ผู้เขียนTagคิดถึง คุณงามความดี และไมตรีจิตที่ท่านมอบให้เสมอมา

 ก่อนที่จะอำลา กุสินารานคร ในวันพรุ่งนี้ เพื่อเดินทางสู่พาราณสี เตรียมตัวรอเดินทางกลับเมืองไทยในวันรุ่งขึ้น พฤหัสบดีที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๕๑ เวลา ๑๖.๒๐ น. คาดว่าถึงไทยประมาณ ๒๑.๓๐ น.(เวลาในไทย) ดังนั้นวันนี้ จึงเป็นวันสุดท้าย ที่ผู้เขียนจะได้ใช้เน็ต เพราะพรุ่งนี้ ผู้เขียนตั้งใจจะถวายซิมการ์ดนี้ แด่พระภิกษุสงฆ์ ผู้ที่ท่านมีความปรารถนา จะใช้เน็ต โดยเฉพาะเว็บ gotoknow.org แห่งนี้ เผยแพร่สิ่งดีๆต่อไป

   การที่ผู้เขียน จะบังเกิดความรู้สึกอยากจะTag คิดถึง ใครนั้น มักจะมีแรงบันดาลใจพอสมควร จนอยากบอกให้รู้ โดยมิได้หวังผลใดๆจากท่านเหล่านั้น สำหรับท่านผู้นี้ ผู้เขียนมาขอTag คิดถึง ที่ประเทศอินเดีย ดินแดนแห่งการได้พบ (บางอย่าง) แต่ไม่ได้พบ(บางสิ่ง) แต่ขอถือว่าทั้งหมดนี้ คือเส้นทางของผู้เขียน เส้นทางกรรม ที่ดลบันดาล ให้เป็นเช่นนั้นเอง

วันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๐เวลา ๒๐.๒๒ น. ผู้เขียนรู้สึกสะดุดใจกับบล็อกหนึ่ง ดูภาพ แล้วคุ้นหน้ามาก เมื่ออ่านบทบันทึก  อินเดียวันละเรื่อง=การขับรถในเดลี ตื่นเต้นทุกวัน  ก็ชอบใจ ทำให้คืนนั้น ผู้เขียนอ่านแต่บันทึกของท่าน อ่านไป โพสไป สนุกสนานจนดึก

  ต่อมาผู้เขียนก็เป็นขาประจำบล็อกนี้ เรียน ดู รู้ เล่น ในโลกกว้างกับนักการทูต ถึงตรงนี้ หลายท่านคงนึกออกแล้ว ว่าผู้เขียน กำลังจะ Tag คิดถึงใคร ใช่แล้วค่ะ คุณพลเดช  วรฉัตร พี่โยคีของผู้เขียนเอง

Picture3

ภาพครั้งแรกประกอบบล็อก

  เรื่องราวในgotoknow แห่งนี้ มีความอัศจรรย์ เกิดขึ้นเสมอ แลัวบางอย่าง ก็เป็นสิ่งที่เกินควร เกินคาด การได้รู้จักกันผ่านบล็อกนี้ ทำให้ผู้เขียน ได้มีโอกาส ร่วมบุญ กับพี่โยคีมากมายหลายเรื่อง ทั้งการทำหนังสือ "ถ้าพรุ่งนี้ต้องตาย " เพื่อแจกเป็นธรรมทาน นับพันเล่ม การให้คำปรึกษาแนะนำ การปฏิบัติธรรม การปฏิบัติงาน จนสำเร็จได้ด้วยดี ก็หลายโครงการ สุดท้าย ณ เวลานี้ คือ การได้มายืนอยู่ ณ วัดไทยกุสินารา ประเทศอินเดีย เพื่อสร้างบารมี ครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต มาเป็นอาสาสมัคร กุสินาราคลินิก คลินิกรักษาผู้ยากจน ไม่จำกัดชนชาติวรรณะ ของพระธรรมทูตและคนไทย  และเรื่องราวของผู้เขียน (ที่ท่านเรียกโยคีน้อย) และกำลังจะจบสิ้น ในเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้

   อยากจะกราบขอบคุณ และอยากจะประกาศไว้ใน www.gotoknow.org แห่งนี้ ว่า ผู้เขียนTagคิดถึง คุณงามความดี และไมตรีจิตที่ท่านมอบให้เสมอมา จนพี่น้องในGotoknow รับทราบกันดี

  หลายครั้งที่อยู่ในประเทศอินเดีย - เนปาล มีอุปสรรคปัญหาเข้ามา ผุ้เขียนจะระลึกถึงท่านก่อน ด้วยความเคยชิน อยากถาม อยากบอก อยากบ่น ซึ่งดูเหมือนจะไม่ค่อยเกรงใจเท่าไหร่ แต่ก็หวังว่าคงเข้าใจ จนกระทั่งระยะหนึ่ง ผู้เขียนไม่สามารถติดต่อท่านได้ ด้วยวิธีใดๆ ก็ตามในคราวนั้น เกิดมีความรู้สึกใจหาย และเคว้งคว้าง เงียบเหงาไปทันที แล้วก็รู้ฤทธิ์เดชของการต้องอยู่ด้วยตนเอง โดยปราศจาก                     พี่เลี้ยง  ความรู้สึกที่บรรยายยากนี้ ทำให้ผู้เขียนเห็นคุณค่า ของคำว่า การสร้างบารมีต้องมีกัลยาณมิตร

   อีกความประทับใจที่จะบันทึกถึงคือ ผู้เขียนชอบภาพที่มีชีวิต พูดได้ของท่านมาก เมื่อใดที่ท่านนำภาพวาดมาขึ้นบันทึก ผู้เขียนจะต้องเขียนกลอนบรรยายไว้ ที่จริงก็คือ ภาพนั้นเขาบอกเรื่องราวหมดแล้ว จากขณะจิตของผู้วาด แต่ผู้เขียน อยากจะได้บุญเพิ่มเติม จึงแต่งเป็นกลอน ให้ตัวเอง อ่านง่ายๆ เพลิดเพลินใจ จนกระทั่ง ตำนานหนังสือ หนึ่งคนวาด หนึ่งคนแต่ง จึงเกิดขึ้นที่นี่ gotoknow

   ที่จริงผู้เขียน ก็Tag คิดถึงทุกวันนั่นแหละ แต่ที่ต้องมาบันทึกไว้ ก็เพราะ เป็นเรื่องแปลก ของโยคีทั้ง ๒ คนนี้(โยคี= ผู้เพี่ยรเพ่งเผากิเลส) คือผู้เขียน"ตันติราพันธ์" โยคีน้อย และ "คุณพลเดช  วรฉัตร" พี่โยคี ที่มีชะตากรรม ให้ได้พบกันก็ในมโนสำนึก ไม่เคยพบเห็นตัวจริงเสียงจริง แม้จะต่างก็เกิดประเทศไทย โตในประเทศไทย จนต่อมา พี่โยคีก็เดินทางไปทุกทวีป จนมาถึงอินเดีย แล้วก็ได้มานำโยคีน้อยให้ได้สร้างบารมีที่อินเดียด้วย โดยการแนะนำ สนับสนุน(ทำหนังสือขายเป็นค่าเครื่องบิน ค่าใช้จ่ายให้) และประคับประคอง ให้ได้ทำตามที่ตั้งใจจนสำเร็จด้วยดี แต่ เราก็ไม่มีโอกาสเห็นหน้ากันอยู่ดี ทำให้ผู้เขียนเก็บความสงสัยไว้ว่า แผ่นดินไหนหนอเราจึงจะได้พบกัน หรือ ณ ที่นั้น ไม่มีอยู่ในโลกนี้

  จึงขอTag คิดถึงเอาไว้ ด้วยเข้าใจว่าการมาสร้างเหตุปัจจัยร่วมกัน ในทางกุศลผลบุญนี้ ชาตินี้ เป็นแบบนี้ จะได้พบก็ดี ไม่ได้พบก็ได้ ไม่ขอตั้งความหวัง เพราะ"ความตาย หมายไม่ได้ว่าเมื่อไหร่...."

  ขอถือโอกาส กล่าวอำลาพี่โยคี เป็นคนแรก ในฐานะที่อยู่แผ่นดินเดียวกัน อินเดีย คงทิ้งไว้แต่ผลบุญ ที่ร่วมสร้างกันมา ให้ล่องลอยเป็นพลังที่ดี พลังที่เชื่อมด้วยใจ สายใยบุญ เพื่อแผ่นดินทั้งสอง ที่ต่างก็มีคุณต่อเราทั้งสอง โยคีน้อยหมดเวลาแล้ว ขอส่งพลังดีที่ทำไว้ รักษาให้พี่โยคี มีพลังในการหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่และภูมิใจตลอดไป....

   นมัสเต้