การต่อสู้แบบสุภาพชนและดูมีวัฒนธรรมทางความคิด

ได้ไปดูภาพยนตร์เรื่องแสงศตวรรษมาในวันนี้ ได้เห็นอะไรหลายอย่าง เช่น

- การต่อสู้แบบสุภาพชนและดูมีวัฒนธรรมทางความคิด

- การทดลองเล่นกับผู้ชม

- การท้าทายและการต่อรองของผู้ผลิต

- ราคาโรงภาพยนตร์ที่สยามพารากอนแพงมาก (ที่นั่งแถวที่ราคาซื้อได้คือ

ที่นั่งละ 160 บาท เป็นแถวเดียวกับตอนเราเรียนมัธยมแล้วดูหนังที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว

ตอนนั้นเขาขายแถวที่ 4 นับจากจอเพียง 30 บาท แค่นั้นก็แหงนซะ...เมื่อยเลย)

- เพื่อนเราที่มหาวิทยาลัย ทำไมมันได้ไปแสดงกับเขาด้วยล่ะเนี่ย (ก็ว่าหน้าคุ้นๆ นะ

ฮาดีจริง เจอเพื่อนเก่าในภาพยนตร์)

แต่สิ่งที่ชอบที่สุดของการได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ในวันนี้มี 3-4 อย่าง

คือ

1. ทางออกของผู้กำกับภาพยนตร์ที่อยากจะนำเสนอสิ่งที่ตัวเองต้องการจะนำเสนอจริงๆ

ด้วยวิธีการจัดแสดงนิทรรศการส่วนที่หนังถูกตัดออกไป (ทำให้คนที่ดูภาพมืดบนจอในโรงฯ

ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนให้มาหาอ่านบทภาพยนตร์ได้ แล้วจะเข้าใจ...ฮา)

2. การที่ผู้กำกับเลือกใส่ภาพมืดในเวลาเท่าจริงกับที่ถูกกองเซ็นเซอร์ตัดฉากออก

มันให้ความรู้สึกเหมือนรถติด (คือรถติดแค่ 1-3 นาที เราจะรู้สึกเหมือนนานชั่วกัปชั่วกัลป์)

3. เป็นภาพยนตร์ที่ต้องอาศัยความอดทน และเฝ้ารอภาพที่จะกลับมาฉายใหม่ หลังจากถูก

ใส่ช่วงมืดเป็นเวลานานๆ (ตอนซื้อตั๋วเขาบอกมี 6 ฉากที่ถูกตัด แต่ตอนดูทำไมเหมือนมีมากกว่า

6 ฉากล่ะหว่า...นั่งนับอยู่นะ ^^)

4. ชอบตรงที่...น่าจะเป็นภาพยนตร์ไม่กี่เรื่องที่ผู้ชมนั่งดูไตเติ้ลจนกระทั่งจบบริบูรณ์

(จำนวนคนดูไม่มากอยู่แล้ว ประมาณ 20-30 คน อยู่ดูกันจนจบ) น่าภูมิใจไปกับทีมงานทุกคน

เพราะผู้ชมได้รู้จักชื่อทีมงานทุกคนหมดแล้ว...(ปกติไม่ค่อยอยู่กันจนจบ end title หรอกนิ๊)