ฝันที่เป็นจริง

 

 

ฝันที่เป็นจริง

            วันนี้คงไม่ได้เล่าความฝันแต่เป็นความจริงที่ประสบมาผมเคยเดินเก็บสำรวจข้อมูลของเด็กที่เคยมาเรียนที่นี่ พอถึงเวลาปิดเทอมช่วงเดือนตุลาคมของทุกปีคณะครูโรงเรียนพุทธเกษตรได้แบ่งงานให้ครูแต่ละคนไปส่งเด็กในหมู่บ้านต่าง ๆในภาคเหนือเช่นหมู่บ้านดอยสามหมื่นจังหวัดเชียงใหม่ที่แม่แตง  จ.เชียงราย จ.ลำปางและอีกหลายสถานที่  บ้างก็ไปกับรถโรงเรียน บ้างก็โบกรถไปเองโดยมีจุดเริ่มต้นที่อำเภอขุนยวมจุดปลายทางอยู่ที่ที่อยู่ของเด็กพบพาเด็ก  7-8 คนเดินทางโดยรถขึ้นไปเป็นทอด ๆจนถึงที่ท่ารถแม่ขะจานแล้วเข้าไปวังเหนือเข้าสู่น้ำตกวังแก้วจากนั้นผมและเด็ก ๆพักล้างหน้าที่น้ำตกวังแก้วที่จังหวัดลำปางแล้วพากันเดินขึ้นน้ำตกวังแก้วเดินป่าใช้เวลาหลายชั่งโมงไปตามทางเดินเท้าซึ่งไม่เคยไปมาก่อนจนไปทะลุเขตต้นน้ำเอ  คือดอยป่าคา  ซึ่งเป็นที่ราบอยู่บนยอดดอยเป็นเด็กบ้านเย้าที่มาเรียนพุทธเกษตรหมู่บ้านนี้มีอณาเขตติดกัน 3 จังหวัดติดกันถ้าลงไปทางบ้านห้วยปูเลาะจะทะลุอำเภอแม่ใจบ้านศรีก้อย จังหวัดพะเยาถ้าไปทางผาแดงและไปบ้านห้วยอ้อมจะไปทะลุจังหวัดเชียงรายส่วนหมู่บ้านป่าคาเป็นหมู่บ้านเย้าปลูกกาแฟ  ถั่วแดง  มีสวนแอปเปิ้ลนิดหน่อย  เด็กที่มาเรียนที่นี่ล้วนแล้วแต่เป็นครอบครัวที่มีปัญหา  เช่นพ่อแม่ติดคุกเรื่องยาเสพติด  และการค้าประเวณี  ดังขอยกเพลงหนึ่งที่สะท้อนชีวิตจริงของเด็กที่อยู่ที่นี่คนหนึ่งออกมาให้ผู้อ่านได้รับทราบเบื้องหลังของเด็กพุทธเกษตรว่าเป็นอย่างไรซึ่งครูประพันธ์ได้บรรยายไว้เป็นบทเพลงสะท้อนวิถีชีวิตเด็กพุทธเกษตรในยุคนั้นออกมาได้ดีมากซึ่งเนื้อเพลงมีดังนี้

 

ฝันที่เป็นจริง

หนูจรจากดอยร่อนเร่เซซัง  ไม่มีที่หวังพึ่งพาอาศัยไม่รู้ด้วยว่าข้างหน้านั้นเป็นอย่างไรทุกข์หรือสุขเพียงไหนทนไปตามสายเส้นทางหรือมีเวรกรรมอันใดเล่าหนอหนูจึงขาดแม่และพ่อก็มีเบื้องหลัง  พี่ชายพี่สาวหรือ ก็มัวเมาเสียจังหนูเองคงหมดหมดหนทางไม่มีที่หวังใด

                พุทธเกษตรเป็นต้นเหตุชีวิต  หนูเริ่มมีความคิดได้ทำจิตทำใจได้เรียนเขียนอ่านมีครูคอยสอนมาไกล  เด็กดอยไม่ต้องน้อยใจ  เรามีธรรมใหญ่จากใจของครู     เด็กดอยเริ่มมีที่พึ่งกันแล้วอยู่ไหนเพื่อนแก้วครูมาสอนแล้วโปรดรู้หนูคอยดีใจที่นี่ได้มีคุณครู  โลกคงสดใสน่าอยู่คู่ดอย

               

เพลงนี้เป็นเพลงที่สะท้อนชีวิตเด็กคนหนึ่งที่อยู่บนดอยป่าคาแห่งนี้ออกมาได้ดีมากเช่นกัน  ปัจจุบันเด็กคนนี้ทำงานอยู่ที่สมุทรปราการและได้แต่งงานกับหนุ่มอีสานที่ทำงานที่เดียวกันได้หลายเดือนแล้วเด็ก ๆที่จบออกไปก็นำเงินมาช่วยโรงเรียนเสมอมา  และขอคำปรึกษากับคณะครูตลอดเวลาและขอพรจากครูก่อนที่เขาจะแต่งงาน  เด็กกับครูก็เหมือนครอบครัวเดียวกันที่เชื่อมโยงสายสัมพันธ์สานฝันที่เป็นจริงให้แก่เด็กเสมอมา