วัดนั้นหรือก็คือวัด สุดแล้วแต่ว่าใครจะจัดว่าวัดนั้นอยู่หนใด...?

“วัด” สถานที่อันเงียบสงบ เป็นสถานที่อันสยบกิเลสเครื่องมัวหมองทั้งปวง
วัด ในความหมายของใครจะหมายความว่าอย่างไรก็สุดแล้วแต่ “วรรณกรรมอันเป็นวาทกรรมชีวิต” จะลิขิตมาไว้ว่าเป็นอย่างไร

วัดเป็นสถานที่ที่มีพระ อันนี้นั้นก็ใช่
พระต้องอยู่ในสถานที่ที่มีวัด อันนี้นั้นก็ถูก

วัดเป็นจุดที่สงัดจากกิเลส
วัดเป็นสถานที่ที่จัดองค์ประกอบภายนอกไว้เพื่อให้คนน้อมนำความสงบนั้นเข้าสู่ภายใน
วัดที่แท้นั้นหนออยู่ที่ในจิตในใจของสัตว์โลกนี้ไซร้ที่ได้เกิดมาเป็น “คน”

ความสงบวิเวกทางกาย
ความสงบวิเวกทางวาจา
ความสงบวิเวกทางใจ
ทั้งสามนี้สามารถวิเวกได้ใน “วัตร”

“วัตร” อันเป็นข้อประพฤติปฏิบัติที่จะนำตนให้พ้นจากภัยในวัฏฏะสงสารแห่งนี้
ความเพียร ความขยัน ความอดทน ความอดกลั้นเพื่อทำสิ่งที่ถูกต้อง มากเสียยิ่งกว่าสิ่งที่ถูกใจซึ้งเหล่านี้ไซร้เรียกว่า “วัตร”

วัดอันเป็นปูนหรือจะสู้ “วัตร” ปฏิบัติ ปฏิปทาสม่ำเสมอที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ
ความตั้งใจมั่นที่ละความชั่ว
ความดำริมั่นที่จะทำความดี
ความมีสติมั่นที่จะทำใจให้ขาวรอบ
“วัตร” สามนี้คือหนทางดำเนินแห่งความพ้นทุกข์ของจิตใจ

ประเสริฐแท้แล้วหนอที่ชาตินี้กรรมได้ถักทอให้ได้เกิดมาเป็นมนุษย์และประเสริฐสุดที่ได้พบพระพุทธศาสนา
ข้อวัตรปฏิบัติจักเป็นเสมือนหนทางที่นำพา สู่สรวงสวรรค์ คือสุขแท้แห่งจิตใจ

“วัด” ภายนอกใดฤาจะเทียบเท่า “วัตร” แท้ที่อยู่ข้างใน
ตั้งใจ อธิษฐานจิตถึงคุณพระรัตนตรัย พากเพียรไซร้ถึง “สัทธรรม”
ชีวิตอันแสนสั้นนี้ ยังมีที่จุความดีอีกล้นเหลือ
ขอเพียงเรา เพียรเฝ้า เร่งจุนเจือ ชีวิตที่เหลือด้วย “วัตร” จริง...