การรวมกันเป็นกลุ่ม เป็นองค์กร ที่มีลักษณะถาวร เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความเข้มแข็งในวงการวิชาชีพ

      

 

 

                                                          อยากให้นักบริหาร 
                                                ป. บัณฑิตบริหารการศึกษา รุ่น 6 
                                               จัดตั้งเป็นองค์กรอย่างเป็นทางการ

                                                                                                                                                             นำเสนอโดย  เช่าว์  พันธ์น้อย
                                                                                                                                                                  ครุศาสตร์ ราชภัฏเพชรบุรี

        การรวมตัวกันเป็นกลุ่ม  เป็นองค์กรในรูป  ชมรม  สมาคม  หรือเรียกอย่างอื่น ๆอีกก็ตามเป็นการเริ่มต้นของความเข้มแข็งของคนในทุกอาชีพและวิชาชีพ  แต่ในวงการวิชาชีพครูของพวกเราดูจะมีพัฒนาการในเรื่องนี้ค่อนข้างช้ามาก ๆ  ในสายตาของผมเห็นว่ามาถึงบัดนี้กลุ่มหรือองค์กรของพวกเรายังไม่งอก  เท่าที่เห็นแพร่หลาย  มีการรวมตัวกันเป็นรุ่น  เช่น  ศิษย์เก่าโรงเรียน / วิทยาลัยครูเพชบุรี  รุ่น... โต๊ะแชร์กลุ่มโน้นกลุ่มนี้ ...  เป็นต้น  กลุ่มเหล่านี้ไม่อาจเรียกว่าเป็นกลุ่มหรือองค์กรในความหมายที่กำลังจะชวนคุยนี้  
        เราต้องมีการรวมกันเป็นกลุ่มหรืองค์กรที่มีความถาวร  มีกิจกรรมที่อยู่ในขอบข่ายของวิชาชีพ หรือเกี่ยวข้อง  ไม่ไช่กิจกรรมที่เน้นความสัมพันธ์แต่อย่างเดียว หรือเป็นหลัก  เช่น มีการพบปะสังสรรค์กันอย่างน้อยปีละครั้งแบบเลี้ยงรุ่น  หรือมีการกินอาหารร่วมกันเดือนละครั้งเหมือนอย่างพวกโต๊ะแชร์  การรวมตัวกันเพื่อพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอนของครู  การรวมตัวกันเพื่อดูแลและรักษาผลประโยชน์ของผู้บริหารสถานศึกษา  และการจัดตั้งเป็นสมาพันธ์เพือขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาของรัฐ  แบบนี้คือกลุ่มหรือองค์กรที่เราควรหรือต้องมีในวงการวิชาชีพของเรา
        กลุ่มเลี้ยงรุ่น  หรือกลุ่มกินเหล้าเมายา  อาจถือว่าเป็นพัฒนาการขั้นที่ 1 ขององค์กรวิชาชีพครูในเมืองไทย  ถ้าคิดอย่างนี้ก็ถือว่าองค์กรวิชาชีพครูไทยเราได้เริ่มขึ้นแล้ว  อาจเรียกว่าขั้นสร้างความสัมพันธ์  แต่ผมสังเกตเห็นว่าพัฒนาการในขั้นที่  1  นี้มันนานเกินไปแล้ว  เดาเอาว่า  ขั้นนี้ใช้เวลานานกว่า  50  ปี  นานเกินไป  เช่น กิจกรรมเลี้ยงรุ่น  ผมเคยได้ยินว่าพวกครูนิยมจัดกันตั้งแต่ผมยังเป็นนักเรียนระดับประถมศึกษา  ปัจจุบันกำลังจะเกษียณอยู่แล้ว  ก็ยังเลี้ยงรุ่นอยู่  โต๊ะแชร์บางโต๊ะก็ร่วม  20  ปี ที่ผ่านมาโต๊ะแตกไปก็หลายโต๊ะ  ก็ยังตั้งโต๊ะเพื่อกินอาหารตามร้านกันอยู่  เมื่อไรจะเข้าสู่ขั้นที่  2  เสียที
         จริง ๆแล้ว  คุรุสภาได้พยายามกระตุ้นให้ครูและผู้บริหารรวมตัวกันจัดตั้งเป็นชมรม  เป็นสมาคม  ขึ้นนานแล้ว  ตีเสียว่าเกือบ  30  ปี  ลองไปสำรวจทะเบียนองค์กรวิชาชีพครูที่คุรุสภาได้รวบรวมไว้มีเป็นร้อย ๆ ชมรม / สมาคม  ส่วนใหญ่มีชื่อตามจังหวัดที่เป็นที่ตั้ง  ลองติดต่อไปตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ให้ไว้ในบัญชีก็พบว่าชมรม / สมาคมเหล่านั้นไม่มีตัวตน  ติดต่อไม่ได้  หรือติดต่อได้แต่ชมรม / สมาคมไม่ค่อยมีกิจกรรมอะไร  นานที่ปีหนอาจนัดประชุมกรรมการกันที  ไม่ค่อยมีกิจกรรมสำหรับสมาชิก  อย่างนี้  เป็นต้น   ตัวอย่าง  สมาคมครูจังหวัดเพชรบุรีได้มีการจดทะเบียนเป็นสมาคมมากว่า  20  ปี สมัยนั้นจำได้ว่า  ท่านอาจารย์พะนอม  แก้วกำเนิด  ท่านดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติใหม่  ๆ  ตั้งแต่นั้นมาจนบัดนี้สมาคมแทบไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรเลย 
         สาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่องค์กรวิชาชีพครูในเมืองไทย  ไม่เกิด  ไม่เติบโต  คือ  ความก้าวหน้าในวิชาชีพครูในบ้านเราสำเร็จได้โดยการวิ่งเข้าหาศูนย์อำนาจของระบบการศึกษา  เช่น  ครูจะก้าวหน้าก็ต้องเป็นที่ถูกใจของผู้อำนวยการสถานศึกษา  ผู้อำนวยการสถานศึกษาจะก้าวหน้าก็ต้องเป็นที่ถูกใจของผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ  ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯจะก้าวหน้าก็ต้องถูกใจเลขาธิการ  สพฐ.  เป็นต้น
เมื่อใด  ความก้าวในวิชาชีพไม่ต้องอาศัยองค์กรวิชาชีพ  เมื่อนั้นองค์กรวิชาชีพไม่มีสิทธิ์เกิดและเติบโต
         ต่อไป  องค์กรวิชาชีพจะเกิดและเติบโต  เพราะราชการจะรับครูเข้าทำงานในรูปสัญญาการจ้างงาน  และ การประเมินความสำเร็จในการทำงานที่คุณภาพของงาน  ทั้ง  2  ประการนี้  จะเป็นเหตุปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้วงการวิชาชีพครูเห็นความสำคัญขององค์กรวิชาชีพครู  ชมรม  หรือ สมาคมครู  หรือผู้บริหาร ตั้งก็จะติด  ติดแล้วจะเติบโต  แต่ถ้าการบริหารจัดการในระบบไม่โปร่งใส  ไม่เป็นธรรม  ก็อาจจะทำให้พัฒนาการในขั้นนี้มาช้ากว่าที่ควร  และก่อนหน้าที่จะเข้าสู่ภาวะปรกติก็จะเกิดความเสียหายกับบ้านเมืองอยู่ระยะหนึ่ง  ดังนั้น  ระบบราชการจะต้องจะต้องข้ามพ้นระบบเน่าหนอนชอนไชให้ได้จึงจะเกิดผลดีแก่ส่วนรวม  
        เพื่อไม่ให้การเกิดขึ้นขององค์กรวิชาชีพครู  ไม่ว่าจะเป็นองค์กรของครู  ผู้บริหาร  และบุคลากรทางการศึกษาก็ตาม  เป็นไปตามยถากรรม  จึงขอเชิญชวนพวกเราสนใจศึกษาเรื่ององค์กรวิชาชีพครู 
และหันมาร่วมกันจัดตั้งองค์กรในแวดวงของตนเองขึ้น 
        พวกเราต้องตระหนักว่า  บ้านเมืองจะยั่งยืนสืบไปได้  วงการวิชาชีพครูต้องเข้มแข็ง  สมาชิกในวงการวิชาชีพครูจะต่างคนต่างอยู่อีกต่อไปไม่ได้แล้ว  บ้านเมืองอยู่ไม่ได้  ใคร ๆก็อยู่ไม่ได้  เราจึงต้องเลิกสร้างความสำเร็จให้ตนเองแบบตัวใครตัวมัน  หันมาร่วมมือกันในรูปขององค์กรวิชาชีพ  สร้างความสำเร็จของตนและของส่วนรวมไปด้วยกัน  เส้นทางเช่นนี้เท่านั้นจึงจะเป็นไปเพื่อกุศล
        ผมแอบได้ยินพวกเรานัดกันว่าจะพบกันในวันที่  1  เมษา ของทุก ๆปี  จึงใช้ชื่อชมรม  1  เมษาเป็นชื่อนำร่องไว้ก่อน  หากพวกเราคุยกันแล้วเห็นว่าชื่อชมรมควรเป็นอะไร  ก็เปลี่ยนเอาตามชอบก็แล้วกัน

 

                 ---------------------------------------------------------------------------