หลายคนอาจไม่เห็นความสำคัญ เพราะมันดูพื้นๆเกินไป ไม่ใช่น้ำผลไม้ในกระแสนิยมอย่างน้ำแครอตหรือน้ำฝรั่ง     บางคนอาจคิดว่าน้ำแอปเปิลไม่มีอะไรนอกจากน้ำตาลและวิตามินซี อันที่จริง เครื่องดื่มพื้นๆนี้มีทีเด็ดน่าสนใจไม่น้อย เอาเฉพาะว่ามันไม่มีไขมัน คอเลสเตอรอล และเกลือโซเดียมที่เป็นอันตรายต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจ แค่นี้ก็พอที่จะจัดน้ำแอปเปิลไว้ในสำรับสำหรับคนรักสุขภาพได้แล้ว

    แต่น้ำแอปเปิลมีมากกว่านั้น งานวิจัยทางการแพทย์หลายพันชิ้นทั่วโลก ได้เปิดเผยให้มนุษย์ได้เห็นความจริงว่า พืชผัก ผลไม้ นอกจากจะเป็นอาหารให้พลังงานแล้ว มันยังมีสารเคมีสำคัญกลุ่มใหญ่ เรียกเป็นภาษาวิชาการว่า "ไพโทเคมิคอล"(Phytochemicals)ซึ่งมีบทบาทมากต่อสุขภาพ ไม่แตกต่างจากสารต้านอนุมูลอิสระที่เราคุ้นเคยชื่อเป็นอย่างดี  นอกจากนี้น้ำตาลในผลไม้ในน้ำแอปเปิลจัดเป็นเป็นแหล่งพลังงานจานด่วนสำหรับร่างกาย คือร่างกายสามารถนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับน้ำตาลจากขนมหวาน ขนมกรุบกรอบ น้ำแอปเปิลจึงช้วยให้รู้สึกกระฉับกระเฉงได้เร็วหลังดื่ม

    น้ำแอปเปิล 1 แก้วอาจใช้เสริมผักผลไม้ที่เรากินไม่ครบในถ้วนในหนึ่งวันได้เป็นอย่างดี การกินผลแอปเปิลย่อมดีกว่าดื่มน้ำแอปเปิล เพราะคุณจะได้ไฟเบอร์ชนิดไม่ละลายน้ำหรือที่เรียกว่ากากอาหารเข้าไปด้วย แต่บางครั้งเห็นผักผลไม้ในสำรับมากมายหลายหลาก อาจนึกเบื่อหน่าย ขี้เกียจเคี้ยว เมื่อยกราม ลองชดเชยด้วยน้ำผลไม้ ดื่มควบคู่กับการกินผักบางมื้อเป็นกลวิธีเพิ่มผักผลไม้ในอาหารได้อีกทาง

คุณค่าทางโภชนาการ

แอปเปิลมีเพกทิน ซึ่งเป็นไพเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ ให้คาร์โบไฮเดรตและวิตามินซีมากน้อยขึ้นกับสายพันธุ์ ช่วงเวลาเก็บกี่ยวและความสด แอปเปิลที่เก็บไว้นานเนื้อนิ่ม จะสูญเสียวิตามินซีไปมาก  นอกจากนี้แอปเปิลยังมี โพแทสเซียม  แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ทองแดง แคโรทีน วิตามินบีหลายชนิด บางคนชอบปอกเปลือกแอปเปิล ถ้าปอกเปลือกปริมาณสารสำคัญลดลง พลังงานที่ได้จากแอปเปิลลักษณะพิเศษที่น่าสนใจ แอปเปิลจะให้พลังงานค่อนข้างสม่ำเสมอแต่ช้า ค่อยเป็นค่อยไป เพราะมันมีน้ำตาลฟรุกโทสเป็นองค์ประกอบหลัก ฟรุกโทสเป็นน้ำตาลที่เปลี่ยนรูปเป็นพลังงานอย่างช้าๆในร่างกาย ผลที่ตามมาคือ ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดจะเพิ่มสม่ำเสมอ ไม่เพิ่มฮวบฮาบเหมือนกินขนมหวานจึงเหมาะกับคนไข้เบาหวาน