การจะเข้าถึงธรรมชาติของคนต้องใช้เวลา และหาโอกาสที่จะสัมผัสกับชีวิตจริงของคน ๆ นั้น

วันที่ 29-30 มีนาคม 2551 มีโอกาสร่วมเป็นวิทยากรกับงานควบคุมโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์ ในค่ายพัฒนาทักษะ MSM (ผู้ใหญ่) ภายใต้โครงการพัฒนาเครือข่ายคนทำงานในกลุ่มเยาวชน MSM เพื่อการป้องกันเอดส์และการเข้าถึงบริการ  ของกรมควบคุมโรค ซึ่งทั่วประเทศมีจังหวัดที่เข้าร่วมโครงการเพียง 6 จว.

งานนี้พี่เตียว คุณอารี ฉัตรชัยรัตนเวช ผู้รับผิดชอบงานเอดส์ ของสสจ นว. (ผู้หญิงตัวเล็ก ไฟแรงแห่งงานเอดส์ในจังหวัด) ปั้นโครงการตั้งแต่ 0 ไม่มีอะไรเลย  เริ่มนับ 1 

  1. รับสมัครผู้ช่วยโครงการฯ  โดยคัดเลือกจากผู้ที่เป็น MSM เป็นสำคัญ  เรื่องอื่นเป็นเรื่องรอง เริ่มสำรวจค้นหาประชากรกลุ่มเป้าหมาย
  2. จัดทีมแกนนำที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ นักเรียนMSM  อาจารย์แต่ละโรงเรียน พยาบาลรพ.ส่งเสริมสุขภาพ (เนื่องจากสัมพันธภาพที่ดีต่อกันแต่เดิม) ไปศึกษาดูงาน กินอยู่ที่สมาคมฟ้าสีรุ้ง และคลินิกชุมชนสีลม 3 วัน 2 คืน
  3. เลือกวิทยากร เข้าร่วมอบรม TOT ซึ่งจัดโดยกรมควบคุมโรค แต่ครั้งนี้เข้าร่วมกิจกรรมได้ไม่ครบกระบวนการ มอบหมายให้น้องผู้ช่วยโครงการรับมาถ่ายทอดต่อ
  4. จัดอบรมพยาบาลผู้ทำหน้าที่ตรวจคัดกรองและให้การปรึกษาทั้งจังหวัด เรื่อง มิติทางเพศที่หลากหลาย โดยเชิญวิทยากรที่มีประสบการณ์จากคลินิกชาย ร.พ.บางรัก และมูลนิธิพีเอชไอ

ทุกกิจกรรมที่กล่าวมานี้ ทั้งผู้ช่วยโครงการ ฯ และวิทยากร เป็น MSM

คราวนี้ถึงประสบการณ์ตรงของดิฉัน ทั้ง ๆ ที่ได้ผ่านการอบรมมาแล้วก็จริง แต่ด้อยประสบการณ์ทั้งการเป็นวิทยากร และการอยู่ต่อหน้าประชาชนกลุ่มชายรักชาย ทำให้ความหวาดหวั่นในใจ ก็ยังมีมากเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้ดิฉันไม่รู้สึกกลัว เชื่อว่าเราต้องทำได้ "เดี๋ยวก็รู้" คำ ๆ นี้ ใช้ปลอบใจตัวเองได้ชะงัดมาก

ดิฉันได้รับมอบหมายให้สอนเรื่อง "การประเมินพฤติกรรมเสี่ยง" สื่อ คือ บัตรคำพฤติกรรมทั่วไป และพฤติกรรมทางเพศแบบชายกับชาย ดิฉันพยายามทำความรู้สึกตัวกับความตื่นเต้น ตกใจ แปลกใจ มาตั้งแต่เข้าร่วมกิจกรรมที่ฟ้าสีรุ้ง พอถึงเวลาสอน ทำให้ไม่มีความประหม่า ตกใจ

ดิฉันกล้าที่จะบอกผู้เรียนกลุ่มแกนนำชายรักชาย 10 กว่าคนตรงหน้า ว่าดิฉันเป็นมือใหม่ในเรื่องเพศสัมพันธ์แบบนี้ (แบบอื่นไม่บอก) ขอให้ทุกท่านช่วยกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพิ่มเติมว่า การกระทำแบบไหนที่จะนำไปสู่โอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี บรรยากาศก็ยังอึมครึม ไม่มีการแลกเปลี่ยนมากนัก

ในวันที่ 2 เราให้ผู้เข้าอบรมเล่าถึงชีวิตประจำวันของเกย์หรือกะเทยในชุมชนที่เขาอยู่ หรือกลุ่มของเขา ผลลัพธ์ที่ได้ คือ วิถีชีวิตชาวบ้านอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ไม่เคยรับรู้มาก่อน ทุกคนกล้าเปิดเผยตัวเองถึงพฤติกรรมประจำวันตั้งแต่ตื่นนอน ไปทำงาน กลับบ้าน รวมกลุ่มเล่นกีฬาวอลเล่ย์บอล นั่งเม้านินทาผู้ชาย และช่วยกันแต่งหน้าให้ทุกคนสวยแบบธิดาเทพ มีเด็กแว้น มีการเด้อผู้ชาย(ตระเวนหาผู้ชาย) มีเพศสัมพันธ์แบบเปลี่ยนคู่นอนได้ตลอด  เหล่านี้หากมองจากมุมของคนภายนอก คือ ไม่เหมาะสม เสี่ยงมาก อันตราย  แต่ในความรู้สึกของเพื่อน ๆ ทุคนในกลุ่ม นี่คือชีวิตประจำวัน

ในบทบาทของพยาบาลดิฉันขอเพิ่มการให้การปรึกษาก่อนการตรวจเลือดแบบกลุ่มให้รู้ ทุกคนรู้แล้ว แต่ไม่ละเอียดนัก เขาเล่าว่าเพื่อนในกลุ่มที่เสียชีวิตไป 5 คน เป็นเอดส์ทุกคน ฟังดูเหมือนการตรวจเลือดยังไม่ใช่เรื่องสำคัญของชีวิต

ก่อนปิดการอบรม พี่เตียวเปิดเวทีให้วิทยากรพูดฝากอะไรก็ได้ ความรู้สึกห่วงกังวลข้างในทำให้ดิฉันเล่าระบายความรู้สึกที่ดิฉันเป็น "ชะนี" ในกลุ่ม "ธิดาเทพ"  ดิฉันพูดว่า รู้สึกดีใจที่วันนี้ตัวเองเปิดใจมาทำความรู้จักกับคนที่ไม่เหมือนเรา ได้รับรู้ว่ามีคนกลุ่มนี้อยู่จริง และเป็นคนบ้านเดียวกับดิฉัน ขอโอกาสให้คุณเปิดใจรับคนที่ไม่เหมือนคุณ เป็น "ชะนี" อย่างดิฉันด้วย ยินดีให้บริการ VCT กับทุกท่านที่สมัครใจจะตรวจเลือด และรับปากว่าจะเข้าไปร่วมกิจกรรมต่อเนื่องในพื้นที่กับ สสจ.

วันนี้มาทบทวน ว่าตัวเองพูดจาไม่เหมาะสมหรือเปล่า คำตอบ........จากการเข้ามาค้นข้อมูลจาก blog http://gotoknow.org/blog/achara/13294 ก็รู้ว่าการจะเข้าถึงธรรมชาติของคนคงต้องใช้เวลา และหาโอกาสที่จะสัมผัสกับชีวิตจริงของคน ๆ นั้น อีกมาก