ไขมันแปรสภาพหรือไขมันทรานส์ (trans-fats) มีชื่อเสียงมานานในเรื่องการทำลายล้างโครงสร้างไขมันในเลือดหรือโคเลสเตอรอล คือ ลดโคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) และเพิ่มโคเลสเตอรอลชนิดร้าย (LDL)

...

ไขมันแปรสภาพหรือไขมันทรานส์ (trans-fats) มีชื่อเสียงมานานในเรื่องการทำลายล้างโครงสร้างไขมันในเลือดหรือโคเลสเตอรอล คือ ลดโคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) และเพิ่มโคเลสเตอรอลชนิดร้าย (LDL)

วันนี้มีผลการศึกษาที่พบว่า ไขมันทรานส์เพิ่มเสี่ยงมะเร็ง ซึ่งอาจช่วยอธิบายได้ว่า ทำไมคนรุ่นหลังๆ จึงเป็นมะเร็งสะสมมากขึ้นทุกวันทุกคืน

...

ถ้าเทียบกับไขมันอิ่มตัว ซึ่งพบมากในกะทิ น้ำมันปาล์ม น้ำมันสัตว์ (เช่น น้ำมันหมู ฯลฯ) แล้ว ไขมันอิ่มตัวยังนับว่า อันตรายน้อยกว่าไขมันทรานส์

เนื่องจากไขมันอิ่มตัวเพิ่มโคเลสเตอรอลชนิดร้าย (LDL) แต่ไม่ทำลายโคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL)

...

ถ้าเทียบกับผู้บริหาร (เลวๆ บางคน) แล้ว... ไขมันอิ่มตัวเป็นคนเลวประเภท "ส่งเสริมคนเลว (LDL)"

ทว่า... ไขมันทรานส์เป็นคนเลวประเภท "ส่งเสริมคนเลว (LDL)" ด้วย "ทำร้ายคนดี (HDL)" ด้วย จึงมีอันตรายต่อสุขภาพเส้นเลือดแบบสุดๆ

...

ท่านอาจารย์เวโรนิค ฌาเจส์ และคณะ แห่งศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ฝรั่งเศส ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างผู้หญิง 25,000 คน

ผลการศึกษาพบว่า

  • ผู้หญิงที่มีระดับไขมันทรานส์ในเลือดสูงสุด > มีความเสี่ยงมะเร็งหลายชนิดมากขึ้น และมีความเสี่ยง (โอกาสเป็น) มะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้น 2 เท่า
  • ผู้หญิงที่อ้วน > มีความเสี่ยงมะเร็งเพิ่มขึ้นหลายชนิด รวมทั้งมะเร็งเต้านม
  • ผู้หญิงที่กินอาหารไขมันสูง > มีความเสี่ยง (โอกาสเป็น) มะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้น
  • ผู้หญิงที่กินไขมันชนิดดี หรือโอเมกา-3 มากหน่อย > ไม่ช่วยลดความเสี่ยง (โอกาสเป็น) มะเร็ง

...

การศึกษานี้สนับสนุนแนวคิดที่ว่า การกินอาหารไขมันสูง (ซึ่งมักจะทำให้อ้วน หรือน้ำหนักเกิน) มีส่วนเพิ่มความเสี่ยง (โอกาส) เป็นมะเร็ง

สาเหตุอาจเป็นผลจากการสะสมสารพิษในห่วงโซ่อาหาร (food chain) ซึ่งจะถ่ายทอดสารพิษ และเพิ่มความเข้มข้นแบบ "ปลาใหญ่กินปลาเล็ก (หลายตัว)"

...

เมื่อสัตว์กินกันเป็นทอดๆ จะมีการสะสมสารพิษในเนื้อเยื่อไขมันมากขึ้น ซึ่งการจะนำสารพิษในไขมันออกจากร่างกายทำได้ค่อนข้างยาก เช่น การลดความอ้วน ออกแรง-ออกกำลัง (ทำให้มีการใช้พลังงานจากไขมัน) การเสียเลือดไปกับประจำเดือน การคลอดลูก หรือบริจาคเลือด การตั้งครรภ์ การให้นมลูก ฯลฯ

ทางที่ง่ายกว่าคือ การกินอาหารไขมันต่ำหน่อย โดยเฉพาะไขมันสัตว์ เช่น ไม่กินเนื้อมากเกิน ไม่ใช้น้ำมันสัตว์ (เช่น น้ำมันหมู ฯลฯ) และระวังอย่าให้อ้วน เนื่องจากสารพิษมีแนวโน้มจะสะสมอยู่ในเนื้อเยื่อไขมัน

...

การศึกษานี้สนับสนุนว่า การกินอาหารไขมันสูงอาจทำให้ภูมิต้านทานโรคลดลง ซึ่งการศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า การกินอาหารไขมันสูงเพิ่มเสี่ยง (โอกาสเป็น) มะเร็งผิวหนัง

ความรู้ใหม่จากการศึกษานี้คือ ไขมันแปรสภาพ โดยการเติมไฮโดรเจน ทำให้ได้ไขมันทรานส์ เพิ่มเสี่ยงมะเร็ง

...

คณะกรรม การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) รายงานว่า คนอเมริกันได้รับไขมันทรานส์ (trans fats) ในปี 2003 (พ.ศ. 2546) จากแหล่งต่อไปนี้มากที่สุด

อาหาร ร้อยละ (%)
เค้ก คุกกี้ แครกเกอร์ พายส์ ขนมปัง (ผลิตภัณฑ์เบเกอรี) 40%
ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น เนื้อสัตว์สำเร็จรูป ฯลฯ 21%
เนยเทียม (มาร์การีน) 17%
มันทอด เช่น เฟรสช์ฟรายส์ ฯลฯ 8%
มันทอดแผ่นบาง (potato chips) ข้าวโพดคั่ว ข้าวโพดอบกรอบ 5%
เนยเทียมที่ใช้ในการทำอาหารตามบ้าน (shortening) เช่น เบเกอรี ฯลฯ 4%
น้ำสลัด 3%
อาหารเช้าซีเรียลสำเร็จรูป (มักจะมีครีมเทียมผสม) 1%
ขนมหวาน เช่น ลูกอม ฯลฯ 1%

...

เรียนเสนอให้พวกเราหันมากินอาหารทำเองแบบไทยๆ ให้มากขึ้น และอย่าลืมช่วยกันลดอาหารประเภท "ทอดๆ ผัดๆ" ให้น้อยหน่อย เพื่อสุขภาพจะได้ดีไปนานๆ ครับ

...

 

ที่มา                                                  

  • Thank Reuters > Maggie Fox. Xavier Briand ed. > Trans-fats linked to breast cancer risk in study > [ Click ] > April 14, 2008. / Am J of Epidemiology.
  • Thank FDA > Revealing Trans Fats > [ Click ] > April 20, 2008.
  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก "บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่รักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอ พยาบาล เภสัชกร หรืออนามัยที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบคุณอาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี + อาจารย์เบนซ์ iT ศูนย์มะเร็งลำปาง > สนับสนุนเทคนิค iT.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 21 เมษายน 2551.