช้มากขึ้นจากเดิมที่มีไม่กี่เว็บได้แก่ blogger.com ของ google เจ้าเก่า กับอีกไม่กี่ที่
ในที่สุด micro$oft ก็กระโดดลงมาแจมด้วย โดยผนวกเข้ากับอีเมล์อันลือลั่นของคุณบิลล์ นั่นคือ
hotmail เข้าด้วยกันเพื่อให้สะดวกในการเข้าไปเขียน blog และเชคเมล์ไปด้วย
จนมาช่วงหลัง yahoo ได้สร้างกระแสการแชร์ภาพถ่ายของมือสมัครเล่นบนอินเตอร์เนต โดยสร้างเป็นแกลอรี่ส่วนตัวขึ้น อันใช้ชื่อว่า flickr.com แน่นอนชาวไทยคงไม่ค่อยรู้จักเพราะ เรารับมาแต่เทคโนโลยีปลายน้ำทั้งนั้น แต่ในฝั่งตะวันตก ใครที่เล่นเนตคงรู้จักกันหมดทุกคน weblog service provider หลายๆเจ้าจึงเอาไอเดียนี้มายำ
จนเป็นที่มาของ facebookที่เด็กต่างประเทศชื่นชอบ และ hi5 ที่เด็กไทยกำลังเห่อ!!
แต่สิ่งที่ผู้ให้บริการ blog เหล่านี้กำลังพยายามทำไม่ใช่แค่ให้บริการไปวันๆแต่เขากำลังต้องการสร้าง ความแตกต่างโดยพยายามทำตัวให้กลายเป็น platform หรือ os บนอินเตอร์เนต ตามรอยรุ่นพี่อย่าง google ทั้งนี้คงจะยกเว้น myspace ของ micro$oft ที่แค่พยายามจะรักษาอาณาจักรของตนไว้
หลังจากถูก google และพันธมิตรพยายามแย่งชิงอาณาจักร
เราคงได้เห็นเว็บแนวนี้ผุดเป็นดอกเห็ดขึ้นเรื่อยๆและพยายามสร้างภาพและหาจำกัดคำนิยาม
ของตัวเองมากยิ่งขึ้นเพื่อให้ดูเป็นของใหม่ แต่ที่จริงก็แค่เหล้าใหม่ในขวดเก่าเท่านั้นเอง
ยังไงเสียเราในฐานะที่เป็นผู้ใช้เทคโนโลยีหรือพัฒนามัน ก็อย่าได้หลงไหลไปกับคำศัพท์ หรือนิยามใหม่ๆจนไขว้เขวแยกแยะไม่ถูกว่าอะไรคือเทคโนโลยีใหม่อะไรคือนิยามใหม่ จนต้องถึงทำให้กับวงการไอทีโดยเฉพาะเว็บเทคโนโลยี มันตันไปเสียก่อน
เพราะมัวแต่มานั่งแจกศัพท์โดยไม่ได้ดูแลเทคโนโลยีที่ตนสร้างเลยว่ามันสร้างความแตกต่างจริงๆแล้วหรือยัง
และจงใช้มันอย่างมีคุณค่า อย่างที่ gotoknow.org
และหลายๆที่กำลังใช้เทคโนโลยีอย่างรู้คุณค่าและไม่ตามกระแสหลงศัพท์ เช่นนี้แล้วจึงเรียกว่า เทคโนโลยีตัวจริง!! ไม่ต้องการคำว่าใหม่!!