เช้าวันที่ ๕ เม.ย. ๕๑ ผมออกจากโรงแรม จอมเทียนปาล์มบีช ข้ามถนน แล้วออกวิ่งไปตามทางเท้าริมถนนเลียบชายหาด   โดยวิ่งลงไปทางทิศใต้  
          มีรถตู้และรถกระบะหลายคันมาจอด   บางคันเปิดเพลงเสียงดังสนั่น    มีคนมาปูเสื่อกินอาหารเช้ากันเป็นครอบครัวหลายกลุ่ม   ดูลักษณะเป็นคนจากต่างจังหวัด ทำอาหารมากินจากบ้าน    มีรถกระบะจอดอยู่ข้างๆ แสดงว่าเขาคงจะเดินทางมาตอนกลางคืน   พอสว่างก็กินข้าวเช้ากันเลย    ขณะนั้นเวลาเลย ๖ โมงเช้าเพียงไม่กี่นาที 
          บางกลุ่มเป็นคนหนุ่มสาว    คุยกันเสียงดังและหยอกล้อกันสนุกสนาน   นอกจากอาหารแล้ว ก็มีขวดเหล้าหรือเบียร์อยู่ด้วย   กลุ่มคนที่ดื่มเหล้าตอนเช้ามืดนี้ ผมสังเกตเห็นว่ามีหลายกลุ่ม    ฝรั่งเคยตั้งข้อสังเกตกับผมว่า คนไทยดื่มเหล้ากันแบบไม่มีเวล่ำเวลา    ต่างจากฝรั่ง ที่เขาดื่มกันเป็นเวลา
          เห็นว่าชายหาดพัทยา – จอมเทียน นี้ เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ คลายร้อน ของคนหลากหลายกลุ่ม หลากหลายรสนิยม   และเป็นที่ทำมาหากินของคนจำนวนมาก    โดยเปิดร้านขายเครื่องดื่มและอาหารที่ชายหาด   ในช่วงนั้นเจ้าของร้านกำลังทำความสะอาดและ “จัดร้าน”   โดยมีคราดไม้ สำหรับลากบนทรายทำให้ผิวทรายเรียบ ดูสวยงาม    แล้วจึงจัดเก้าอี้ผ้าใบสำหรับนั่ง-นอนเอกเขนกเข้าที่  
          วิ่งไปหน่อยเดียวก็ผ่านสมาคมวินด์เซิร์พ พัทยา   เป็นบริเวณซ้อมของนักกีฬาที่จะไปแข่งโอลิมปิก ๒๐๐๘ ที่ประเทศจีน   เขามีป้ายบอกไว้   และมี บอร์ด สำหรับเล่นวินด์เซิร์พ วางอยู่บนที่วางมากมายเป็นระเบียบ   โดยอยู่ใกล้ๆ กับสำนักงานประชาสัมพันธ์  
          ชายหาดช่วงแรกๆ ที่วิ่งผ่าน เป็นย่านจอแจ  และกลิ่นไม่ค่อยดี เพราะมีถังขยะเทศบาลตั้งอยู่ทั่วไป   คงจะเป็นขยะค้างวันค้างคืน จึงส่งกลิ่นออกมา    พอวิ่งไปสัก ๕ นาที ก็เป็นย่านที่ผู้คนเบาบาง และมีคนมากวาดบริเวณเรียบร้อยแล้ว ทำให้ดูเรียบร้อยสวยงาม   
          บริเวณชายหาดนี้ มีที่ให้เลือกวิ่งได้ ๓ แบบ    บางคนวิ่งริมถนนลาดยางก็มี แต่ผมว่าเสี่ยงโดนรถชนโดยไม่จำเป็น   แถมยังต้องหายใจเอาควันไอเสียเข้าไปด้วย    ถัดเข้ามาเป็นทางเท้าปูอิฐบล็อกเรียบร้อยดี   แต่ผมชอบวิ่งที่ลู่วิ่งลาดปูนซีเมนต์ถัดเข้ามา    เพราะอยู่ในร่มไม้น่ารื่นรมณ์กว่า    ต้นไม้ส่วนใหญ่เป็นมะพร้าว กับหูกวาง    ต้นหูกวางบางต้นขนาดใหญ่กว่าคนโอบ   แต่เขาตัดกิ่งให้ไม่เป็นพุ่มหลายชั้นแบบธรรมชาติ
          สินค้าที่วางให้เห็นเตะตายามเช้า ที่กิจกรรมยังไม่เริ่มมี ๓ อย่าง    คือเก้าอี้ผ้าใบให้เช่า    ห่วงยางเล่นน้ำให้เช่า   และถังน้ำแข็งแช่เครื่องดื่ม   ทำให้ผมมองว่า ที่ชายหาดนี้ สามารถจัดให้มีระเบียบเรียบร้อยได้มากกว่านี้ โดยใช้หลักการ “นโยบายสาธารณะ”   คือการมีส่วนร่วม ทั้งของผู้มาใช้บริการ และของผู้ทำมาหากินในบริเวณนี้
          ผมเดาว่า ในพื้นที่นี้คงจะมีมาเฟีย มีการเอาเปรียบกัน บางคนที่รู้ข่าวของทางการก่อนหรือรู้ดีกว่าก็จะมีช่องทางทำมาหากินสะดวกกว่า   สภาพเช่นนี้ จะทำให้บ้านเมืองไม่น่าอยู่    และกลับจะทำให้มีการพัฒนาแบบไม่ยั่งยืน   ผู้คนไม่สามัคคีกัน
          ผมวิ่งไปคิดไป ว่าพื้นที่เช่นนี้เหมาะมากที่จะดำเนินการโครงการนำร่อง “นโยบายสาธารณะ” หรือทำนอง “โครงการท้องถิ่นน่าอยู่”   ให้คนมารวมตัวกัน ร่วมกันคิด และร่วมกันดำเนินการ เพื่อสร้างสรรค์หาดนาจอมเทียนที่น่ามาเที่ยว   ผมถามตัวเองว่า คิดอย่างนี้ถูกต้องแล้วหรือ    คนที่มาทำมาหากินที่ชายหาดเหล่านี้ เป็นคนท้องถิ่นหรือคนมาจากแดนไกล   เป็นคนที่หวังทำมาหากินแบบฉาบฉวยชั่วคราว หรือหวังอยู่นานๆ
          ผมคิดว่า ทักษะการจัดการพื้นที่ของหน่วยงานรัฐ น่าจะรวมทักษะของการจัดกระบวนการให้คนในพื้นที่หวงแหน และรักพื้นที่ของตน   ร่วมกันจัดระบบให้อยู่ทำมาหากินร่วมกันได้อย่างยั่งยืน   แข่งขันกับพื้นที่อื่นได้

          วิ่งไปจนถึงสนามฟุตบอลล์ชายหาด    มีหนุ่มๆ กำลังซ้อมกันอยู่    มีป้ายบอกว่ากำลังมีเทศกาลแข่งขันฟุตบอลล์ชายหาดเมืองพัทยา ๑ – ๘ เมษายน   ผมวิ่งไปจนถึงบริเวณที่ลู่วิ่งปูนซีเมนต์ถูกคั่นด้วยหาดทรายคล้ายๆ สนามฟุตบอลล์ชายหาด ก็วิ่งกลับ    ก่อนหน้านั้น ดร. จิม (เกตุทัต คาร์นส์) วิ่งขึ้นหน้าผมไปอย่างรวดเร็ว   ผมวิ่งเร็วขนาดคนเดินเร็วๆ เท่านั้น
          ขากลับ สว่างมากแล้ว    ในทะเลมีเรือเร็วลำหนึ่งเริ่มให้บริการลากเรือยางให้คนนั่งเล่นคราวละ ๕ – ๖ คน   นอกจากผมได้วิ่งออกกำลังกายแล้ว   ผมยังได้ฝึกมองพื้นที่ให้เห็นชีวิตผู้คน    และเห็นโอกาสทำงานเพื่อสร้างชีวิตที่ดีของผู้คน

 

วิจารณ์ พานิช
๕ เม.ย. ๕๑
พัทยา