อภิจริยศาสตร์

ธรรมชาตินิยม (Naturalism) แนวคิดที่เชื่อว่า คำหรือข้อความทางคุณค่า (เช่น ดี) อาจระบุหรือให้ความหมายได้โดยคำหรือข้อความทางข้อเท็จจริง

ข้อความข้างบนนี้ อาจเข้าใจยากสำหรับผู้ไม่คุ้นเคยเรื่องทำนองนี้ ดังนั้น ลองมาดูตัวอย่างเพื่อให้ชัดเจนยิ่งขึ้น...

  • นายไกวัลย์เป็นคนดีเพราะเขาตื่นเช้าตักบาตรทุกวัน

ตามประพจน์ข้างต้น จะเห็นได้ว่า คำว่า ดี (คุณค่า) ถูกให้ความหมายด้วยข้อความว่า ตื่นเช้าใส่บาตรทุกวัน (ข้อเท็จจริง)

 

  • นายฉัตรวรเป็นคนเลวเพราะเขาเล่นการพนัน

ตามประพจน์ข้างต้น จะเห็นได้ว่า คำว่า เลว (คุณค่า) ถูกให้ความหมายด้วยข้อความว่า เล่นการพนัน (ข้อเท็จจริง)

 

  • คุณนุชมาลเป็นภรรยาที่น่ีายกย่องเพราะก่อนนอนกราบสามีทุกคืน

ตามประพจน์ข้างต้น จะเห็นได้ว่า คำว่าี น่ายกย่อง (คุณค่า) ถูกให้ความหมายด้วยข้อความว่า ก่อนนอนกราบสามีทุกคืน (ข้อเท็จจริง)

 

  • นายธิปัตย์กับนางศรีพิศเป็นพวกคนชั่วเพราะไปร่วมประท้วงกับกลุ่มพันธมิตร

ตามประพจน์ข้างต้น จะเห็นได้ว่า คำว่า ชั่ว (คุณค่า) ถูกให้ความหมายด้วยข้อความว่า ไปร่วมประท้วงกับกลุ่มพันธมิตร (ข้อเท็จจริง)

 

จะเห็นได้ว่า ดี เลว น่ายกย่อง และ ชั่ว จัดเป็นคุณค่า ซึ่งถูกให้ความหมายด้วยข้อเท็จจริงที่เราสามารถสังเกตได้ตามธรรมชาติ.... ถ้าใครเห็นด้วยกับการอธิบายทำนองนี้ แสดงว่าอยู่ในกลุ่มธรรมชาตินิยม

................

แต่ถ้าจะถามว่า ท่านเชื่อหรือไม่ว่า...

  • คนที่ตื่นเช้าใส่บาตรทุกวันเป็นคนดี !
  • คนเล่นการพนันเป็นคนเลว !
  • ภรรยาที่กราบสามีก่อนนอนทุกคืนเป็นผู้น่ายกย่อง !
  • พวกที่ไปร่วมประท้วงกับกลุ่มพันธมิตรเป็นคนชั่ว !

ผู้เขียนคาดหมายว่า คงจะมีหลายท่านที่ลังเลสงสัยว่า ผู้ที่มีพฤติกรรมตามตัวอย่างที่ยกมาจะเป็นคนดี เลว น่ายกย่อง หรือชั่ว ตามการให้ความหมายข้างต้น...


บางท่านอาจให้ความเห็นว่า การใส่บาตรตอนเช้าทุกวันอาจดีสำหรับชาวพุทธที่ศรัทธาเรื่องนี้เท่านั้น ศาสนิกชนของศาสนาอื่นๆ อาจเฉยๆ ไม่ให้ความสำคัญเรื่องนี้ หรืออาจมองว่าเป็นกลุ่มคนโง่ก็ได้....

ได้ยินมาว่าคนอินเดียโบราณถือว่า การพนันคือการแข่งขันที่ยุติธรรมที่สุด... บางคนก็เล่นเลี้ยงลูกเลี้ยงเมีย... เล่นในยามว่างคลายเครียดเพื่อสนุกสนานในบรรดาญาติมิตรหรือเพื่อนฝูง... อีกอย่างการเล่นการพนันก็มิได้ระบุว่าเล่นขนาดไหน... ฉะนั้น การที่จะยอมรับว่าคนเล่นการพนันเป็นคนเลว จึงน่าจะพูดเกินจริงไปสักหน่อย...

ธรรมเนียมคร่ำครึว่าภรรยากราบสามีก่อนนอนเป็นผู้น่ายกย่อง... เดียวนี้ภรรยาต้องช่วยเหลือสามีและครอบครัวทำมาหากิน จะมัวแต่เฝ้าบ้านทั้งวันแล้วคอยแต่เพียงกราบสามีก่อนนอน จะใช้ได้หรือน่ายกย่องที่ไหน... ประเด็นนี้ก็ไม่เห็นด้วย

เพื่อนๆ ของเราที่ไปร่วมประท้วงกับกลุ่มพันธมิตรก็มีหลายคน แต่รู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้เป็นคนชั่วนี้นา... ฟังว่าบางคนมาเรียนหนังสือกรุงเทพฯ ยามว่างพรรคพวกมาชวนก็ไปร่วมประท้วง ไม่ว่าฝ่ายไหนไปด้วยทั้งนั้น เพราะข้าวก็ได้กิน ดนตรีก็มีให้ฟัง แถมบางครั้งมีเงินมาแจกอีก พวกนี้น่าจะจัดเป็นกลุ่มประท้วงเพื่อการศึกษามากกว่าที่จะถูกตราหน้าว่าเป็นคนชั่ว... ข้อนี้ก็ไม่เห็นด้วย

 

นั่นคือ คำศัพท์บ่งชี้คุณค่าทางจริยะ เช่น ดี เลว น่ายกย่อง หรือ ชั่ว เป็นเพียงความเห็นของใครบางคนเท่านั้น มิใช่ทุกคน ดังข้อวิจารณ์ที่ผู้เขียนนำมาเปรียบเปรยให้พอมองเห็นได้

.............


ตามนัยข้างต้น อาจสรุปว่า การประเมินค่าพฤติกรรมของคน อาจจำแนกได้ ๒ นัย กล่าวคือ

  • เห็นด้วย ยอมรับ ชอบใจ.... จัดเป็นเชิงบวก
  • คัดค้าน ต่อต้าน  รังเกียจ...  จัดเป็นเชิงลบ

เมื่อถือเอาตามนัยนี้ ก็อาจสรุปได้ว่า...

  •  คุณค่าเชิงบวก (่ดี. น่ายกย่อง.) ก็คือ สิ่งที่ฉันหรือใครๆ เห็นด้วย ยอมรับ หรือชอบใจ
  • คุณค่าเชิงลบ (ชั่ว. เลว.) ก็คือ สิ่งที่ฉันหรือใครๆ คัดค้าน ต่อต้าน หรือรังเกียจ

นั่นคือ พฤติกรรมของคนตามธรรมชาติที่เราสังเกตได้นั้น เราอาจประเมินค่าว่าดี (ถ้าชอบใจ) หรือเลว (ถ้าไม่ชอบใจ)... ซึ่งขึ้นอยู่กับความเห็นของคนเท่านั้นเอง และนี้คือ ข้อบกพร่องของธรรมชาตินิยม

 

แนวคิดเบื้องต้นของธรรมชาตินิยมเป็นไปทำนองนี้ และยังมีความเห็นแยกย่อยออกไปอีก ซึ่งผู้เขียนค่อยนำมาเล่าต่อไป...