การหาคุณภาพและประสิทธิภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์

2.3               หลักการหาคุณภาพและประสิทธิภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์

 

2.4.1           คุณภาพบทเรียนสำเร็จรูปคอมพิวเตอร์ในด้านต่าง ๆ

รศ. ไพโรจน์   ตีรณธนากุล [26]  กล่าวถึงข้อควรพิจารณาในการสร้างแบบประเมินคอร์สแวร์หรือโปรแกรมสำเร็จรูปทางการศึกษา  ว่าควรมีข้อพิจารณา  ดังนี้

-          มีเอกสารสิ่งพิมพ์และคู่มือประกอบโปรแกรมหรือไม่

-          โปรแกรมนั้นทำงานเรียบร้อยดี  มีข้อผิดพลาดในการทำงานหรือไม่

-          โปรแกรมใช้งานได้ง่าย  ปฏิบัติตามได้หรือไม่

-          กิจกรรมโปรแกรมเหมาะสมกับการเรียนหรือไม่

 

นอกจากนั้น  ไพโรจน์  ตีรณธนากุล     [26]  ยังได้เสนอตัวอย่างแบบการประเมินผลบทเรียนที่ใช้กับไมโครคอมพิวเตอร์ด้วยวิธีวัดแบบสเกล  (Scale)   เพื่อให้คะแนนคุณภาพของบทเรียนเป็นรายด้ายโดยมีเกณฑ์การให้คะแนน  ดังนี้

                ดีมาก                      ได้คะแนน            4

                ดี                             ได้คะแนน            3

                ใช้ได้                      ได้คะแนน            2

                ไม่ดี                        ได้คะแนน            1

                ไม่มี                        ได้คะแนน            0

รายละเอียดในแบบฟอร์มที่ต้องประเมินในด้านต่าง ๆ  มีดังนี้

 

2.4.1.1      ด้านเนื้อหา  รายละเอียดการประเมิน  ได้แก

-          เนื้อหาถูกต้อง

-          เนื้อหามีคุณค่าสำหรับการเรียนรู้

-          เนื้อหาทันสมัย

 

2.4.1.2      ด้านคุณภาพทางการสอน  รายละเอียดการประเมิน  ได้แก่

-          วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมของบทเรียนได้กำหนดไว้ชัดเจน

-          บทเรียนสามารถให้ผลตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้

-          การเสนอบทเรียนเรียงไว้ถูกต้องและชัดเจน

-          ความยากง่ายเหมาะสมกับผู้ใช้ตามเป้าหมาย

-          การใช้ภาพและเสียงเหมาะสมกับเนื้อเรื่อง

-          บทเรียนเร้าความสนใจดี

-          บทเรียนเสริมสร้างความคิดริเริ่มดี

-          การสนองกลับจากเครื่องมีประสิทธิภาพดี

-          ผู้เรียนสามารถประสานกับประสบการณ์เดิมของผู้เรียนได้

 

2.4.1.3      ด้านเทคนิค  รายละเอียดการประเมิน  ได้แก่

-          เอกสารเสริมการใช้บทเรียนเข้าใจง่าย

-          เอกสารเสริมมีประสิทธิภาพดี

-          ข้อมูลแสดงที่จอภาพมีประสิทธิภาพดี

-          ผู้เรียนเป้าหมายสามารถใช้บทเรียนได้เอง

-          ครูสามารถควบคุมบทเรียนได้ง่าย

-          บทเรียนสามารถใช้กับไมโครคอมพิวเตอร์ได้เหมาะดี

-          บทเรียนไม่เสียง่ายเมื่อใช้ในสภาวะปกติ

 

2.4.2           การเลือกผู้เชี่ยวชาญในการประเมินคุณภาพและเกณฑ์ยอมรับได้

ไพโรจน์  ตีรณธนากุล   ไพบูลย์เกียรติโกมล และเสกสรรค์แย้มพินิจ[26]   กล่าวถึงข้อควรคำนึงในการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  จะต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ   มีดังนี้

 

2.4.2.1      ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเนื้อหา  (Content  Expert)   ผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้จะเป็นผู้ที่มีความรู้ในเนื้อหาวิชาที่จะนำมาพัฒนาเป็นบทเรียน  CAI   เป็นอย่างดีสามารถที่จะให้คำปรึกษาในขอบข่ายรายละเอียด  คำอธิบายของเนื้อหาวิชานั้น     ลำดับของหัวข้อที่จะเรียนความสัมพันธ์  และความต่อเนื่องของเนื้อหา  รวมทั้งจุดที่เป็นปัญหาของเนื้อหาในการทำความเข้าใจของผู้เรียนขณะทำ การสอนปกติ  โดยทั่วไปมักเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการสอนวิชานั้นมาเป็นเวลานาน

 

2.4.2.2      นักการศึกษา (Educator)  ผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้จะเป็นผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ในการเรียนการสอนเป็นอย่างดี   รู้จักจิตวิทยาการเรียนรู้ของมนุษย์  การวัดผลการประเมินผลในรูปแบบต่าง ๆ  ผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้จะคอยให้คำปรึกษากับทีมงานเกี่ยวกับวิธีการนำเสนอและวิธีการสอนที่เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละกลุ่มเป้าหมายที่จะใช้บทเรียน  CAI  ที่จะสร้างขึ้นการออกแบบและการสร้างบทเรียนสำเร็จรูป ตลอดจนวิธีการวัดผลประเมินการเรียนรู้ของผู้เรียนที่เหมาะสมกับบทเรียนที่จะสร้างขึ้น

 

2.4.2.3      ผู้เชี่ยวชาญทางด้านมัลติมีเดียเทคโนโลยี  (Multimedia  Technology  Expert)   ผู้เชียวชาญทางด้านนี้จะเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการสร้างสื่อพื้นฐานทางด้านมัลติมีเดีย  (ตัวอักษร ภาพนิ่ง  ภาพเคลื่อนไหว  ภาพกราฟฟิกและเสียง)  ซึ่งจะคอยให้คำปรึกษากับทีมงานในการคัดเลือกอุปกรณ์และการสร้างสื่อพื้นฐานของมัลติมีเดียที่จะนำเข้ามาประกอบในบทเรียน  CAI  ที่สร้างขึ้น  ตัวอย่างเช่นบทเรียน  CAI  ทางด้านช่างแขนงหนึ่ง  ซึ่งต้องการนำเสนอภาพเกี่ยวกับการทำงานของเครื่องจักรกลชนิดหนึ่ง  ก็จะสามารถจัดสร้างได้โดยการถ่ายทำเป็นภาพวิดีจากสถานการณ์จริง  แล้วจึงนำมาแปลงเป็นสัญญาณดิจิตอลที่สามารถนำเสนอบนระบบคอมพิวเตอร์ได้  เป็นต้น