สาธารณะเดือน ม.ค. พุ่งกว่า 3.7 หมื่นล. เผยเหตุหนี้เพิ่ม-รัฐออกบอนด์-ตั๋วเงินคลังรวมกว่า 4 หมื่นล.         อุดถังแตก ด้าน สอท.ระบุรัฐบาลสอบผ่านปลุกเศรษฐกิจ ขณะที่ยอดการเบิกจ่ายงบรัฐวิสาหกิจอืดทำได้เพียง 13%รายงานข่าวจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ภาวะหนี้สาธารณะเดือน ม.ค. 2551 เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อนเพิ่มขึ้น 37,439 ล้านบาท โดยยอดหนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ 31 ม.ค. อยู่ที่  3,324,304 ล้านบาท หรือคิดเป็น 36.30% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จากเดือน  ธ.ค. 2550 อยู่ที่ 3,286,864.77 ล้านบาท หรือคิดเป็น 38.74% ของจีดีพี (ประมาณการจีดีพีปี 2551 อยู่ที่ 9.1583 ล้านล้านบาท จากปี 2550 อยู่ที่ 8.4852 ล้านล้านบาท)

สำหรับหนี้ที่เพิ่มขึ้น แบ่งได้เป็นหนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรงเพิ่มขึ้น 44,302 ล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น  2,044 ล้านบาท และหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น  1,859  ล้านบาท ส่วนหนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินที่รัฐบาลค้ำประกันลดลง 4,942 ล้านบาท และหนี้หน่วยงานอื่นของรัฐลดลง5,824 ล้านบาท "การเพิ่มขึ้นสุทธิของหนี้สาธารณะคงค้างเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนที่ผ่านมานั้น ที่สำคัญเกิดจากการเพิ่มขึ้นของหนี้ในประเทศของรัฐบาลกู้โดยตรง โดยเพิ่มขึ้นสุทธิ 42,500 ล้านบาท เนื่องจากการออกพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรออมทรัพย์ และตั๋วเงินคลัง เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณและบริหารดุลเงินสดของรัฐบาล" รายงานข่าวระบุ 

นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) กล่าวว่า ผลงานของรัฐบาลกว่า 1  เดือน สอบผ่านในระดับดี แม้ดัชนีความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรมเดือน ก.พ. ลดลงจากเดือน  ม.ค. แต่รัฐมนตรีทุกคนมีความตั้งใจในการทำผลงาน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่เร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งทำให้คนระดับรากหญ้ามีความพอใจ  ขณะเดียวกัน คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) จะเข้าพบนายกรัฐมนตรี      เพื่อเสนอมาตรการเพิ่มเติมอีก 12 ข้อในวันที่ 25 มี.ค.นี้ เช่น สนับสนุนคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ สร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ แก้ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  เร่งทำตลาดส่งออกเชิงรุก  ปรับปรุงกฎหมายธุรกิจเพื่อพัฒนา การค้า ส่งเสริมการค้าชายแดน ปรับปรุงโครงสร้างภาษี พัฒนาธุรกิจเอ็สเอ็มอี แก้หนี้สินเกษตรกรรายย่อยและผู้ยากจน
"ตอนนี้เอกชนห่วงการดูแลความสงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มากสุด  เพราะยังไม่มีนักลงทุนรายใหม่ ขณะที่รายเก่าประสบปัญหาต้นทุนและการหาวัตถุดิบ" นายสันติกล่าว

ด้านนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า    ในเดือน ม.ค. 2551 ผลการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ มียอดเบิกจ่ายจริง 30,764.36 ล้านบาท รวม 4 เดือน (ต.ค.2550- ม.ค.2551) เบิกจ่ายจริงได้ทั้งสิ้น 45,342.56 ล้านบาท คิดเป็น 13.74% ของวงเงินรายจ่ายลงทุนที่กำหนดไว้ 329,982 ล้านบาท  โดยทาง สคร. ได้รายงานข้อมูลปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการเบิกจ่ายงบลงทุนที่ล่าช้าให้  นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรับทราบแล้ว  "รมว.คลัง เห็นความสำคัญในเรื่องนี้  โดยยินดีที่จะช่วยเร่งรัดและพร้อมเป็นคนกลางประสานงานกับรัฐมนตรีเจ้าสังกัดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ให้เร่งทำการเบิกจ่ายงบลงทุนให้มากขึ้น เพื่อเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้" นายอารีพงศ์กล่าว 

 

ไทยโพสต์  25 มี.ค. 51