คณะอนุฯ อีกัฟเวิร์นเมนต์เดินหน้าทำแผนระบบ "อีเมล์กลาง" รองรับมติ ครม. ห้ามข้าราชการใช้ "ฟรีเมล์" ประเมินค่าใช้จ่าย 200-250 บาทต่อแอ็กเคานต์/ปี ชี้ต้องให้ความสำคัญกับระบบซีเคียวริตี้และทีมงานที่จะดูแลระบบเพื่อให้ทำงานโดยไม่มีปัญหาตลอด 24 ชั่วโมง แนะหน่วยงานขนาดเล็กไม่ควรลงทุนระบบอีเมล์เองเพราะไม่คุ้ม นายศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการสำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ (สบทร.) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า จากที่คณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการพัฒนาระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ได้รับมอบหมายในการศึกษาแนวทางในการจัดทำระบบจดหมายระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล์) กลางสำหรับภาครัฐ เพื่อรองรับมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 18 ธันวาคม 2550 ที่กำหนดให้ข้าราชการและพนักงานของรัฐยุติ
การใช้ฟรีอีเมล์ของเอกชนภายใน 1 ปี และให้ข้าราชการระดับผู้อำนวยการกองหรือเทียบเท่าขึ้นไปต้องใช้อีเมล์ของภาครัฐภายใน 3 เดือนคือ ตั้งแต่ 1 เมษายน 2551 โดยขณะนี้ยังมีหน่วยงานจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่มีระบบอีเมล์ ของตัวเอง ซึ่งขณะนี้คณะอนุฯ อยู่ระหว่างการทำ study report ว่าระบบอีเมล์กลางของภาครัฐควรเป็นอย่างไร ซึ่งหลักการตามมติ ครม.ต้องการให้มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพและระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีเพื่อความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยของเอกสารข้อมูลราชการ
สำหรับหน่วยงานที่พร้อมทั้งเรื่องบประมาณ และบุคลากรก็สามารถลงทุนเองได้ แต่หน่วยงานที่ไม่พร้อม ก็ให้ใช้ระบบอีเมล์กลาง รวมทั้งหน่วยงานราชการขนาดเล็กที่มีข้าราชการไม่เกิน 100 คนนั้น ก็ควรใช้อีเมล์กลางเพราะการลงทุนจะไม่คุ้มค่า เพราะหลังจากที่มีมติ ครม.ออกมาก็ได้รับข้อมูลว่ามีหลายหน่วยงานได้ยืนข้องบประมาณ ทาง สบทร. จึงเสนอแนะประเด็นดังกล่าวต่อสำนักงบประมาณเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาอนุมัติงบประมาณ โดยขณะนี้กระทรวงไอซีทีกำลังรวบรวมข้อมูลว่าหน่วยงานทั้งหมด 200 กรม มีหน่วยงานไหนยังไม่มีระบบอีเมล์ของตัวเอง และต้องการใช้อีเมล์กลาง เพื่อศึกษาถึงการลงทุนอีเมล์กลางว่าจะอยู่ในสเกลไหน อย่างไรก็ตามคาดว่าเบื้องต้นคงจะต้องทำระบบที่รองรับการใช้งานประมาณ 100,000 แอ็กเคานต์ และคิดว่าพื้นที่การใช้งานต่อแอ็กเคานต์ประมาณ 3 จิกะไบต์ ซึ่งถ้าสเกลขนาดนี้ก็จะใช้งบประมาณ 200-250 บาทต่อแอ็กเคานต์ต่อปี และเงื่อนไขสำคัญคือข้อกำหนดในเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย
นายศักดิ์กล่าวว่าสำรับในส่วนของการดำเนินการขึ้นอยู่กับนโยบายของ ก.พ.ร. และกระทรวงไอซีทีที่จะหารือกันว่าจะดำเนินการอย่างไร จะให้ใครเป็นผู้ดำเนินการ และใช้งบประมาณจากที่ไหน "อีเมล์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตการทำงาน ทั้งนี้ผู้ใช้จะคาดหวังเหมือนไฟฟ้า ประปา คือจะต้องพร้อมใช้งานตลาดเวลา ซึ่งในส่วนนี้จะต้องมีคนดูแลอย่างใกล้ชิด ระบบแบ็กอัพ และระบบซีเคียวริตี้ต้องพร้อม เพราะระบบเมล์จะมีปัญหาจุกจิกมาก ขณะเดียวกันข้าราชการจำนวนมากก็ไม่คุ้นเคยกับการใช้อีเมล์ ซึ่งในส่วนของผู้จัดทำอีเมล์กลางก็อาจต้องมีระบบ help desk เพื่อให้บริการแก้ปัญหาหรือตอบคำถามตลอดเวลาแบบ 24 ชั่วโมงตลอด 7 วัน"
อย่างไรก็ตาม ในโดยที่ผ่านมา สบทร. ก็ได้ให้บริการระบบอีเมล์กลางสำหรับหน่วยงานภาครัฐอยู่หลายสิบแห่งอยู่แล้ว ขณะนี้เนื่องจากมติ ครม.มีผลบังคับแล้วสำหรับข้าราชการระดับสูง ขณะที่ สบทร.จึงได้ทำหนังสือแจ้งไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ว่าสามารถใช้บริการอีเมล์กลางจาก สบทร. เป็นการชั่วคราวก่อนได้ เพราะระบบของ สบทร. ก็เป็นไปตามเงื่อนไขความปลอดภัยตามสเป็กของอีเมล์กลางอยู่แล้ว โดยในส่วนของอัตราค่าบริการจะขึ้นอยู่กับจำนวนแอ็กเคานต์ ถ้า 10,000-20,000 แอ็กเคานต์จะอยู่ในอัตราไม่เกิน 1,000 บาทต่อปี ทั้งนี้เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐสามารถตามมติ ครม.ไปก่อนจนกว่าการจัดทำอีเมล์กลางของหน่วยงานราชการทั้งหมดจะเรียบร้อย ซึ่งคาดว่าจะเป็นในช่วง ก.ค.-ส.ค.2551
ประชาชาติธุรกิจ 11 เม.ย. 51