กลับถึงบ้านแฟลตแล้ว แต่เหมือนยังไม่กลับถึงบ้าน หมายถึงอะไรนะ ก็.....อารมณ์ยังค้างอยู่ที่ต่างจังหวัดน่ะสิคะ ค้างกับความชื่นชม ชื่นชอบ บรรยากาศ ภูมิอากาศ สภาพแวดล้อม ที่แตกต่างกัน.....ราวฟ้ากับดิน ทีเดียว เมื่อวานนี้ภาคบ่ายคล้อยเย็น ครูอ้อยเขียนบันทึกสุดท้าย เมื่อมาถึง กลางดง และหยุดพักซื้อของฝากกลับบ้าน....หรรษา..รถบนถนนเยอะจัง จากนั้น ก็เคลื่อนย้ายเข้าสู่ กทม. แวะบ้านคุณพ่อที่ดอนเมือง รดน้ำดำหัวขอพรจากคุณพ่อคุณแม่ และไปส่งน้องสาวของพ่อบ้านที่เมืองทองธานี จนคล้อยคล่ำมาถึงแฟลต เลี้ยวจะเข้าบ้านก็อารมณ์เสียกับ คนจุดไฟกับกองขยะ ที่มีควันพิษลอยขึ้นมาบนบ้าน เมื่อจอดรถ พ่อบ้านเปิดประตูรถออกไป ก็บ่นว่า...เหม็น ทุกคนก็เหม็น เราต่างคนต่างช่วยกันขนย้ายกระเป๋า และของกินที่มดจะขึ้น นำขึ้นบ้านมาก่อน พะรุงพะรัง เพราะไม่อยากเดิน 2 รอบ เนื่องจากชั้น 5 พ่อบ้าน ก็เดินพึมพำต่อไป ครูอ้อยได้ทีก็เลยพูดดังขึ้นมาว่า.....เพราะคุณพามาอยู่ จึงได้อยู่ด้วย หากไม่มีคุณ เราไม่อยู่แล้วที่นี่..... ในใจก็คิดว่า ครูอ้อยมีบ้านอยู่กับคุณพ่อก็ได้ คำพูดก็ออกมาจากใจ เมื่อขึ้นมาถึงบ้าน น้องขวัญไขประตูเข้ามาในบ้าน กลิ่นควันไฟที่คนข้างล่างเผานั้น ก็เต็มในห้องคละคลุ้งไปทั่ว ครูอ้อยก็บ่นขึ้นมาก่อนในขณะที่ถอดรองเท้า พ่อบ้านก็ตอบว่า...ก็ควันข้างล่างไง ครูอ้อยโกรธมาก ก็เลยพูดหน้าบ้านว่า.....เผากระดูกใครนะ เท่านั้นล่ะค่ะ พอเข้ามาในบ้าน ครูอ้อยก็ได้ยินเสียงบ่นว่า.....ปากหาเรื่อง ครูอ้อยได้ยินคำพูดนั้น ก็เลยคิดในใจว่า.....ปากที่พูดความจริง ทำไมต้องหาเรื่อง แล้ว ทำไมพวกเราต้องทน กับการทำไม่ดีของคน ที่นี่เป็นสาธารณะ การที่จุดไฟให้เกิดควัน ควันลอยขึ้นมาที่สูง พวกเราอยู่ชั้น 5 แน่นอนที่ต้องรับไปเต็มๆ พ่อบ้านบอกว่า.....ไม่อยากมีเรื่อง เพราะคนข้างบ้าน ได้ยินแล้ว จะไปเล่าให้คนข้างล่างที่จุดไฟฟัง พวกไม่มีสกุล ครูอ้อยก็ตอบไปเลยว่า....ก็เพราะอยากให้ได้ยินน่ะสิ อยากพูดว่า....พวกไม่มีจิตสาธารณะ เสียด้วยซ้ำ แต่กลัวว่า....ฟังไม่รู้เรื่อง จึงลดความหมายลงเพียง....เผากระดูกใคร เท่านั้นเอง.....จิตสาธารณะกับความพอใจ ***** ละเลงคำพูดมาได้เลยค่ะ ยินดีรับฟังทุกเรื่อง ครูอ้อยบอกเต็มปากเลยว่า....รับผิดชอบต่อคำพูดของตนเองได้ ในใจก็คิดว่า....อยู่ได้ก็อยู่ อยู่ไม่ได้ก็ไป จากนั้นครูอ้อยก็ลงไปอีกครั้ง ไปนำกล้วยหวีใหญ่ ขึ้นมาแจกบ้านที่มีเด็กๆ แจก 3 บ้าน เรียงกันมา แต่ไม่แจกบ้านที่ติดกัน....อยากนิสัยไม่ดี ไม่มีจิตสาธารณะ ทำอยู่ได้กับความพอใจของตน ที่น่าเกลียดและลุกล้ำผู้อื่น
สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะพีครูอ้อย
ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ
สวัสดีครับ ครูอ้อย
อ่านบรรยากาศการท่องเที่ยวของครูอ้อยแล้วสนุกดี มีบรรยากาศครับ
ผมชอบคำว่า "จิตสาธารณะ" มากครับ
ผมว่าในวงการศึกษา ที่เป็นเรื่องของการ บูรณาการ
น่าจะบูรณาการ เพื่อ "จิตสาธารณะ" นะครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะ น้องอุบลคนพากเพียรของครูอ้อย.....อุบล จ๋วงพานิช
สวัสดีค่ะท่าน ผอ...small man
ขอบพระคุณมากๆค่ะ
แบ่งเก่ง ระหว่าง
สวัสดีค่ะพี่ชายใหญ่.....ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์
ขอบคุณค่ะพี่ชายที่เป็นห่วง
สวัสดีค่ะน้องโก๊ะ..ของครูอ้อย...คนไม่มีราก
ขอบคุณค่ะ จุ๊บจุ๊บ
สวัสดีค่ะแม่อ้อย
ลูกมิมจ๋า....มะขามอ่อน/ครูมิม
นอกจากจะหนีไปที่อื่นเลย
ลูกมิม...มะขามอ่อน/ครูมิม
หากรักแล้ว...มะขามอ่อน/ครูมิม
รัก ไม่มีราคา ไม่เคยมีใครตีค่าราคา หากเป็นรักแท้
รัก ยอมคู่กับการให้ และอภัย ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รักตอบแทนก็ตาม
รัก เป็นที่หนึ่ง รองจากเสียสละ และซื่อสัตย์
แม่อ้อยค่ะ
ลมหนาวพราวระยับ จับดวงจิต
นั่งนอนคิด จิตปลิวร่อน ห่อนห่วงหวง
คิดถึงรัก นั่งคำนึง จริงหรือลวง??
สะท้านทรวง เพราะห่วงรัก หักปนเป
ไปอ่านนิทานแก้กลุ้มกันดีกว่าแม่อ้อย นิทาน
จะกลับไปอ่าน ไปเขียน ไปเรียนแล้วนะคะ
บ๊ายบาย เดี๋ยวมาใหม่ค่ะ
สวัสดีค่ะ แม่อ้อย
ทำอะไรอยู่ค่ะ คิดถึงแม่อ้อยจัง ไม่ค่อยได้คุยกันเลยนะคะ
พรุ่งนี้ห้ามลืมนัดนะคะ อดใจไว้คุยกันพรุ่งนี้นะคะ
เดี๋ยวเตรียมกอดไปด้วย
แม่อ้อยพักผ่อนบ้างนะคะ เดี๋ยวไม่สบายไปอีกคน
รักแม่อ้อยค่ะ
กำลังศึกษา เนื้อหาของบทที่ 3 น่าจะมีอะไรค่ะ...มะขามอ่อน/ครูมิม
จะทำตามเขา หรือทำตามใจเรา ดีค่ะ
สวัสดีคะครูอ้อย พอดีทางบริษัทจะทำรายการเกี่ยวกับเรื่อง จิตสาธารณะ อยากทราบขอมูลของ จิตสาธารณะเพื่อนำมาผลึตรายการครูอ้อยพอที่จะให้ข้อมูลได้รึเปล่าคะ ช่วยติดต่อกลับมาทางเมล์ด้วยนะคะ ขอบคุณคะ