ผมเดินกลับจากอาบแดด
ครูน้อย บอกว่า วัวหาย อ้าว!
: มันเอาหัวดุนประตูคอกออกไปตั้งแต่เมื่อคืน
ป้าสอน มาเห็นเป็นคนแรก วิ่งไปจูงกลับมาได้ 2 ตัว
: เจ้าตัวแม่ที่ออกลูกพิการที่ดื้อไม่คุ้นคน หายังไม่เจอ เอาละสิ!
พวกเราแยกย้ายกันไปหาในรัศมี 1 กม.
ป้าสอน เดินตาโรย บอกว่าวัวมันกินผักหมดไปหลายแปลง
แม่หวี บอกว่าเห็นรอยลากเชือก มันคงด้นหนีไกลออกถนนใหญ่
น้องออย กลับคนสุดท้าย บอกว่าเจอแล้ว!! เชือกไปพันอยู่กับต้นไม้จนนะจังงัง
"แม่ตัวนี้แหละครับ ที่หายไป ไม่สวยแถมยังดื้ออีก"
อยากจะถาม คุณวัวเหลือเกิน
หญ้าที่ปลูกไว้ให้ไปกินทุกวันไม่อร่อยใช่ไหม?
ทำไมถึงไปเลือกกินผัก
ชอบหญ้าน้อย กว่าผักรึ ?
เรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า
อย่าลืม.. ปิดไฟ ใส่กลอน จะเข้ามุ้งนอน คิดถึงใบ หน้าวัวนะ ..
ไม่อย่างนั้นอาจจะต้องร้องเพลง
โอ้แม่คุณเอ๋ย น้องเห็นวัว ตัวเมียรึเปล่า ไอ้ที่มันมีเขาน้อยๆ สีเทา..
โธ่! โธ่! โธ่!
สวัสดีค่ะ พ่อคะ
เรื่องของวัวครับผม ครูฯ
นี่แหละค่ะ ที่เค้าเรียกว่า "การเรียนรู้แบบนอกคอก"
สงสัยจะคล้ายกับ กบนอกกะลา
อิอิ ^__^
วัวมันก็อยากออกไปเที่ยวในโลกกว้างให้สนุกบ้าง
นักสัตว์แพทย์น่าจะบอกได้ว่า วัวต้องการพื้นที่ที่เป็นอิสระกว้าง ยาว เท่าไหร่ แต่ความเป็นจริงเราสร้างคอกขนาดนั้นไม่ได้ ก็ต้องสร้างเล็กๆ เมื่อได้เวลาจึงปล่อยออกไป แต่ก็ยังผูกมันไว้ แต่เชือกอาจจะยาวสักหน่อย หากไม่ผูก มันจะไม่โชคดีอย่างน้องออยไปพบน่ะซี โน่นอยู่โรงฆ่าสัตว์โน่น หรือไม่ชาวบ้านก็แอบสำเร็จโทษซะก่อน
หากวัวมันรู้ว่ามีอันตรายถึงชีวิต มันคงไม่ไปไหนไกลหรอกครับ
เหอะ ได้เขากลับมาก็ดีแล้ว จะกินผักไปสักแปลงสองแปงก็ดีกว่าตัวมันหายไปทั้งตัวครับ..อิอิ
อิ อิ