เรื่องเล่าจากขอนแก่น

กำลังสิ้นสุดลงแล้วสำหรับการทอผ้าในโครงการออกแบบลายผ้าภายใต้นิยาม จินตนาการใหม่ไหมมัดหมี่อีสาน ที่ผมได้รับทุนสนับสนุนจาก ศูนย์วิจัยพหุลักษณ์สังคมลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพราะเมื่อวานช่างทอผ้าโทรมาบอกว่าผ้าที่ทอไว้งวดสุดท้ายเสร็จแล้ว

ได้แต่ร้องไชโย เพราะงานโครงการนี้ยาวนาน เหน็ดเหนื่อย และมีความสุข ภายใต้บริบทของช่างทอบ้านนอกบ้านนา  แม้การปิดการทอจะมีแล้ว  แต่สำหรับการเสร็จสิ้นงานวิจัยยังคงรออีกสักระยะเพราะหากจะถือว่าเสร็จสมอารมณ์หมายคงต้องส่งรายงานการวิจัยให้แก่เจ้าของทุนเสียก่อน

แต่มาถึงวันนี้ได้ก็นับว่าด้วยแรงใจจากทุกคนที่ผมรู้จักและรู้จักผม รวมทั้งช่างทอผ้าที่ทำงานหนักทุกคน เมื่อเสร็จงานทอผ้าในโครงการ ช่างทอส่วนหนึ่งจะยังคงทอผ้าเพื่อจำหน่ายแก่ผู้สนใจต่อไปเพราะงานทอผ้าถือเป็นรายได้เสริมที่สำคัญของช่างทอชาวบ้านของผม

วันที่  16 ผมนัดช่างทอทุกคนเลี้ยงฉลองเนื่องในการทอผ้าเสร็จ ความจริงงานเลี้ยงวันนี้ได้รวมงานสามงานเข้าไว้ด้วยกันและถือโอกาสทำกิจกรรมให้เสร็จภายในวันเดียว สามงานที่ว่าคือ

  • งานเลี้ยงการปิดโครงการทอผ้าของช่างทอห้าคนและผู้มีส่วนร่วมอีกส่วนหนึ่ง อย่างน้อยก็ถือเป็นการขอบคุณและเป็นการพักผ่อนสนุกสนานกัน

  • งานเลี้ยงสงกรานต์ ปกติวันนี้ผมจะเชิญผู้เฒ่าผู้แก่ในคุ้มบ้าน มาอาบน้ำคลายร้อนเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งที่คุ้มบ้านผมจัดประจำทุกปี ถือเอาวันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์เป็นวันอาบน้ำ

  • งานวันเกิด งานนี้ไม่เรียกเลี้ยงวันเกิดครับ แต่ถือโอกาสทำบุญบ้านไปในตัว โดยทุกปีผมจะนิมนต์พระมาฉันเพลที่บ้านและเลี้ยงข้าวแก่ญาติที่มาร่วมงาน

  • ทั้งสามกิจกรรมจัดในเวลาเดียวกันแทบแยกไม่ออก เป็นกิจกรรมเล็ก ๆ ที่ผมคิดว่าเราจะฉลองงานของเราให้สมความเหน็ดเหนื่อย

    หลังเสร็จงานนี้มีอาจารย์ที่เคารพแนะให้ผมขยายงานต่อไปยังกลุ่มเด็กและเยาวชน เพื่อให้กระบวนการของโครงเรียนช่างทอผ้าสมบูรณ์ไปในตัวทั้งการอนุรักษ์ช่างฝีมือเก่าและพัฒนาช่างทอรุ่นใหม่ ความจริงเรื่องนี้ผมคิดเอาไว้บ้างแล้ว แต่ยังไม่ได้สานต่อความฝัน

     

    (ลูกสาวของช่างทอผ้า มาเล่น ๆ เรียน ๆ และแอบทำเมื่อมีโอกาส และ บรรยากาศการเรียนรู้)

     

    เหตุผลประการหนึ่งผมเคยเล่าไปแล้วว่า ผมเองสามารถสนับสนุนได้ทั้งอุปกรณ์ สถานที่ และคำแนะนำ แต่สิ่งที่เกินกำลังในการสนับสนุนคือ วัตถุดิบโดยเฉพาะเส้นใย ซึ่งมีราคาแพงในปัจจุบัน ดังนั้นโครงการที่จะเริ่มงานนี้จึงยังไม่เกิดขึ้น ปีที่แล้วผมส่งโครงการเพื่อขอทุนสนับสนุนเรื่องนี้แต่ก็ด้อยซึ่งความสามารถทำให้ไม่ได้รับจากแหล่งไหน

    ส่วน อบต หน่วยงานของรัฐและชุมชนที่อยู่ไกล้ ก็เห็นว่าเรื่องเด็กเล่นแบบนี้อยู่ในลำดับสุดท้าย ๆของงานพัฒนาในชุมชน เพราะถนนราดยางยังไม่ครบทุกสาย กระถางต้นไม้หน้าบ้านยังไม่มีทุกบ้าน ฯลฯ เรื่องนี้ผมเองก็จนปัญญาจะอธิบายขยายความอีก ได้แต่เสียดายโอกาสในการรักษามรดกทางวัฒนธรรมของบ้านเราเอาไว้(ภาษาอีสานคงเรียกสถานการณ์แบบนี้ว่า เป็นหยั่งบุญหยั่งกรรม)

    หลายท่านแนะนำระบบอุปถัมภ์ให้แก่ผมเพื่อแก้ปัญหาเรื่องทุนวิจัยลักษณะของงานเด็ก ๆ แบบนี้ กล่าวคือ หาผู้อุปถัมภ์เด็กรายคนโดยผู้อุปถัมภ์ออกค่าใช้จ่ายเรื่องเส้นใย  ส่วนผ้าที่ทอได้ของเด็กก็มอบแก่ผู้อุปถัมภ์เป็นระยะไป งานนี้ผมยังลังเลเพราะผมยังไม่มีประสบการณ์เรื่องแบบนี้ งานนี้เห็นทีต้องถามหาจุดดีจุดด้อย ก่อนที่ลงมือทำงาน

    ท่านผู้อ่านเห็นว่าอย่างไรกับระบบอุปถัมภ์เพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องการขยายงานทอไปสู่เด็กและเยาวชนครับ หากคิดเห็นประการใดช่วยแนะนำด้วยนะครับ เพราะท่านคือส่วนหนึ่งของโรงเรียนของเรา เพื่อให้เราเดินทางไปสู่ความฝันบนรถประจำทางคันเก่าที่รอจอดป้ายหน้าหาคำแนะนำดีดี