ทั้งนสพ. เดอะ เนชั่น และ บางกอกโพสต์ วันที่ ๒ เม.ย. ๑ ลงข่าวหน้า ๑ ว่า โภคินแพ้คดีฟ้องเรียกค่าเสียหาย ๒.๕ พันล้าน
เป็นการฟ้องสุเทพ เทือกสุบรรณ ฐานทำให้เสียชื่อเสียง กรณีลดค่าเงินบาทในปี ๒๕๔๐ ที่สุเทพกล่าวว่า ดร. โภคิน พลกุล อยู่ในที่ประชุมพิจารณาตัดสินใจลดค่าเงินบาท โดยที่ตนไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ทำให้ข่าวรั่ว และทักษิณได้รับประโยชน์มากมายจากการรู้ข้อมูลลับภายในเช่นนี้
คุณสุเทพอภิปรายในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ว่า นายกฯ ทำผิด ที่ยอมให้ ดร. โภคินเข้าไปอยู่ในห้องประชุมลับระหว่าง นายกฯ รมต. คลัง (ดร. ทนง พิทยะ) และผู้ว่าฯ ธนาคารแห่งประเทศไทย (เริงชัย มะระกานนท์) โดยที่ ดร. โภคินไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ทำให้ความลับเรื่องการลอยตัวค่าเงินบาทเมื่อวันที่ ๒ ก.ค. ๔๐ รั่ว คุณสุเทพกล่าวหาในการอภิปรายว่า ดร. โภคิน เอาข่าวไปบอก ดร. ทักษิณ
นายกฯ ชวลิต ปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ ยืนยันว่า ดร. โภคินไม่ได้อยู่ในห้องประชุม หลังจากนั้น ดร. โภคิน จึงฟ้องเรียกค่าเสียหาย ๔ พันล้าน และภายหลังลดเหลือ ๒.๕ พันล้าน ศาลฎีกาตัดสินเมื่อวันที่ ๑ เม.ย. ๕๑ ยกฟ้อง เพราะพยานของ ดร. โภคิน ๒ คน คือ ดร. ทนง กับ คุณเริงชัย ให้การว่า ดร. โภคินอยู่ในห้องประชุม
เรื่องนี้ชี้ให้เห็น
๑. โกหกคำโตของอดีตนายกรัฐมนตรีต่อสภาผู้แทนฯ และต่อสังคม
๒. มีคนได้ประโยชน์จากข้อมูลการลอยตัวของค่าเงินบาท ก่อนมีการประกาศ
วิจารณ์ พานิช
๒ เม.ย. ๕๑
กราบเรียนท่านอาจารย์
หลังจากนั้น ฟ่อนเงินดอลล่าร์ที่เก็บไว้ในตู้เซฟ เป็นมัด ๆ ของ "ใครบางคน" ก็ถูกแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาท รวยกันอู่ฟู่ ขนาดเช่าบ้านพักได้เดือนละสองแสนได้สบาย ๆ
ธุรกิจตายกันเป็นแถบ ๆ คนรวยกลายเป็นคนจน ต้องมาขายแซนวิช บางคนโดดตึก ฆ่าตัวตาย ตามแนวทางที่เกิดจากคำอธิบายของเดอร์ไคม์ เรื่อง suicide
และทุกวันนี้ ยังอยู่ได้อย่างสบาย ไร้มลทิน
ด้วยความเคารพครับ