ปอยส่างลองมาเยือนอีกครั้งหนึ่ง

ประเพณีปอยส่างลอง
เดือนเมษายนของทุกปี ชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอนจะได้มีงานประเพณีที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ตั้งรุ่นปู่ ย่า ตา ยาย และปัจจุบันยังเป็นที่นิยมที่จะนำบุตรหลานมาผู้ชายมาทำกันอยู
แต่การทำงานประเพณีในแต่ละครั้งจะต้องใช้งบประมาณมากพอสมควร แต่ชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอนก็ยังทำกันอยู่ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีงามสำหรับการอนุรักษ์ประเพณีนี้อย่างต่อเนื่องสืบมา
สำหรับในปีนี้ปอยส่างลองที่ใหญ่ที่สุดน่าจะเป็นที่บ้านปางหมู อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพราะมีตั้ง 70 กว่าองค์ที่ทำการบวชลูกแก้ว
ประวัติของปอยส่างลองที่จะนำมาเล่าสู่กันฟังในคราววันนี้อาจจะไม่เหมือนกับที่อื่นหรือมีความแตกต่างกันบางตามประเพณีท้องถิ่น
ปอยส่างลอง หรือ ประเพณีบรรพชาสามเณรตามแบบไทใหญ่ เป็นงานสำคัญของชาวไทใหญ่ เพื่อให้บุตรหลานได้มีโอกาสศึกษาพระธรรมคำสั่งสอน ของพระพุทธเจ้า และมีความเชื่อว่า ได้กุศลแรกกว่าการอุปสมบทพระภิกษุ การจัดงานจะมีสามวัน วันแรกนำบรรดาเด็กชายมาเข้าพิธีโกนแต่ไม่โกนคิ้ว (พระพม่าไม่โกนคิ้ว) แต่งหน้าทาปาก สวมเสื้อผ้าอาภรณ์สวยงาม และโผกผ้าแบบพม่า ประดับด้วยมวยผมของบรรพบุรุษที่เก็บรักษาไว้ แล้วตกแต่งด้วยดอกไม้ เสร็จแล้วนำเด็กน้อยซึ่งตอนนี้เรียกว่า "ส่างลอย" ไปขอขมา และรับศีลรับพรตามบ้านญาติผู้ใหญ่ที่นับถือ วันที่ 2 มีการแห่ส่างลองกับขบวนเครื่องไทยทานไปตามถนนสายต่างๆ จะมีผู้มาร่วมขบวนมากมาย โดยให้ส่างลองขี่ม้า หรือถ้าไม่มีม้าก็จะขี่คอคน ซึ่งเรียกว่า "พี่เลี้ยง" หรือ "ตะแปส่างลอง" วันที่ 3 จะแห่ส่างลองไปตามถนนอีกครั้ง จากนั้นก็ไปรวมกันที่วัดเพื่อทำพิธีบวช
แต่เดิมปอยส่างลองเป็นประเพณีที่จัดเฉพาะในหมู่ญาติมิตรของเจ้าภาพ ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2525 ได้เกิดมีแนวความคิดใหม่โดยจัดเป็นบรรพชาหมู่ร่วมกันมากถึง 200 รูปเนื่องในโอกาส เฉลิมฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปี ทำให้ในเขตอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน นิยมจัดบรรพชาหมู่ สืบต่อมาถึงปัจจุบัน ปอยส่างลองจึงได้กลายเป็นประเพณีที่จูงใจให้มีผู้สนใจมากขึ้นกว่าแต่ก่อน มีความยิ่งใหญ่ และงดงามเป็นที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยว ปัจจุบันงานนี้ได้กลายเป็นเอกลักษณ์ของแม่ฮ่องสอน จัดอย่างยิ่งใหญ่ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน
ปอยส่างลองเป็นประเพณีที่น่าสืบทอดไว้ให้คนรุ่นหลังก็จริง แต่การทำแต่ละครั้งต้องใช้งบประมาณมากพอสมควร บางคนขายกระเทียมได้ราคาดีแต่ไม่มีเงินใช้หนี้ แต่มีเงินมาจัดงานปอยส่างลอง ก็ต้องกับมาคิดกันอีกทีหนึ่งว่าคุ้มค่ามากแค่ไหน
บางครั้งการทำอะไรในแต่ละครั้งเราต้องวัดกันระหว่างผลดีหรือผลเสียมากกว่าการที่อยากได้ให้คนอื่นชื่นชมแต่ตัวเองกลับลำบาก
ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ (พอเพียง,พอประมาณ,มีเหตุผล) และสามารถใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงในทุก ๆ เรื่องนะค่ะ
.ใครอยากมากเที่ยวก็เชิญเลยนะค่ะ น้ำอบมีโปรแกรมการไปร่วมงานดังกล่าวที่บ้านห้วยโป่งค่ะ ในวันที่ 29 เมษายน 2551
.งานนี้ยังได้เห็นการแต่งชุดไทยใหญ่กันอีกนะค่ะ เป็นชุดพื้นเมืองของชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอนค่ะ
มีงานวันที่ 29 เป็นวันอังคารหรือคะ อยากไปแต่ไม่ติดวันหยุดเลยนิ
คุณน้ำอบมีโปรแกรมช่วยบอกหน่อยค่ะ
ขอเนื้อเรื่องมากๆกว่านี้หน่อยคับ