เมื่อวาน วันที่ 28  มีนาคม 2550 มีการปะชุมคณะกรรมการบริหารโครงการฯ ประจำเดือน หลังจากที่ประชุมเสร็จ กรรมการบางท่านที่ยังไม่รีบกลับได้คุยซักถามสารทุกข์สุกดิบของกันและกัน ผมก็นั่งอยู่ในวงสนทนานั้นด้วย มีอยู่ช่วงหนึ่งกรรมการท่านหนึ่ง คุยถึงเรื่องข้าว ว่า ตอนนี้ ข้าวเริ่มแพงขึ้น จะซื้อไม่ไหวอยู่แล้ว ผมไม่ได้ซื้อข้าวเป็นถังเป็นกระสอบ มาทานเหมือนกรรมการเหล่านั้นผมก็ไม่ได้สังเกตุว่า มันพงขึ้นจริงหรือเปล่า เพราะใช้บริการอาหารตาสั่ง หรือข้างราดแกง เป็นส่วนใหญ่

   วันนี้ได้เจอกับพี่คนหนึ่งซึ่งเคยทำงานองค์กรพัฒนาเอกชน ตอนนี้เขากำลังจะลงสมัคร สมาชิกสภาจังหวัดตาก และลงพื้นที่หาเสียงบนดอย วันนี้ตอนเย็นเขาได้แวะมาเยี่ยม ได้คุยทักทายและพูดถึงข้างมีราคาแพงขึ้น เหมือนกัน และได้พูดต่อไปว่า 2-3 วันที่ผ่านมามีคดีเกิดขึ้นบนดอยคือการลักขโมยข้าวเกิดขึ้น ผมจึงนึกถึงคำโบราณที่กล่าวไว้ว่า ในอนาคต ราคาข้าว 1 ถัง ต่อ เงินหนึ่งถัง อาจจะเกิดขึ้นจริง ในอนาคต

    ผมก็ไม่แน่ใจว่ามันแพงขึ้นตามที่เขาได้พูดคุยกันจริงหรือเปล่า  จนถึงขั้นเป็นยุคข้าวยากหมากแพง จริงหรือไม่ แต่เป็นปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชนตาดำๆ ที่พูดคุยกันตามประสา และนำมาเขียนต่อแบบไม่มีหลักการอะไร ไม่มีอะไรมาวัดว่าข้าวมันแพงขึ้นจริงหรือเปล่า แต่ในฐานะผม คนเดินดิน  คนอยู่กับชาวบ้านคลุกคลีกับชาวบ้าน ไม่ได้อยู่ในสภา ร้อนก็เปิดแอร์ ว่างๆก็ชิมไปบ่นไป แนะให้กินไก่ กินหมู แต่ผม รู้เห็นความเดือดร้อนของชาวบ้านที่เกิดขึ้น หาเช้ากินค่ำจะชิมไปบ่นไปมันคงไม่มีทาง จะเลือกกินหมู หรือไก่ ก็ไม่ได้ กินตามมีตามเกิด เพื่อพยุงชีวิต กินเพื่ออยู่ ไม่ได้อยู่เพื่อนกิน

ข้าวแพง

น้ำมันแพง

แรงงานถูก

เนื้อหมูเพิ่ม

ฯลฯ

แก้ปัญหาให้ชาวบ้านได้ไหมครับทั่น

(และไม่ได้ชิมไป บ่นไป  วันเสาร์ -อาทิตย์ ไม่ได้ทำงาน จึงหาเรื่องพูดให้ท่านฟัง อย่าพึ่งรำคาญ ครับ )