จากปัจเจกสู่สมุหะ(1) โรคภัยได้แยกความเป็นมนุษย์ของเราออกไป......
ทีมงานที่ประกอบด้วย พญ.นันทา อ่วมกุล พ.อ.นพ.กฏาพล วัฒนกูล อาจารย์วราภรณ์ สักกะโต เราพร้อมกัน 3 คนขึ้รถตู้ เวลา 13.40 น.และไปรับอาจารย์นันทา อ่วมกุล ที่กรมอนามัย และเดินทางไปถึง โรงพยาบาลบำราศนราดูร ก่อนเวลานิดหน่อย ในการเยี่ยมเพื่อชื่นชมในการพัฒนาระบบบริการที่คำนึงถึงศักดิ์ศรีและคุณค่าของความเป็นมนุษย์ เราถูกนำขึ้นไปที่ห้องประชุมในนั้นมีพี่พยาบาลอยู่ 2 คนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว และทีมของโรงพยาบาลเริ่มทยอยมาท่านสุดท้ายที่เข้ามาแล้ะเริ่มรายการกล่าวตอนรับที่ให้จะคิดอย่างไรไม่ทราบผมได้บอกความรู้สู้ของตนเองในขณะที่แนะนำตัว หลังจากแจ้งชื่อ สกุล ที่ทำงานแล้วผมบอกว่า ที่ท่านผู้อำนวยการกล่าวแนะนำทีมเรานั้นว่าเป็นผู้มาตรวจสอบโรงพยาบาล คำนั้นได้ทิ้งแทงหัวใจของตัวเองและบอกความต้องการของตนเองว่า “เข้ามาเรียนรู้สิ่งดีๆที่เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลได้ให้บริการด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์ และหากโรงพยาบาลจะอนุญาตก็จะนำไปบอกกล่าวให้กัลยาณมิตรอื่นๆได้ร่วมชื่นชมยินดีด้วนกัน” ผมสะท้อนความรู้สึกจากใจจริงให้ผู้ที่อยู่ในห้องประชุมทราบ และสังเกตเห็นบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ก่อนที่ทีมโรงพยาบาลจะเริ่มเล่าเรื่องการบริการของโรงพยาบาลที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ ที่ขอสะท้อนภาพให้เห็นถึงระบบดังกล่าว
บรรยากาศของตึกรับผู้ป่วยโรคเอดส์ดอบอวนไปด้วยไอแดดที่แผดเผาลงมาที่ตึก 2 ชั้น ด้านหลังห่างไกลกับตัวอาคารหลักๆของโรงพยาบาล ความร้อนลุ่มในใจของทุกๆคนที่ต้องมีความพร้อมที่จะเผชิญเหตุการณ์ต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ของตึกถูกคัดเลือกมาอย่างดีจากหัวหน้าตึก ความกลัวได้ติดอยู่ในความคิด จากผู้ป่วยโรคเอดส์ได้คืบคลานเข้าตั้งแต่ปี 2527 ที่กระทรวงฯ และกรมควบคุมโรคมีนโยบายให้โรงพยาบาลเตรียมรับผู้ป่วยเอดส์ ทุกคนในโรงพยาบาลหวาดกลัวกันเป็นอย่างมากและได้เฝ้ารอจนแล้วจนเล่าทีมเราก็มาพบกับของจริงในป๊ 2529 โดยมีนิโกรที่ต้องโทษย้ายมาจากเรือนจำ มาด้วยอาการอ่อนแรง ผอมเนื้อตัวมีตุ่มเล็กตกสะเก็ด ถูกนำเข้ามาไว้ภายในห้องของตึกผู้ป่วยถูกพันธนาการด้วยโซตวน เจ้าหน้าที่ทุกคนมีความกังวลเป็นอย่างมาก เวลาที่เข้าไปให้การดูแลรักษา ทุกคนจะระดมเครื่องป้องกันตัวเองนาๆชนิดถูกนำมาใช้อย่างมากมายและไม่อั้นใครสามารถจะใส่ได้ก็เต็มที ไม่ว่าจะเป็นเสื้อคลุม หน้ากาก ที่ปิดปาก ที่คลุมผม รองเท้า ถุงมือ เป็นต้น แต่ละครั้งที่เข้าไปต้องอาศัยกำลังใจอย่างแรงกล้าที่ต้องเข้าไปเผชิญ พร้อมความเร่งรีบออกมาหายใจและปลดเปรื้องพัฒนาการออกร้อนเหลือเกินแต่ละครั้งที่เข้าไปให้การดูแลผู้ป่วย ความรู้ทางวิชาการถูกเอามาอธิบายโดยเฉพาะการติดต่อจากคนสู่คน พรศิริ เรือนสว่าง พยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องที่เข้ามาตั้งแต่วันแรกที่พยายามจะบอกกับเพื่อนร่วมงานถึงโอกาสที่จะติดต่อไม่ง่ายเลย และต้องทำความเข้าใจกันบ่อยๆ ผู้ป่วยเห็นถึงความผิดปรกติจากการดูแลของเธอ พันธนาการน้อยชิ้นมากมีแต่ ผ้าปิดปากและถุงมือเท่านั้น “กลัวผมหรือไม่ต้องกลัวหรอก? ผมไม่ได้ทำอันตรายใครหรอกครับ ผมไม่สบายจะแย่แล้ว” ผู้ป่วยถามเธอและพูดกับเธอ “กลัวแต่ไม่งายเลยที่จะติดต่อไปอีกคนหนึ่งหากมีการป้องกันที่ดีอย่างเพียงพอ” เป็นการพูดคุยกันของมนุษย์ที่มีภาระกิจต่างกันภายหลังจากเธอจัดการเรื่องน้ำดื่มให้ผู้ป่วย หลังจากที่เมื่อคืนเขาต้องลากโซตรวนไปกินน้ำก็อกในห้องน้ำ ที่อาจจะกินมาหลายวันแล้ว การสร้างเสริมความเข้าใจกับทีมงานเป็นหน้าที่ของเธอที่ได้รับการปลูกฝังให้ความเมตตา ทั้งที่ บ้านเธอ และวิทยาลัยพยาบาล เมื่อมีผู้ป่วยแล้วหมอพยาบาลไม่ทำหน้าที่ด้วยความรักและเมตตาตามที่พ่อ แม่ ครูอาจารย์ที่ได้สอนมาแล้วที่พึ่งของผู้ป่วยจะไปพึ่งใครเล่า จากวันเป็นเดือนเธอมีความคุ้นเคยกับผู้ป่วยและเป็นแบบอย่างให้แก่พี่ๆน้องๆและวิชาชีพอื่นๆ ด้วยการดูแลเอาใจใส่ของเธอและทีมผู้ป่วยอาการดีขึ้นเป็นอย่างมาก ทานอาหารได้เอง ออกกำลังกายได้ดี ดูแลตนเองได้ และถูกจำหน่ายกลับไปอยู่ในเรือนจำเป็นผู้ป่วยรายแรกที่เป็นครูให้แก่เธอ และทีมงาน
จากการดูแลผู้ป่วยเป็นอย่างดี เริ่มมีผู้ป่วยเอดส์มากขึ้น นโยบายของกระทรวงฯ และกรมฯให้ขยายการบริการและรับผู้ป่วยเอดส์ทั่วประเทศเข้ามารักษาที่โรงพยาบาลจึงทำให้โรงพยาบาลปรับปรุงตึกเก่าๆที่อยู่ด้านหลังสุดเป็นหอผู้ป่วยเอดส์ ท่านผู้บริหารให้พยาบาลอาสาสมัครที่ไปทำในตึกนี้ ปราศจากการตอบสนองจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล การได้เห็นวามทุกข์ของผู้ป่วยโรคเอดส์ที่ผ่านมาทำให้เธอดัดสินใจ
“หนูประการณ์ไม่มาก อายุยังน้อยหากไม่มีใครอาสา และท่านเชื่อใจหนู หนูยินดีค่ะ” การสื่อสารกับผู้บริหารโรงพยาบาลทำให้ได้รับการตอบสนองทันที่ “หนูขอเลือกทีมเองนะค่ะ” เป็นการขอร้อง เราเลือกคนที่เคยทำงานร่วมกันมาก่อนเป็นส่วนใหญ่ และบางคนที่เข้ามาสมัครใหม่ดูเหมือนว่าจะไม่มีโอกาสเลือก การปฐมนิเทศน์ ให้ทุกคนได้รู้ในการดูแลผู้ป่วยที่จะทำให้ตนเองปลอดภัยจะถูกย้ำเตือนให้เพื่อนร่วมงานฟังเสมอ
ความเป็นมนุษย์ที่เจ็บปวดใจของทีมงาน ข่าวการดูแลผู้ป่วยที่เป็นเจ้าหน้าที่หอผู้ป่วยเอดส์สร้างความหวาดกลัวให้แก่เพื่อนร่วมงานและวิชาชีพต่างๆที่แสดงความรังเกียจออกมาอย่างเห็นได้ชัด และหอผู้ป่วยเราต้องต่อสู้อย่างลำพังโดยมีผู้บริหาร และนายแพทย์ที่เป็นทั้งพี่ เพื่อน ที่พักพิงใจของพวกเราคอยให้กำลังใจ และสนับสนุนการทำงานทุกอย่าง “เธออย่างพึ่งมาทานอาหารกลางวันที่นี้ ทีมพวกเธอควรมามาเป็นกลุ่มสุดท้าย” พวกเราเดินก้มหน้ากลับมาตึก “ผ้าผู้ป่วยอยู่ที่นี้นะมาเอาได้แล้ว”(ความเจ็บป่วยของผู้ป่วย และวิชาชีพของเราได้ดึงเอาความเป็นมนุษย์ออกจากพวกเราไปแล้ว) รวมทั้งอาหารของผู้ป่วยด้วย มีความแปลกแยกของผู้คนมากขึ้น ทีมเราไม่ย่อท้อตักสินใจปรึกษาผู้บริหารที่จะทำบริการที่หน่วยงานในทุกๆเรื่องไม่ว่าจะเป็นการรักษา อาหารผู้ป่วย ผ้า และรวมถึงงานช่างต่างๆ งานดูแลสวนในบริเวณหอผู้ป่วยเรา เราเรียนรู้เรื่อง One Stop Service ที่ตึกผู้ป่วยนี้เองโดยมีผู้บริหารเห็นชอบและสนับสนุนในทุกเรื่องโดยเฉพาะกำลังใจที่ท่านได้มอบให้กับทีมหอผู้ป่วย ดูเหมือนว่าเราถูกตัดขาดภายในองค์กรของเรา เราให้กำลังใจกันละกันตลอดเวลาเกิดความเข้มแข็ง เจ้าหน้าที่เกือบทุกคนจะมีประสบการณ์ถูกผู้ป่วยทำร้าย มากบ้าง น้อยบ้าง “พี่หัวหน้าตึกบอกเราเสมอเราไม่เคยทำร้ายเขา จะมีคนมาช่วยเราเสมอ” โดยพี่ถูกทำร้ายมาแล้วหลายต่อหลายครั้งไม่ได้รุ่นแรงอะไร เกิดผู้ป่วยเอดส์ส่วนใหญ่ติดยา และมาสมารถควบคุมอารมณ์ได้ หากเขามีสติก็จะกลับมาช่วยเรา และผู้ป่วย ญาติ ผู้มาเยี่ยมที่เป็นพระก็เคยมาช่วยเรา แต่เราก็ต้องทำงานด้วยความระวังบ้างครั้งเราก็เสียเจ้าหน้าที่ที่ต้องเฝ้าระวังให้แก่กัน
ในคืนวันหนึ่งเวลาสักตีสาม “พี่ ๆ ให้หนูอยู่ดัวย” เสียงน้องพยาบาลร้องไห้ อุ้มท้อง 5 เดือนมาขออยู่ด้วย ที่สามีและครอบครัวไม่ให้อยู่บ้าน เขารีบเปิดประตูรับ กอดน้องทันที่ปลอบใจ เรามอบความรักที่มีอยู่อย่างเต็มเปลี่ยมของความเป็นมนุษย์ให้แก่กันและกัน น้องเข้ามาอยู่ในบ้านจนเธอคลอดและหลานมา ผลการตรวจเลือดเป็นปรกติและน้องเองก็ได้เสียครอบครัวไปและอยู่กับลูกมาจนในปัจจุบัน เรามอบกำลังใจให้แก่กันและกันเราหันหน้าเข้าหากันเห็นอกเห็นใจกันตลอดเวลา
“พี่ค่ะโทรศัพท์” น้องพยาบาลบอกพี่หัวหน้าตึก เสียงที่พูดย้อนมาตามสายก็คือ “คุณทำงานดูแลผู้ป่วยเอดส์ ผู้ปกครองเด็กคนอื่นๆบอกว่าหากคุณไม่เอาลูกออกไปเรียนที่อื่นเขาจะเอาเด็กย้ายโรงเรียนกันทั้งหมด คุณควรเอาลูกไปเรียนที่อื่น” เสียงพูดของผู้อำนวยการ และไม่รอฟังเหตุผลรีบวางสายไป ตอนเย็นไปรับลูกที่โรงเรียนและถามลูกว่าลูกเล่นกับใครบ้างที่โรงเรียน “ไม่มีใครเล่นกับลูกครับเพื่อนเขาบอกว่าคุณแม่ทำงานกับผู้ป่วยเอส์ด เพื่อนเขากลั่วติดเอดส์” แม่และพี่ๆในที่ทำงานจะเล่นกับลูกเอง และจะหาเพื่อนให้ลูกใหม่ ลูกเจ้าหน้าคนอื่นก็ไม่มีใครเป็นเพื่อนเล่นในโรงพยาบาล เราได้จัดให้ลูกๆหลานมาเล่นกับผู้ป่วยเอดส์ที่เป็นเด็กเราเห็นความแจ่มใสร่าเริง เสียงหัวเราะ มีความสนุกสนานในตอนเย็นๆ และวันหยุด(เราอยากให้คนอื่นเข้าใจเราอย่างที่เด็กๆอยู่ เล่นด้วยกันอย่างมีความสุขไม่มีอะไรเป็นตัวขวางกั้น)
บ่อยครั้งเหลือเกินในขณะที่ทำงานอยู่ที่ตึก หรือแม้ลงเวรแล้วก็ยังต้องถูกตามมาทำคลอดให้แก่ผู้ปวยเอดส์ไม่ว่าเป็นที่ห้องฉุกเฉิน ห้องคลอด หรือแม้แต่ข้างทางตาม เป็นประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่ของตึกทุกคน ที่ผ่านออกมาจากหัวหน้าตึกที่เล่าเป็นครั้งแรกที่โรงพยาบาลของตนเอง “หนูจะเฝ้าบอกน้องทุกคนให้ได้เขียนบทเรียนในการดูแลผู้ป่วยเอดส์ของเรา ผ่านการดูแลจากพวกเรา เราใช้เวลาไม้น้อยกว่า 5 ปีกับการทำงานในวิชาชีพอย่างสมศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ที่เห็นคุณค่าในวิชาชีพ ตลอดจนเห็นคุณค่าของผู้ป่วยเอดส์ที่ได้มีโอกาสเป็นครูของเราทุกคน ความมุ่งมั่นในการทำงานที่เห็นและมีความเป็นมนุษย์อย่างเต็มเปี่ยมในทุกคนได้สร้างความเชื่อถือให้แก่เจ้าหน้าที่ด้วยกันเอง ในทุกวิชาชีพ ตลอดจนหน่วยเหนือ และสังคม จนทำให้ปัจจุบันนี้ ได้อาศัยเรื่องดีๆในงานในหอผู้ป่วยและบทเรียนมากมายของทุกคนได้ร่วมกันสร้างรากฐานที่สำคัญในการดูแลผู้ป่วยเอดส์ ที่ได้ร่วมกันขยายการดูแลผู้ป่วยเอดส์ออกไปยังโรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศ
บทเรียน
ปัจจัยที่ทำให้เกิดความสำเร็จระบบบริการสุขภาพที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ของโรงพยาบาลบำราศนราดูล
· นโยบายของกระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรคติดต่อ และโรงพยาบาล
· ผู้บริหารให้การสนับสนุนตลอดเวลาโดยเฉพาะกำลังใจที่ไม่เคยหายไปจากผู้นำทุกระดับ
· ความเป็นวิชาชีพที่ต้องดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างเท่าเทียมกันไม่คำนึงว่าจะเป็นโรคอะไร
· ทีมงานที่มาอยู่ร่วมกันด้วยใจ เอื้อกูลซึ่งกันและกัน มีความรักต่อกัน และมีเป้าหมายเดียวกัน
· ความุ่งมั่นของผู้บริหาร และทีมงานทั้งในระดับองค์กร ทีมงาน และหน่วยงานที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ที่มีอยู่แล้วในผู้ประกอบวิชาชีพ ที่ปรากฏเห็นได้ชัดเจนจากคนหนึ่งสู่อีกคนหนึ่ง และคนส่วนใหญ่ของหน่วยงาน ขยายออกไปในหน่วยงานต่างๆมากขึ้นในองค์กร(ความเป็นมนุษย์มีอยู่แล้ว เรารอการปรากฎชัดของผ(คนให้มายิ่งขึ้น)
· การเห็นคุณค่าความเป็นมนุษย์ของผู้ป่วย และตัวเจ้าหน้าที่เอง ตลอดจนได้รับบทเรียนสำคัญให้แก่ทุกคน “ผู้ป่วยมากยิ่งขึ้น เวลาเราก็มีจำกัด อาการผู้ป่วยก็เร้าร้อน สิ่งต่างๆเหล่านี้ไม่สามารถดึงความเป็นมนุษย์ของเราออกจากผู้ป่วยไปได้”
ขอส่งกำลังใจช่วยและขอให้ประสบผลสำเร็จด้วยดี
กับทุกๆ ฝ่าย นะคะ
ผุดพรรณ
เข้ามาเยี่ยมและชื่นชมค่ะ
ขอบคุณอาจารย์คุณหมออัจฉรา เชาวะวณิช
หลายเรื่องราวที่มีอยู่และเราก็อยู่อย่าใกล้ชิดๆจนเรามองไม่เห็นหรือไม่เห็นสิ่งที่มันปรากฎอยู่แล้วเราพยายามจะสร้างขึ้นมา ก็ออกไปค้นหาจากที่อื่นเอาจากที่อื่นมาทำ พยายามทำท้ายสุดก็มีผู้คนหายไปที่ละคนๆ
หากเรากลับมาเฝ้ามององค์กรของเรา ใคร่ครวญดูก็พบว่าที่เราเอามาพูดและกล่าวถึงเป็นเรื่องราวเพียงน้อยนิดเท่านั้น ทั้งที่เรื่องราวดีๆเกิดขึ้นมากมายมีอยู่ทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกครั้งที่เราให้การบริการผู้ป่วยของเรา
ทุกแห่งครับมิใช่เฉพาะที่บำราศนราดูรแห่งนี้ ที่นี้เป็นโรงเรียนที่ให้ผมเข้ามาศึกษาและเฝ้าดู และต้องขอบพระคุณท่านผู้อำนวยการ และทีมงานทุกคนที่กรุณา โดยเฉพาะน้องๆที่อยู่ที่ตึก 7/3 หากพอมีเวลามาเยี่ยมและให้กำลังใจน้อยๆนะครับ