สำหรับผมไม่ว่าเรื่องใดที่ผมผิดหรือพลั้งไปเนี่ย..ผมพร้อมเสมอที่จะกล่าวคำว่า "ขอโทษ"ครับ และในขณะเดียวกันผมก็พร้อมเสมอในการที่จะกล่าวคำว่า"อโหสิหรือให้อภัย" สำหรับคนที่พลั้งผิดกับผมเช่นกันครับ

ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง บางครั้งเราใช้ความรู้สึกและอารมณ์ในการปฏิสัมพันธ์กันก็เป็นทางหนึ่งที่สร้างความเข้าใจกัน ตอนผมเด็ก ๆเคยได้ยินผู้ใหญ่ถกเถียงกันแล้วพูดว่า "เฮามาผิดกั๋นก่อน..ดีกว่ามาผิดกั๋นทีหลัง" ความหมายของคำนี้คือ การที่มีอะไรหรือคับข้องใจสิ่งใดต่อกันหรือต่อใครผู้ใดก็ให้พุดกันก่อน ถามกันก่อนที่จะไปทำอะไร ไปพูดจากันลับหลัง โดยที่ได้ตัดสินไปแล้วว่าเขาเป็นคนอย่างนั้น อย่างนี้ แล้วนำไปพูดจนทั่ว คนสมัยก่อนจึงพูดเสียงดัง มีอะไรก็พูดกันก่อน คนสมัยก่อนจึงมีความเป็นมิตรแท้ มีความจริงใจมากกว่าคนในสมัยปัจจุบันมากมาย (ผมเองยังไม่แก่ แต่ก็มีโอกาสรับฟังเรื่องเล่าจากผู้หลักผู้ใหญ่มา...จนบางครั้งก็ติดนิสัยนี้มาเช่นกันครับ) คนโบราณเขาให้โอกาสกันครับ ให้โอกาสได้พูดคุยกันเสมอ ๆครับ ให้เกียรติกันและกันไม่ว่าจะอาวุโสหรือเยาว์วัยครับ พวกเขาจึงสมัครสมานสามัคีกันครับ ดูจากชาวบ้าน"บางระจัน"เป็นตัวอย่างครับ

ผมเองไม่โบราณแต่เป็นคนให้โอกาสคนเสมอครับ..ไม่ว่าจะเป็นใครลูกน้อง หัวหน้า ผู้ร่วมงาน เพื่อนบ้าน.. เพราะผมระลึกอยู่เสมอครับว่าการให้โอกาสคนอื่นนั้น...เท่ากับให้โอกาสตนเองครับ...ลูกน้องผมที่อายุมากกว่าผม ผมเรียกพี่ทุกคนด้วยความเต็มใจครับผม

การให้อภัยคนก็เช่นกันครับ คนที่ให้อภัยคนอื่นได้..หมายความว่ามีจิตใจที่สูงในระดับหนึ่งครับ ตรงกันข้ามกับคนที่เคียดแค้น ชิงชัง ริษยา อาฆาต คนกลุ่มนี้จิตใจจะหมองหม่น หมองมัวครับ ไม่มีความสุข ผมเองเป็นคนที่กลัวไม่มีความสุข จึงพยายามไม่ให้เป็นคนกลุ่มนี้ครับผม ทุกวันจึงพยายามแสยะยิ้ม คำรามลั่นสนาม (เวลาตีเทนนิสแล้วก็หัวเราะดัง ๆเวลาตีเสีย ตีดีได้แต้มด้วยครับผม ฮะ ฮะ ฮะ)จ้องตีกลับคืนไปงาม ๆสักลูกครับ ฮึ่ม !! สนุกครับ สนุกมาก ๆเลยครับ

การที่เราเป็นคนกลุ่มที่ให้โอกาส ให้อภัยเสมอ ๆ ไม่ได้หมายความว่าเรากลัว หรืออ่อนแอนะครับ คนที่ควบคุมตนเองให้ให้โอกาส ให้อภัยคนอื่นได้ แสดงว่าจิตใจต้องเข้มแข็งครับเอาชนะใจตนเองได้ ไม่ให้โกรธ ไม่ให้เกลียดเขาไงครับ

ทุก ๆวัน คนเราต้องเผชิญกับหลายสิ่ง หลายอย่าง หลากหลายอารมณ์มาก ๆครับ บางครั้งเราบพบกับเรื่องนี้เป็นแบบนี้...อารมณ์ก็ตามมาแบบนี้ ...พอมาเจออีกเรื่อง บางทีอารมณ์เดิมยังติดมา..ก็จะนำไปสู่ปัญหาครับ ดังนั้นการที่เราค่อย ๆพูด ค่อย ๆจา ปรึกษา หารือ(ไม่ใช่หาเรื่องนะครับ)กัน พูดดังบ้างเบาบ้าง ก็ต้องฟังกันครับ เมื่อฟังกันก็จะช่วยแก้ปัญหาได้ครับ แก้ไม่ได้ อย่างน้อยก็ลดได้ครับ ฮิ ฮิ

สำหรับผมไม่ว่าเรื่องใดที่ผมผิดหรือพลั้งไปเนี่ย..ผมพร้อมเสมอที่จะกล่าวคำว่า "ขอโทษ"ครับ และในขณะเดียวกันผมก็พร้อมเสมอในการที่จะกล่าวคำว่า"อโหสิหรือให้อภัย" สำหรับคนที่พลั้งผิดกับผมเช่นกันครับ

แต่ก็นั่นแหละครับ !! นานาจิตตังครับ พระพุทธเจ้ายังกล่าวไว้ว่า"มนุษย์ก้อเปรียบเสมือนบัวสี่เหล่า"เลยครับ  ดังนั้นจึงอย่าหวังอะไรมากครับ...ทำตัวให้เป็นกุศลเข้าไว้ก็พอคร๊าบ !!!