วินิจฉัยนั้นสำคัญมาก ถ้าเดิมเป็นคนวินิจฉัยเสีย ก็มักจะทำให้เรานั้น ผิดพลาด อยู่เรื่อยๆ
บันทึกนี้ ผู้เขียนบันทึกไว้ขณะอยู่ที่ประเทศเนปาล วันที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๑ ที่วัดไทยลุมพินี ท่านเจ้าคุณพระราชรัตนรังษี ได้ให้ผู้เขียน มาพักที่นี่ราวๆ หนึ่งสัปดาห์ ทราบว่าขณะนี้ สถานการณ์ ของเนปาลไม่ดีเท่าไหร่ มีการประท้วง ปิดถนนหลายสาย เมื่อวันที่เดินทาง ก็พบกลุ่มผู้ประท้วงประปราย มีทหารเดินตามถนน ที่เขียนไว้นี้ มิได้จะให้หวาดกลัวหรือห่วงใย เพราะเชื่อในกฎแห่งกรรม และชะตาชีวิต ถึงคราวก็คงไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ ทุกอย่างมีกำหนดกฎเกณฑ์อยู่แล้ว
การมาอยู่ต่างแดน จึงเป็นการครองสติที่สำคัญ โชคดีที่ผู้เขียนเป็นคนโนเนม จึงมิได้กังวลมาก แต่ก็มิได้ประมาท ในอินเดียก็มีการประท้วงต่อชาวจีน ที่เข่นฆ่าชาวธิเบตกลุ่มท่าน ดาไลลามะ เห็นว่าเขาแอนตี้คนจีนด้วย มาถึงตรงนี้ ผู้เขียนก็ต้องกลับไปส่องกระจกว่า หน้าตาเรา เหมือน ไทย จีน หรือ แขกกันนะ ก็หวังอย่าได้ประสบชะตากรรม ที่ไม่ต้องการเลย
การตัดสินใจเดินทางมาเป็นอาสาสมัครที่นี่ ผู้เขียนมาด้วยใจ อยากจะมาช่วยงานคลินิกวัดไทยกุสินารา อยากมาเชื่อมสัมพันธไมตรี กับคนอินเดีย อยากมาช่วยให้งานของพระธรรมทูต ที่ดูเชื่อมโยงไปสู่สันติภาพ ที่มีความช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และเผยแผ่พระพุทธศาสนา ในฐานะที่ตนเองเป็นชาวพุทธ ที่ควรปฏิบัติศาสนกิจ แบบที่ฆารวาสควรทำ คนเราเมื่อมาด้วยใจ ปัญหาอื่นๆก็เป็นเรื่องเล็ก โดยมองให้เห็นประโยชน์ ที่จะเกิดนั้น สูงสุด มองให้เลยกาย ใจ ไปจนกระทั่งถึงส่วนรวม โลก และจักรวาล ภพนี้ ภพหน้า
การมาประสบเหตุการณ์ทั้งหลาย ด้วยตัวเอง จึงเป็นบทพิสูจน์กำลังใจ ของตนได้เป็นอย่างดี ได้เข้าใจคำว่ามีสติตลอดเวลา เพื่อเตือนตัวเองเสมอว่า มาทำอะไร เพื่ออะไร การมีความอดทนต่อสิ่งแวดล้อม ผู้คน ซึ่งที่ไหนก็เหมือนๆกัน มีหลายร้อยประเภท การตัดสินใจ ทางเลือกก็สำคัญ เมื่อต้องมาอยู่คนเดียวที่นี่ แต่ที่สุดผู้เขียนว่า วินิจฉัยนั้นสำคัญมาก ถ้าเดิมเป็นคนวินิจฉัยเสีย ก็มักจะทำให้เรานั้น ผิดพลาด อยู่เรื่อยๆ
การปรับใจนี้ แม้แต่สิ่งที่เป็นบุญกุศลก็ควรพิจารณา เช่น การที่ต้องพบพาน กลุ่มคน ที่เฝ้าเวียนขอไม่รู้จักจบสิ้น ซึ่งใหม่ๆ อาจรู้สึกฝืนความรู้สึก กับการเป็นคนให้ง่าย แต่เมื่อเจอสภาพนี้ จึงต้องใคร่ครวญว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อเรามีศรัทธา ให้เขา เขาก็จะรับอย่างว่องไว ซุกซ่อนอย่างรวดเร็ว และขอต่ออย่างไม่เกรงใจ ไม่พอ ที่แท้ บุคคลเหล่านี้ เขาเกิดมาทำหน้าที่ของเขา ตามความเชื่อที่ว่า เกิดมาจน ต้องดำรงชีพด้วยการขอเท่านั้น เป็นอื่นมิได้ การขอจึงเป็นหน้าที่ที่เขาตั้งใจทำตลอดชีวิต ถ้าเรามองแบบนี้ ก็จะพบว่า เขากำลังทำหน้าที่ และทำได้ดีเสียด้วย ส่วนเรานั้น เป็นผู้ให้ หน้าที่ของผู้ให้ คือการสงเคราะห์ ที่ไม่เกิดความทุกข์ในการให้นั้น เต็มใจให้ เมื่อพิจารณาอย่างนี้ อยากให้เท่าไหร่ ก็ให้ไป ไม่อยากให้ ไม่มีศรัทธา ก้ไม่ต้องให้ สบายใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย
ครั้งหนึ่ง ผู้เขียนลองใช้วิธีการหนามยอกเอาหนามบ่ง เมื่อเจอขอทานมาเดินตามขอ ปากก็พร่ำไม่หยุด ผู้เขียนจึงหันกลับไป ยิ้มๆ แล้วก็แบมือขอเขาบ้าง ผู้เขียนจะบอกว่า เปซ่า(เงิน) รูปีๆๆ แล้วทำมือกระดกๆ เด็กๆ มองผู้เขียน แปลก แล้วก็พากันหยุดขอ พอผู้เขียนเร่งเร้ามากๆเข้า ขอทาน ถึงกับหันหลังกลับ ไม่ตามมาอีกเลย สรุปแล้ว เขาก็ไม่รู้จักให้ใครเหมือนกัน ซึ่งถ้าตามหลักพระพุทธศาสนา การไม่ให้ ก็จะยิ่งทำให้จน เฮ้อ! แล้วก็ต้องบอกตัวเองว่า ไม่ได้คิดจะไปเปลี่ยนชีวิตใคร แต่เปลี่ยนใจตัวเองนี่แหละ ก็พระเวชสันดร ท่านก็เจอการขอชนิดสุดโต่งจากชูชกมาแล้ว จึงได้ทำให้ท่านเกิดสังเวช และเห็นธรรมในที่สุด
โยคีน้อย
ถือว่าธรรมสังเวชเกิดและได้เห็นแล้ว
คำตอบก็อยู่ในใจเรานั่นเอง
ข้อมูลและองค์ประกอบต่างๆ ถ้าผสมได้ถูกส่วนเมื่อใด ก็นั่นแหละ
ขอจนขอทานตัวจริงวิ่งหนีเปิดไปเลย
สาธุกับสิ่งที่ได้เรียนรู้
ถือว่าโครงการหนังสือบุญได้ผลบุญที่คุ้มค่าแล้ว
สวัสดียามเช้ามืดค่ะ
ลุกมาตอบแต่เช้า ก็อีกนั่นแหละ ไฟก้ดับพอดี เป้นการเตือนให้รู้ว่า อย่าประมาท เกิดดับมีตลอดเวลา อยู่เหนือการควบคุม
อยู่อินเดีย ได้เรียนรู้กับของจริงทั้งสิ้น การเกิดอาการทางจิตนั้น ก็เกิดจริงๆ ชัดๆ ขอบพระคุณที่พี่โยคีให้คำแนะนำไว้ กับครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้มีโอกาส อย่างเหลือเชื่อ
จะเรียนรู้เรื่องต่อๆไป อย่างพิจารณาค่ะ ทั้งดีและร้าย
สาธุกับทุกคนที่มีส่วนในการมาอินเดียครั้งนี้ สาธุ สาธุ สาธุ
โยคีน้อย
อินเดียเป็นดินแดนแห่งความเหลือเชื่อ
จึงมีอะไรให้เห็นมากมาย
แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้อะไรจากการเห็นนั้นทุกรายไป
ต้องมีพื้นหรือมีเชื้อเหมือนกัน ที่จะจุดประกายให้ระเบิดออกมาได้
ทำได้ดีแล้วละ
สวัสดีค่ะพี่โยคี
เมื่อวานนี้ พระอาจารย์คมสรณ์ พาไปสาวัตถี เจอหลวงพี่อ้ายอีก ท่านเลยต้องเป็นพระวิทยากรให้ ท่านว่าหนีไม่ค่อยจะพ้น(โยม) เลย
ปรากฏว่า พอไปถึง วัตเชตวัน พุทธสถาน มีลูกเห็บตกลงมา มากมาย เต็มสนามเลย พากันวิ่งเก็บลุกเห็บมากิน เป็นเด็กๆเลย มองสนามหญ้า เป็นเม็ดขาวใส เต็มไปหมด ถ้าเป็นนิมิตหมายที่ดี ก็ขอนำมาฝากพี่โยคี เช้านี้นะ แล้วจะเขียนถึงลูกเห็บสวรรค์อีกครั้ง โหลตภาพช้ามากๆค่ะ